ที่พักชะอำ-หัวหิน by D-light

ที่พักชะอำ-หัวหิน by D-light นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่ได้ใช้เวลาก?

12/08/2026

ลิงตัวหนึ่ง
ถือพวงมาลัยไปกอดแม่
"แม่ของฉันดีที่สุดในโลก"

ลิงอีกตัว
กำลังพาแม่ไปโรงพยาบาล
เป็นรอบที่สามของเดือน
ลิงก็เหนื่อย แม่ลิงก็เหนื่อย

อีกตัว
อยู่หน้ารูปแม่ที่จากไปแล้ว
คิดในใจว่าถึงเธอจะเหนื่อย
แต่โชคดีกว่าฉันที่ไม่มีโอกาสดูแลแม่แล้ว

อีกตัว
กำลังดูแลแม่
ที่เริ่มจำลูกตัวเองไม่ได้

อีกตัว
อ่านข้อความจากแม่ที่กำลังเกรี้ยวกราด
ขู่ว่าถ้าไม่ทำตามที่แม่ต้องการ
จะตัดขาดแม่ลูกกัน

อีกตัว
รักแม่ แต่ต้องอยู่ห่าง ๆ
เพราะอยู่ใกล้กันทีไร
ต่างคนต่างเจ็บ

อีกตัว
อยากเป็นแม่มาตลอด
แต่ไม่มีโอกาสได้เป็น

อีกตัว
เป็นแม่แล้ว
แต่ก็คิดถึงชีวิต
ก่อนที่จะมีลูก


ลิงตัวแรกมองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า

"อ้าว...
วันแม่ไม่ใช่วันที่ทุกคน
ต้องมีความสุขกับแม่เหรอ?"


คำว่า "แม่" เหมือนกัน
ไม่ได้แปลว่า
ทุกคนมีเรื่องราวเหมือนกัน

แม่บางคนคือบ้าน
แม่บางคนคือบาดแผล
บางคนเป็นทั้งสองอย่าง
ในคนเดียวกัน


วันนี้

ใครมีแม่ให้กอด
ก็กอดให้เต็มที่

ใครคิดถึงแม่
ก็คิดถึงได้เต็มที่

ใครกำลังเหนื่อยกับแม่
ก็ยอมรับว่าเหนื่อยได้

ใครยังมีแผลจากแม่
ก็ไม่ต้องรีบหายเพราะวันนี้คือวันแม่

ใครต้องรักแม่จากระยะไกล
ระยะนั้นก็อาจเป็นระยะที่พอดีแล้ว


ความสัมพันธ์ของคำว่า "แม่"
ไม่ได้มีแบบเดียว

และไม่มีใครจำเป็นต้องรู้สึก
เหมือนภาพวันแม่ในอุดมคติ

รอบตัวเรามีความจริง
ของความสัมพันธ์ที่เรียกว่าแม่
อยู่เป็นร้อยพันรูปแบบ

การโอบกอดความจริงของตัวเอง
และของคนอื่นโดยไม่ตัดสินกัน
ก็น่าจะเป็นความรัก
อีกรูปแบบหนึ่งแล้ว

24/07/2026
20/07/2026

ออกตัวก่อนว่าอย่าพึ่งดราม่าเรื่อง overpriced คือผมมองว่าไม่ overpriced เมื่อเทียบกับกรุงเทพน่ะครับ

เมื่อปีที่แล้วช่วงนี้ผมก็มาหัวหิน มาปีนี้ครบปีพอดีก็มาหัวหินอีกครั้ง ก็ประทับใจทั้งสองครั้งเลยนะครับ

มันจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เมืองนี้แมสมาก ๆ แมสจนเอียน และก็มีคนชอบบ่นว่าของแพง จนล่าสุดผมมาเมื่อปีที่แล้ว ปรากฏว่าเข้าร้านไหนก็ดีหมด อาหารอร่อย ถูกปากไปหมดเลย ราคาก็ไม่แพง

จนปีนี้หลาน ๆ ปิดเทอมจากอเมริกากลับมาเที่ยวเมืองไทย พากันยกครอบครัวมาเที่ยวหัวหินกันทั้งบ้าน 7 คน และเราก็พบว่าหัวหินน่าอยู่ขึ้นมาก

สิ่งแรกที่รู้สึกก็คือ ชาวบ้านและคนทำร้านอาหารที่นี่ไม่ได้ฉวยโอกาสขายของแพงอะไรมากมายนัก อย่างร้านที่ผมเอามาลงในภาพ Matapita ก็เป็นคาเฟ่วิวสวย ถามว่าของในร้านแพงไหม ก็บอกตามตรงว่าราคาพอ ๆ กับ Starbucks แต่เป็นเวอร์ชันที่มีวิวทะเลสวยมาก คือราคาสูงแต่รับได้

ผมชอบดื่มชา ที่นี่ก็ใช้ชาของ Mariage Frères ในราคา 180 บาท ซึ่งผมรับได้ สั่งขนม สั่งชามาทานกัน นั่งดูวิว ลมทะเลก็แรง สวยครับ เพลิน ๆ เราไม่ได้มาใช้ชีวิตกันแบบนี้บ่อย ๆ ก็ถือว่าน่าพอใจครับ

เมื่อคืนนี้ผมไปทานจิ้มจุ่มร้านส้มหมูจุ่ม ที่ขายอยู่ในร้านเจ๊กเปี๊ยะช่วงเย็น อาหารคุณภาพดีมากนะครับ โดยเฉพาะของทะเล กุ้งก็ใช้กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ ปลาหมึกก็เป็นปลาหมึกกล้วย เดี๋ยวนี้หายากนะครับ ปลาทะเลก็สด ของทะเลสดมาก จานเบ้อเร่อ 250 บาท หมูจุ่มก็ตกชุดละ 200 บาท ไปทานกัน 7 คน ก็จ่ายกันแค่พันกว่าบาท

พวกร้านขนมและร้านอาหารหลายร้านก็จะเป็นสไตล์ร้านนักท่องเที่ยว ราคาก็อาจจะแพงกว่าร้านท้องถิ่นนิดหน่อย แต่ก็สวยดีนะครับ อย่างวันนี้ไปลองร้านมัทฉะร้านดังมา น่าจะเป็นร้านเดียวมั้งที่ผมรู้สึกว่ามัน overpriced มาก ๆ แต่ก็ไม่เป็นไร ช่างมัน

แล้ววันนี้ผมก็ได้ไปทานก๋วยเตี๋ยวเรือร้านเจ๊ดิน บอกเลยว่าทางบ้านมีความสุขมากที่ได้กลับมากินร้านนี้ เหมือนเป็นความทรงจำ และเป็นร้านที่ทุกคนลงความเห็นว่าอร่อยมาก อร่อยที่สุด มาหัวหินต้องกินร้านนี้เสมอ เดี๋ยวจะรีวิวอีกทีครับ

คืนนี้กำลังหาอยู่เลยว่าจะไปกินร้านไหนดี แต่อยากบอกว่าหัวหินน่าเที่ยวนะครับ มาเที่ยวดูนะครับ แล้วจะมีความสุข เป็นเมืองที่ผมโอเคมากเลย!!

16/07/2026

1. ความรักที่แท้จริง ไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่...ดูเพิ่มเติม

11/07/2026

สวรรค์กลั่นแกล้ง

10/07/2026

อย่าทำดี
เพื่อหวังทวงบุญคุณใคร

อย่าเอาแต่ได้
จนลืมบุญคุณคน

🤍

รู้ได้ยังไง…
01/07/2026

รู้ได้ยังไง…

ใครทำ ... สารภาพมา

26/06/2026

“พาราเซตามอล จากทะเล และ เอสเปรสโซเข้มๆ จากภูเขา ”

เวลาเหนื่อย เรามักพูดประโยคแปลก ๆ ทั้งที่ไม่เคยเรียนแพทย์ ไม่เคยเรียนประสาทวิทยา และไม่เคยวิเคราะห์ตัวเองอย่างจริงจัง แต่เรากลับรู้โดยสัญชาตญาณว่า

“ร่างกายต้องการทะเล”
หรือไม่ก็
“ขอหนีเข้าป่าสักสองวัน”

ประโยคเหล่านี้ฟังดูเหมือนคำพูดเล่น ๆ ที่โพสต์ในโซเชียลมีเดีย แต่ถ้ามองให้ดี มันคือการวินิจฉัยโรคตัวเองอย่างหยาบ ๆ ของมนุษย์ทุกคน

เพราะเวลาชีวิตเริ่มรวน หัวใจของเราจะรู้ก่อนสมองเสมอว่า ตอนนี้เราต้องการยาอะไร

แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ตรงนี้ สำหรับมนุษย์เมืองแทบทั้งโลก ในยามเหนื่อยล้า มักจะแบ่งความต้องการออกเป็นสองฝั่งชัดเจนอย่างมีนัยสำคัญ บางคนเลือกที่จะทิ้งตัวลงบนผืนทรายปล่อยใจไปกับเสียงคลื่น ในขณะที่บางคนกลับเลือกที่จะสวมรองเท้าผ้าใบ แบกเป้แบกเต๊นท์ มุ่งหน้าเข้าป่าลึกเพื่อปีนป่ายขึ้นสู่ยอดดอย

ทำไมธรรมชาติสองแห่งนี้ถึงมอบความรู้สึกที่ต่างกัน

ถ้าเราลองกะเทาะเปลือกด้วยแว่นตาของประสาทวิทยาศาสตร์ ของจิตวิทยาสภาพแวดล้อม และของปรัชญาวัฒนธรรมข้ามโลก เราจะพบความจริงอันงดงามว่า ธรรมชาติไม่ได้เยียวยาเราด้วยสูตรสำเร็จเดียวกัน... แต่พวกมันทำหน้าที่เป็นสถานพยาบาลคนละแผนก ที่พร้อมจ่ายยาคนละขวดเพื่อบำบัดจิตวิญญาณของเรา

สังเกตไหม ไม่ว่าจะเป็นคุณแคทธารีน หรือคุณซานดร้า หรือคุณจุ๋ม หรือหลินมู่ลี่ เวลาที่พวกเขา “อกหัก” “เศร้า” “ต้องการทบทวนชีวิต” พวกเขามักจะเดินลงทะเล

คำตอบในทางวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่ในเสียงคลื่น ดร. วอลเลซ เจ. นิโคลส์ (Wallace J. Nichols) นักชีววิทยาทางทะเลเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า The Blue Mind Effect เขาพบว่าเสียงคลื่นกระทบฝั่งเป็นเสียงประเภท Pink Noise หรือเสียงที่มีความถี่สม่ำเสมอและนุ่มนวล ทันทีที่หูเราได้ยิน สมองจะสับสวิตช์เข้าสู่โหมดคลื่นอัลฟ่า ซึ่งเป็นคลื่นสมองชวนสงบ ผ่อนคลาย เหมือนโดนสะกดจิตบำบัดให้อยู่ในสภาวะทิ้งตัว

แต่ความมหัศจรรย์ของทะเลคือ มันไม่ได้ทำให้เราผ่อนคลายจนร่าเริง ทะเลมักจะมอบ “ความอมเศร้าน้อยๆ” มาให้เราด้วยเสมอ

มีภาษาเยอรมันมีคำศัพท์ที่ลึกซึ้งคำหนึ่งคือ Sehnsucht มันหมายถึง “ความโหยหาลึกๆ ในใจต่อสิ่งที่เรานึกไม่ออก หรือสิ่งที่ขาดหายไป” เช่นเดียวกับภาษาฝรั่งเศสที่มีคำว่า Spleen ที่อธิบายอารมณ์ “ความหม่นหมองที่ไร้สาเหตุ แต่อมความโรแมนติกอย่างลึกซึ้ง”

ซึ่งฝรั่งทั้งสองชาติบอกว่า ทะเลจะช่วยเยียวยาอาการเหล่านั้นได้

ทัศนียภาพของทะเลที่มีแต่เส้นขอบฟ้าเวิ้งว้างที่ไม่มีสิ้นสุด จะทำให้อัตตาของเราหดเล็กลงจนเหลือตัวนิดเดียว สมองส่วนหน้าจะหยุดคิดเรื่องวุ่นวายในโลกความจริง แล้วเปิดโอกาสให้สมองขยับเข้าสู่โหมดปล่อยใจลอย ดิ่งนิ่งๆ กลับมามองสำรวจปมข้างในตัวเอง

พฤติกรรมนี้สะท้อนชัดเจนในประวัติศาสตร์บทเพลงดังทั่วโลก ลองสังเกตดูก็ได้ เวลาศิลปินจะแต่งเพลงเหงา เพลงเศร้า หรือเพลงอกหัก ฉากหลังต้องเป็นทะเลเสมอ ตั้งแต่ความเหงาระดับตำนานอย่างเพลง *“...ทะเลไม่เคยหลับไหล ใครตอบได้ไหมไฉนจึงตื่น บางครั้งยังสะอื้น..” ของวงดิอิมพอสสิเบิ้ล หรือแม้แต่เพลงสากลอย่าง “Yellow” ของ Coldplay ที่โคลสอัพภาพนักร้องเดินตากฝนอยู่ริมชายหาดยามเช้าอันมืดหม่น

ทะเลจึงทำหน้าที่เป็น “ยาพาราเซตามอลทางอารมณ์”*คอยลดไข้ใจ บรรเทาความปวดร้าว ปลอบประโลมให้เรานิ่ง ดิ่ง และโอบกอดความเศร้าอย่างละมุนละไมผ่านมาทางเสียงคลื่น

ตัดภาพมาที่ฝั่ง “ป่าและภูเขา” ยาขวดนี้ถูกจ่ายให้แก่ผู้ป่วยอีกโรคหนึ่ง นั่นคือโรค “หมดไฟ” หรือคนที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองเหี่ยวเฉาไร้ค่าจากกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำซาก

วิทยาศาสตร์เขามีคำอธิบายด้วยว่าทำไม ป่าทำให้ชีวิตเรากระชุ่มกระชวยขึ้น

ในป่าดิบชื้นและป่าบนภูเขาสูง ต้นไม้จะหลั่งสารระเหยเคมีที่ชื่อว่า Phytoncidesและ Beta-Pinene ออกมาเพื่อปกป้องตัวเองจากแมลง พอมนุษย์เราเดินเข้าไปสูดดมสารนี้ผ่านประสาทสัมผัส (ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Shinrin-yokuหรือ การอาบป่า) สารเคมีจากต้นไม้จะพุ่งตรงไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือด และลดฮอร์โมนความเครียดลงทันทีในระดับเซลล์ ร่างกายเราจึงรู้สึก “เฟรช” สดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

แต่สิ่งที่ทำให้ป่าและภูเขาต่างจากทะเลอย่างสิ้นเชิงคือ “ความลึกลับและการคาดเดาไม่ได้”

ในขณะที่ทะเลเปิดโล่งเห็นชัดเจนทุกอย่าง ป่าและภูเขากลับเต็มไปด้วยต้นไม้บดบัง มีทางโค้ง มีเนินสูงต่ำให้ต้องใช้พละกำลังปีนป่าย มีเสียงใบไม้เสียดสี แบบที่ภาษาเยอรมันเรียกว่าความรู้สึก Waldeinsamkeit หรือแปลว่าความสงบที่ตื่นตัวในป่าลึก

สภาพแวดล้อมแบบนี้จะไปปลุก สมองส่วนสัญชาตญาณโบราณ (Primitive Brain) ของมนุษย์ยุคถ้ำให้ตื่นตัว ร่างกายจะหลั่งสาร อะดรีนาลีน ออกมาทีละน้อย และหลั่งในระดับที่เป็นบวกด้วย

มนุษย์ที่อยู่บนภูเขาจึงเกิดความรู้สึกที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ยูเก็น หรือ “ความรู้สึกตื่นตะลึงและยำเกรงในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ” สมองเราจะรู้สึกตื่นเต้น ท้าทาย และอยากผจญภัยเพื่อเอาชนะความสูงตรงหน้า

บทเพลงที่พูดถึงภูเขาและป่าไม้จึงมักจะเต็มไปด้วยพลังงานของการก้าวข้ามขีดจำกัดและการสู้ชีวิต เช่น เพลงร็อกระดับมหากาพย์อย่าง “แสงสุดท้าย” ของบอดี้แสลม ที่ต้องวิ่งกวดสู่หน้าผาและขุนเขา หรือเพลง “Ain't No Mountain High Enough”ที่ใช้ยอดเขาสูงเป็นสัญลักษณ์ของอุปสรรคที่ต้องข้ามผ่านไปให้ได้

ภูเขาจึงเป็นเหมือน “กาแฟเอสเปรสโซเข้มๆ จากธรรมชาติ” คอยปลุกประสาทสัมผัสที่ตายด้านจากการทำงานออฟฟิศ กระตุ้นสารอะดรีนาลีนให้หัวใจเต้นตื่นเต้นนิดๆ เติมพลังชีวิตให้เรารู้สึกอยากกลับไปสู้หน้ากับโลกความเป็นจริงอีกครั้ง

สุดท้ายแล้ว ไม่มีธรรมชาติแบบไหนดีกว่าแบบไหน มีเพียงแค่ธรรมชาติที่ “เหมาะกับสภาวะใจ” ของเราในขณะนั้นมากที่สุด

ถ้าช่วงนี้ชีวิตของคุณกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดร้าวราน ต้องการพื้นที่เงียบๆ เพื่อกอดความอ้างว้างและยอมรับความจริง... ปล่อยให้ตัวเองเดินลงทะเล เหมือนกับทานยาพาราเซตามอลสักเม็ด แล้วปล่อยให้อารมณ์ดิ่งจมลงไปกับเส้นขอบฟ้าอย่างอบอุ่น

แต่ถ้าช่วงนี้ชีวิตของคุณกำลังหมดไฟ เหนื่อยหน่าย และหมดพลังที่จะก้าวต่อ... จงพาตัวเองขยับเข้าหาผืนป่า เดินขึ้นดอยสูง เหมือนดื่มเอสเปรสโซช็อตเข้มๆ จากภูผา เพื่อปลุกสัญชาตญาณนักสู้ในตัวคุณให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

บางทีธรรมชาติอาจไม่เคยรักษาใครเลยก็ได้ ทะเลไม่ได้แก้ความเศร้า ภูเขาไม่ได้แก้ความหมดไฟ ป่าไม่ได้ทำให้เรากล้าหาญขึ้น และคลื่นก็ไม่ได้ลบความทรงจำใด ๆ

สิ่งที่ธรรมชาติทำ อาจเป็นเพียงการสร้างพื้นที่ ที่เงียบพอให้มนุษย์ได้ยินเสียงของตัวเองอีกครั้ง และได้ยินว่าเรามีมิตรที่พร้อมจะเคียงข้างกัน

ภูเขาจึงกระซิบว่า “มีเพื่อนเป็นภูเขาแล้วกลัวอะไร”
ทะเลจึงกระซิบว่า “อีกทะเล ทั้งเห่ทั้งกล่อมทั้งยอมเป็นเพื่อนใจ”

และสุดท้าย ไม่ว่าเราจะเลือกเสียงคลื่นหรือเสียงลมผ่านยอดสน ธรรมชาติก็ยังทำหน้าที่เดิมมาตลอดหลายล้านปี คือเตือนเราว่า
“เราไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่หน้าจอ เราเกิดมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้”

เพราะไม่ว่า ต้นไม้ หรือ ทราย หรือ คลอง ก็ล้วนเป็นพี่น้องกับเรา
—————

ที่อยู่

9 Chan 51 Junction 5, Wat-prayakrai, Bangkorlaem
Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

66815899289

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ที่พักชะอำ-หัวหิน by D-lightผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์