11/11/2017
ท่องเที่ยวอำเภอเมืองน่าน เมืองน่ารักที่รวยด้วยวัฒนธรรมและเงียบสงบ
👫 ด้วยผังเมืองที่มีลักษณะที่ดีมาตั้งแต่ครั้งในอดีต ทำให้ในตัวเมืองน่าน มีวัดวาอารามที่สำคัญๆ ตั้งอยู่ในตัวเมืองน่านทั้งหมดและมีระยะทางที่ไม่ห่างกันมากนัก
🏠 อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงอดีตความเป็นมาของเมืองน่านและคนพื้นเมืองน่านตั้งแต่ในอดีต .🚲 การเที่ยวในตัวเมืองน่านนั้น สามารถเที่ยวได้ในหนึ่งวัน.🛵.
วัดสวนตาล ไหว้พระเจ้าทองทิพย์
วัดนี้สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมมาวดีชายาของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่านเมื่อราว พ.ศ.1955 เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองน่านด้านพิศเหนือ ในบริเวณที่เป็นสวนตาลหลวง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อวัด ตัวเจดีย์หลังวิหารนั้น เดิมเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย ต่อมาพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ผู้ครองนครน่านโปรดเกล้าฯ ให้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2457 ได้แก้ไขรูปทรงเป็นเจดีย์ยอดปรางค์ ดังปัจจุบัน
ภายในวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐาน พระเจ้าทรงทิพย์ พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยองค์ใหญ่หน้าตักกว้าง 10 ฟุต สูง 14 ฟุต 4 นิ้ว พระเจ้าติโลกราช แห่งนครเชียงใหม่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.1993 เพื่อแสดงถึงชัยชนะ ที่พระองค์สามารถยึดเมืองน่าน ไว้ในพระราชอำนาจ
ทุกปีใหม่ช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์ ชาวน่าน จัดงานนมัสการ และสรงน้ำพระเจ้าทองทิพย์ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทานน้ำสรงเป็นประจำทุกปี ชาวน่านเคารพนับถือเป็นพระคู่บ้านคู่เมือง
✨ วัดพระธาตุเขาน้อย นมัสการพระธาตุเก่าแก่ ชมเมืองน่านจากมุมสูงจากตัวเมืองน่านใช้เส้นทางเดียวกับวัดพญาวัด แต่เลยไปอีกราว 2 กม. ขึ้นเขาไป ก็จะถึงยอดเขาน้อยซึ่งเป็นที่ตั้งของวัด วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น
ทางรถขึ้นถึงตัววัด เมื่อขึ้นไปยืนบนยอดเขา จะมองเป็นทิวทัศน์ของเมืองน่าน ได้อย่างชัดเจน ตามประวัติ พระธาตุองค์นี้ สร้างโดยมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่ 20 เจ้าผู้ครองนครน่าน อีกหลายองค์ต่อมา ได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ โดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิง
กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ.2523 ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูง จึงเป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่สวยงาม อยู่ตรงลานปูน พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือพระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2542 ถีอเป็นจุดเดียวที่เห็นเมืองน่านจากมุมสูง เราจะเห็นขุนเขา น้อยใหญ่ ตั้งทะมึนโอบล้อมเมืองน่าน เป็นฉากหลัง จุดนี้ยังแสดงให้เราเห็นชัด ถึงลักษณะการตั้งเมือง ของทางภาคเหนือ ที่มักเลือกทำเลที่ตั้ง บนที่ราบลุ่ม และหุบเขาด้วย
✨ เสาพระหลักเมืองน่าน คนเมืองน่านในสมัยโบราณเรียกขานว่า เสามิ่งเมือง หรือ เสามิ่ง โดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 57 โปรดให้ฝังเสาพระหลักเมืองน่าน ต้นปัจจุบันนี้ เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2331 ณ สถานที่ที่ทรงเสี่ยงทาย คือ ที่ข้างวัดร้างเก่า อันตั้งอยู่ห่างจากหอคำ (ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 350 เมตร ซึ่งผู้รู้สันนิษฐานว่าวัดร้างนี้คือ วัดห้วยไคร้ อันมีมาแต่ครั้งสมัยสุโขทัย
วัดมิ่งเมือง สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2400 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 14 พฤศจิกายน 2510 ในบริเวณวัดร้างด้านเหนือจากซากวิหารมีเสาพระหลักเมืองน่าน ซึ่งเป็นไม้สักทองเป็นท่อนซุงขนาดใหญ่ 2 คน โอบรอบฝังอยู่กับพื้นดิน
ศาลพระหลักเมืองน่าน วัดมิ่งเมือง อ.เมือง จ.น่าน
ในปีพุทธศักราช 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านได้สถาปนาวัดร้างนี้ขึ้นใหม่อและตั้งชื่อวัดใหม่นี้ว่า “ วัดมิ่งเมือง” เพราะสาเหตุว่ามีเสามิ่งหรือเสามิ่งเมืองตั้งอยู่ในวัด (คำว่า “ เสาพระหลักเมือง” เป็นศัพท์ของทางภาคกลาง คนเฒ่าคนแก่พื้นเมืองเรียกขานกันว่า เสามิ่งหรือเสามิ่งเมืองมาแต่โบราณ)
✨ วัดหัวข่วง มีลักษณะศิลปกรรมแบบท้องถิ่นล้านนา สกุลช่างเืมืองน่าน ไม่ปรากฎปี พ.ศ.ที่สร้าง ในวัดมีหอไตรเก่าลักษณะน่าชม เจดีย์ทรงปราสาทหรือทรงเรือนธาตุ อิทธิพลศิลปะล้านนา ฐานล่างทำเป็นหน้ากระดานสี่เหลี่ยมรับฐานบัวลูกแก้วสองชั้น มีชั้นหน้ากระดานคั่นกลางฐานบัวลูกแก้ว ชั้นบนย่อเก็จรับเรือนธาตุไปจดชั้นบัวถลาใต้องค์ระฆัง ส่วนเรือนธาตุมีซุ้มจระเข้นำด้านละซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัย ที่มุมผนังทั้งสองข้าง ปั้นเป็นรูปเทวดทรงเครื่องยืนพนมมือ
✨ วัดศรีพันต้น สร้างขึ้นในสมัยของพญาพันต้น ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ภูคา (พ.ศ.1960-1969) ชื่อวัดมาจากนามของผู้สร้างคือ พญาพันต้น บางสมัยเรียกว่า วัดสลีพันต้น ซึ่งในอดีตมีต้นสลี(ต้นโพธิ์) ต้นใหญ่อยู่ทางทิศเหนือและทิศใต้ของวัด แต่ปัจจุบันถูกโค่นลงเพื่อตัดถนนไปแล้ว คุณศรีตาล ต้นบำเพ็ญ อดีตหัวหน้าบ้านศรีพันต้น ซึ่งเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาเกี่ยวกับวัดศรีพันต้น ได้เล่าถึงความเป็นมาของการบูรณปฏิสังขรณ์วิหารศรีพันต้นว่า
ในสมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดชขึ้นครองเมืองน่านในปีพ.ศ.2395 ปรากฏหลักฐานที่เหลืออยู่ว่า เจ้าอนันตวรฤทธิเดชได้สร้างวิหารวัดแห่งหนึ่งในสมัยนั้น ซึ่งแต่เดิมเป็นวิหารไม้ พอกาลเวลาผ่านไปเกิดความชำรุดทรุดโทรมลงไปมาก จึงได้รับการสร้างขึ้นใหม่เป็นวิหารก่ออิฐถือปูน อิฐที่นำมาสร้างพระวิหารในตอนนั้นมีลักษณะเป็นปูนขาวผสมกับน้ำเมือก อันแตกต่างไปจากอิฐในปัจจุบัน ซึ่งเรายังคงสามารถสังเกตเห็นอิฐโบราณนี้ได้ในบริเวณกำแพงวัดด้านตะวันออก โดยผู้คนในชุมชนเรียกว่า “กำแพงปล่องไข่” แต่เดิมวัดดนี้มีชื่อเรียกว่า “วัดพันต้น” ครั้นเจ้าเมืองได้เกณฑ์ให้ข้าราชการและขุนนางทั้งหลายช่วยกันปลูกต้นสลี (ต้นโพธิ์) จำนวนถึงพันต้น จึงเรียกวัดนี้ว่า “วัดสลีพันต้น” ต่อมาชื่อวัดก็ได้เพี้ยนไปเป็น “วัดศรีพันต้น” และก็ถูกเรียกขานมาจนถึงปัจจุบัน
✨ วัดภูมินทร์ เป็นวัดหลวง ตั้งอยู่ในเขตพระนครดังปรากฏชื่อตำบลในเวียง ในปัจจุบัน อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดน่าน ตามพงศาวดารของเมืองน่าน พระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์เจ้าผู้ครองนครน่านได้สร้างวัดภูมินทร์ขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ ๖ ปี เมื่อ พ.ศ.๒๑๓๙ มีปรากฏในคัมภีร์เมืองเหนือว่าเดิมชื่อ “วัดพรหมมินทร์” แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็นวัดภูมินทร์ สามร้อยปีต่อมา วัดภูมินทร์ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่สมัยเจ้าอนันตวรฤทธิเดช เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๐ (ปลายสมัยรัชกาลที่ ๔) ใช้เวลาซ่อมนานถึง ๗ ปี จิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงก็เขียนขึ้นในช่วงนี้ ภาพจิตรกรรมหรือ “ฮูบแต้ม” ในวัดภูมินทร์เป็นชาดกในพุทธศาสนาแต่ถ้าพิจารณารายละเอียดของวิถีชีวิตของคนเมืองในสมัยนั้น มีภาพที่น่าสนใจอยู่หลายภาพเช่น ภาพธรรมเนียมการอยู่ข่วง ของชาวไทลื้อ พ่อแม่ จะอนุญาตให้หนุ่มสาวพบปะกันที่ชานบ้านในเวลาค่ำ ขณะหญิงสาวกำลังปั่นฝ้าย หรือ “อยู่ข่วง” หากสาวเจ้าตกลงปลงใจด้วยก็จะจัดพิธีแต่งงาน หรือที่เรียกว่า “เอาคำ ไปป่องกั๋น” หรือเป็นทองแผ่นเดียวกัน การค้าขายแลกเปลี่ยนในชุมชน ภาพชาวพื้นเมือง ซึ่งอาจเป็นชาวเขา “เป๊อะ” ของป่าบนศรีษะ เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกับคนเมือง ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ภาพนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพที่งามเป็นเยี่ยมของวัดภูมินทร์ มีการใช้สีแดง ฟ้าดำ น้ำตาลเข้มเป็นปื้นใหญ่ ๆ คล้ายภาพสมัยใหม่ ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองน่าน หญิงสาวกำลังทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง นอกเรือนมีชานเล็ก ๆ ตั้งหม้อน้ำดินเผาที่เรียกว่า “ร้านน้ำ” ชายหนุ่มไว้ผมทรงหลักแจวหรือทรงมหาดไทย แสดงให้เห็นอิทธิพลตะวันตกที่เข้ามาผสมผสานในวิถีพื้นเมืองน่าน ภาพชาวต่างประเทศ ที่เข้ามาเมืองน่านช่วงรัชกาลที่ ๕ ทรงผม และเครื่องแต่งกายของผู้หญิงเป็นรูปแบบเดียวกับที่กำลังเป็นที่นิยมในยุโรปขณะนั้น จุดเด่นของวัดนี้คือเป็นวัดที่สร้างทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค ๒ ตัว อาคารนี้เป็นทั้งพระอุโบสถ พระวิหารและพระเจดีย์ประธาน โดยใช้อาคารในแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นพระวิหาร และอาคารแนวเหนือ-ใต้ เป็นพระอุโบสถ รัฐบาลไทยเคยพิมพ์รูปวัดภูมินทร์ในธนบัตรใบละ ๑ บาท ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ สร้างพระวิหารหลังนี้จำลองไว้ด้วย
✨วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ถนนสุริยพงษ์ ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองน่าน เดิมเรียก “วัดหลวง” หรือ “วัดหลวงกลางเวียง” สร้างขึ้นในสมัยเจ้าปู่แข็ง พ.ศ. ๑๙๔๙ เป็นวัดหลวงในเขตนครน่าน สำหรับเจ้าผู้ครองนครใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางพุทธศาสนาและพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาตามศิลาจารึกหลักที่ ๗๔ ซึ่งถูกค้นพบภายในวัดกล่าวว่า พญาพลเทพฤาชัย เจ้าเมืองน่านได้ปฏิสังขรณ์บูรณะวิหารหลวงเมื่อ พ.ศ. ๒๐๙๑ ลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดพระธาตุช้างค้ำนี้สะท้อนให้เห็นอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย อาทิ เจดีย์ทรงลังกา (ทรงระฆัง) รอบฐานองค์พระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนและปั้นเป็นรูปช้างครึ่งตัว ด้านละ ๕ เชือก และที่มุมทั้งสี่อีก ๔ เชือก ดูคล้ายจะเอาหลังหนุน หรือ “ค้ำ” องค์เจดีย์ไว้ ลักษณะคล้ายวัดช้างล้อม จังหวัดสุโขทัย และภายในวิหารประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี พระพุทธรูปสำริดปางประทานอภัย สูง ๑๔๕ เซนติเมตร อายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ตรงกับสมัยสุโขทัยตอนปลาย ส่วนผสมของทองคำ ๖๕ % พระประธานเป็นปูนปั้นขนาดใหญ่ศิลปะเชียงแสน ฝีมือสกุลช่างน่านที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่ง
🎎 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน จะเปิดให้เข้าชมเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันพุธที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป โดยจะเปิดทำการในวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัดน่าน ตั้งอยู่ในบริเวณคุ้มของอดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีพื้นที่ทั้งสิ้น 14 ไร่ 2 งาน 32 ตารางวา รายล้อมด้วยถนนที่สำคัญได้แก่ ถนนผากองด้านทิศตะวันออก ถนนสุริยพงษ์ด้านทิศใต้ และถนนมหาพรหมด้านทิศเหนือ อาคารพิพิธภัณฑ์เดิมเป็นหอคำที่พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ พระเจ้าน่านทรงสร้างขึ้นเป็นที่ประทับ เมื่อพุทธศักราช 2446 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนสองชั้น แบบตรีมุขหรือรูปตัวที รูปแบบผสมผสานระหว่างแบบศิลปะตะวันตกและศิลปะไทย โครงสร้างภายในเป็นไม้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีมุขออกด้านหน้า หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด เมื่อเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายถึงพิราลัย เจ้านายบุตรหลานของเจ้าผู้ครองนครน่านจึงไม้มอบหอคำหลังนี้พร้อมที่ดินทั้งหมดให้แก่รัฐบาล เพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดน่าน ปีพุทธศักราช 2475 ต่อมาเมื่อกระทรวงมหาดไทยได้ก่อสร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นใหม่ กรมศิลปากรจึงได้ขอรับมอบอาคารหอคำ เพื่อให้เป็นสถานที่จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขึ้นในปีพุทธศักราช 2517 และประกาศจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขึ้นในปีพุทธศักราช 2528 อย่างเป็นทางการ ภายหลังการจัดแสดงเสร็จสมบูรณ์แล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พุทธศักราช 2530
ทั้งนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน เปิดให้เข้าชมเป็น ในวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นั่งรถรางชมเมืองเก่าน่านที่ยังมีชีวิต สำหรับประชาชนทั่วไป ราคา 30 บาท, เด็ก อายุไม่เกิน 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ราคา 15 บาท หรือรอบเหมาบริการ ราคา 1,000 บาท รอบ/ชั่วโมง
โดยรอบรรางนำเที่ยวตัวเมืองน่าน 4 รอบต่อวัน เวลา 09.30 น./10.30 น./13.30 น./15.30 น. สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน โทร. 054 775 169
📲 ข้อมูลอุทยานแห่งชาติฯ ในจังหวัดน่าน ศูนย์บริการอุทยานแห่งชาติ จิรภา หิรัญกุล นักวิชาการเผยแพร่ โทร 062 985 4709 ( ในเวลาราชการ ) ด้านบนมีร้านกาแฟสด ร้านผลิตภัณฑ์จากชา คุณบุญทวี-จินตนา ทะนันไชย 098 828 9325
☎️ สอบถามเช่าพื้นที่ร้านค้า งานผลประโยชน์เทศบาลเมืองน่าน โทร. 054 710 234 งานส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ เทศบาลเมืองน่าน โทร 0 54 710 234 ต่อ 102,321 : เมืองน่านมีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม การเที่ยวชมวัดวาอารามและสถานที่สำคัญต่าง ๆ นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ ไม่ควรสวมกางเกงขาสั้นหรือเสื้อกล้าม เพราะเป็นการไม่ให้เกียรติสถานที่
✨น่าน..เมืองแห่งวัฒนธรรมที่สวยงาม✨
สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ททท.สำนักงานน่าน
☎️ 054 711 217-8 :: 08.30-16.30 น.
ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์
✨ #น่าน #เมืองเก่าที่มีชีวิต #ห้องรับแขกเมืองน่าน #เมืองสะอาดอันดับ1ของภูมิภาคอาเซียน #นั่งรถรางชมเมืองน่าน #ปั่นจักรยานชมเมืองน่าน #น่านเที่ยวได้ทั้งปี #คนน่านบ่อู้นัก #เก็บคัวแอ่ว #เสน่ห์น่านวันนี้ ✨