22/02/2026
เศรษฐีชาวอังกฤษ ค้นพบว่า“ระบบการเงินพื้นฐาน”
ออกแบบให้รวย แค่สัปดาห์เดียว
ต้องใช้สูตร 25-50-15-10 แทน
คนที่รวยที่สุดในโลก 75% เป็นผู้ประกอบการ 15% เป็นนักลงทุน 7% รับมรดก 3% เป็นนักกีฬาและศิลปิน และ 0% เป็นพนักงานที่แค่รับเงินเดือน สิ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ ผู้ประกอบการเป็นเจ้าของธุรกิจ นักลงทุนเป็นเจ้าของสินทรัพย์ คนรวยเป็นเจ้าของทรัสต์ ส่วนนักกีฬาและศิลปินเป็นเจ้าของทักษะหายาก ข้อสรุปชัดเจนว่า หากคุณไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรเลย คุณคือสิ่งที่ถูกเป็นเจ้าของ
Mark Tilbury นักลงทุนเศรษฐีแชร์ใน YouTube เผยว่าเขาใช้กฎนี้มาหลายสิบปี และทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีหลายสิบล้าน แม้จะเริ่มต้นจากศูนย์ เขาออกแบบกฎ 25-50-15-10 ให้ทุกคนสามารถจัดการเงินได้เหมือนคน 1% เพราะความจริงคือไม่ใช่เรื่องว่าคุณหาเงินได้เท่าไร แต่เป็นเรื่องว่าคุณจัดการมันอย่างไร
25% สำหรับเติบโต - ให้เงินทำงานแทนคุณ
25% แรกของรายได้ควรไปสู่สินทรัพย์ที่เติบโต ไม่ใช่เรื่องจิตวิญญาณ แต่คือเงินที่ใช้ซื้อสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น คนส่วนใหญ่เมื่อได้เงินเดือน จ่ายบิลแล้วก็เอาที่เหลือไปซื้อของไร้ค่า นี่คือเหตุผลที่ 99% ของคนไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรเลย
ระบบถูกออกแบบมาให้เรารวยแค่สัปดาห์เดียว แล้วหมดตัวปลายเดือน รอวันเงินเดือนออกเดือนหน้า ไม่มีพื้นที่หายใจ นี่คือทาสยุคใหม่ ทาสสมัยก่อนทำงานทุกวันโดยไม่ได้เงิน แต่ได้อาหาร ที่พัก และน้ำฟรี วันนี้คนทำงานแทบทุกวันและได้รับเงิน แต่เงินส่วนใหญ่ใช้จ่ายไปกับอาหาร ที่พัก และน้ำ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนคือภาพลวงตาของเสรีภาพ
เมื่อคุณเข้าใจสิ่งนี้ คุณจะเริ่มต่อสู้ได้โดยนำ 25% แรกของรายได้ไปใส่สินทรัพย์ทันที ไอเดียคือขณะที่คุณทำงาน สินทรัพย์เหล่านี้ก็ทำงานให้คุณอยู่เบื้องหลัง ในที่สุดอาจหาเงินให้คุณได้มากกว่างานประจำด้วยซ้ำ
ให้ดูตัวอย่าง Billy เริ่มลงทุน 6,600 บาทต่อเดือนตั้งแต่อายุ 20 ส่วน Phil เริ่มตอนอายุ 30 แต่ลงทุน 9,900 บาทต่อเดือน เมื่อถึงอายุ 60 Billy ลงทุนไปทั้งหมด 3.2 ล้านบาท ส่วน Phil ลงทุน 3.6 ล้านบาท แต่ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี เงินของ Phil มีค่า 22.4 ล้านบาท ส่วนเงินของ Billy มีค่า 41.7 ล้านบาท Billy ลงทุนน้อยกว่า แต่ได้เงินมากกว่าเกือบ 20 ล้านบาท เพียงเพราะเริ่มเร็วกว่า นี่คือพลังของดอกเบี้ยทบต้น
สินทรัพย์แบ่งเป็น ความเสี่ยงต่ำ ตัวอย่าง S&P 500 ไม่ต้องเลือกหุ้นทีละตัว แค่ซื้อส่วนแบ่งของตลาดทั้งหมด ความเสี่ยงปานกลาง คืออสังหาริมทรัพย์ และทักษะที่หาเงินได้ ความเสี่ยงสูง คือธุรกิจออนไลน์และหุ้นแต่ละตัว
15% สำหรับความมั่นคง - เตรียมตัวรับมือวิกฤติ
15% ของรายได้ควรไปสู่ความมั่นคง นี่คือเงินที่ช่วยคุณเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝัน สถิติบอกว่า 63% ของคนอเมริกันไม่มีเงินฉุกเฉิน 33,000 บาท เมื่อเกิดปัญหา พวกเขาต้องเบิกบัตรเครดิต กู้ยืม หรือขายสินทรัพย์ขาดทุน
ก่อนอื่นต้องสร้าง Emergency Fund ให้มีค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน เก็บเงินนี้ไว้ในบัญชีที่เข้าถึงง่าย ไม่ใช่หุ้นหรือคริปโต ถัดมาคือประกันภัย ทั้งประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และประกันทุพพลภาพ หลายคนเลี่ยงเพราะคิดว่าเปลือง แต่มันคือการป้องกันความพินาศทางการเงิน สุดท้ายคือจ่ายหนี้ หนี้ดอกเบี้ยสูงอย่างบัตรเครดิตเป็นภัยเงียบ จงจ่ายหนี้ให้หมดก่อนลงทุนอะไรก็ตาม
50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น - อย่าใช้จ่ายเกินตัว
50% นี้คือเงินที่คุณใช้จ่ายจริงๆ คนส่วนใหญ่ใช้จ่ายตามที่มี ไม่ใช่ตามที่ต้องการ ยิ่งหาเงินได้มากเท่าไร ยิ่งใช้จ่ายมากเท่านั้น นี่เรียกว่า Lifestyle Inflation
มี 4 คำถามที่ช่วยตัดสินใจก่อนซื้ออะไร
๐ ฉันต้องการมันจริงๆ หรือแค่อยากได้?
๐ ฉันซื้อมันได้โดยไม่กระทบเป้าหมายอื่นไหม?
๐ มันคุ้มค่าต่อราคาที่จ่ายไปไหม?
๐ และมันจะปรับปรุงชีวิตฉันไหม?
ถ้าคุณซื้อรองเท้า 6,600 บาท แล้วใส่แค่ 2 ครั้ง นั่นคือ 3,300 บาทต่อครั้ง อย่าไล่ตามแบรนด์ ไล่ตามคุณภาพ
10% สำหรับรางวัล - ใช้จ่ายอย่างมีความสุข
10% สุดท้ายไปสู่รางวัล นี่คือ 10% ที่ทำให้คุณมีสติ สถิติบอกว่า 92% ของคนใช้จ่ายเกินหลังจากเก็บเงินแบบเข้มงวด เพราะการออมโดยไม่มีความสุขเริ่มรู้สึกเหมือนการลงโทษ
เปิดบัญชีแยกเรียกว่า Joy Jar ตั้งค่าโอนอัตโนมัติ 10% ของรายได้เข้าบัญชีนี้ทุกเดือน เปอร์เซ็นต์คือสิ่งที่ทำให้มันยั่งยืน ห้ามโกง ถ้าเงินหมด ต้องรอเดือนหน้า
ใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด หมวดหมู่ที่มีค่าที่สุดคือวันหยุดและเดินทาง ซื้อความทรงจำที่อยู่ตลอดไป Mark เล่าว่าตอนสร้างธุรกิจในวัยหนุ่ม เขาละเลยวันหยุด จนป่วยหนักเป็นงูสวัดจากความเครียด ตั้งแต่นั้นเขาทำให้วันหยุดเป็นสิ่งสำคัญทุกปี งานอดิเรก เก็บความหลงใหล คืนสังสรรค์ มีเครือข่ายสังคมที่แข็งแรงสำคัญมาก และของขวัญสำหรับคนที่คุณรัก ไม่ใช่เรื่องของสิ่งของ แต่เป็นเรื่องของความคิด ความเชื่อมโยง และความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งขึ้น
นี่คือกฎ 25-50-15-10 ฉบับสมบูรณ์ ใช้ 25% สำหรับเติบโต 50% สำหรับความมั่นคง 15% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น และ 10% สำหรับรางวัล ไม่ใช่เรื่องว่าคุณหาเงินได้เท่าไร แต่เป็นเรื่องว่าคุณจัดการมันอย่างไร
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
#ไปให้ถึง100ล้าน