Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณ

Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณ ร้านข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ This love story entails naval hand signals between the two so they could meet at Sanam Luang.
(321)

**Please scroll down for ** English ** Japanese **

"บ้านขจิตพรรณ " ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2482 ( ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง) โดยคุณตาวัฒน์ คุณยายแหวนชุตาภา ในขณะที่ คุณขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร (ชุตาภา) มีอายุ 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย ใกล้เสาชิงช้า ที่ขณะนี้โรงเรียนมีอายุกว่า 100 ปีแล้ว

"บ้านขจิตพรรณ" นำไปสู่ความรักของหญิงสาวกับวิศวกรหนุ่มข้างบ้านที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมปลายจนเ

กิดเป็นตำนานการส่งสัญญาณมือแบบทหารเรือเพื่อนนัดพบกันไปนั่งเล่นที่สนามหลวง ก่อร่างสร้างความรักของนิสิตาสาวคณะเภสัชกรรมศาสตร์ และนิสิตหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยที่จะมีอายุครบ 100 ปีในปี พ.ศ.2560

"บ้านขจิตพรรณ" เป็นความทรงจำของพิธีแต่งงานและการครองคู่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปี พ.ศ.2498 อบอวลด้วยความรักของครอบครัวพี่น้องมิตรสหายที่ยังคงแวะมา เยี่ยมเยียนด้วยมิตรไมตรี

"บ้านขจิตพรรณ" ยังคงเป็นบ้านพักอาศัยของสุภาพสตรีอายุ 94 ปี ที่จะถ่ายทอดประวัติศาสตร์ ของกรุงรัตนโกสินทร์ผ่านกิจกรรมสาธารณะกุศลมาตลอดชีวิต มุ่งเน้นสนองคุณ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

"บ้านขจิตพรรณ" ยังถ่ายทอดให้เห็นถึงความเป็นอยู่แบบชาวบ้าน ที่ทำมาค้าขายใช้ชีวิตเดิมๆ อยู่ในชุมชนย่านตึกดิน ถนนดินสอ ที่เรียกว่า ตึกดิน เพราะมุมถนนดินสอสมัยนั้น มีตึกที่ใช้เป็นที่เก็บดินปืน ส่วนกรมศิลปากร แต่เดิมเคยอยู่ใกล้ติดดินตรอกนี้จึงมีชื่อว่าตรอกศิลป์มาแต่บัดนั้น

"บ้านขจิตพรรณ" จึงถูกพลิกฟื้นมาให้ได้สัมผัสร่องรอยของบ้านไม้ในยุครัตนโกสินทร์เส้นรอยแตกของไม้กระดานรู้ร่องของพื้นและเพดานที่พยายามรักษาให้คงเดิมเพื่อให้รู้สึกถึงกลิ่นอายของบ้านที่มีอายุกว่า 83 ปี

*****

“Baan Kachitpan” was built in 1939 (before World War II) by Grandfather Wat and Grandmother Wean Jutabha when Khun Kachitpan Thaipejr (Jutabha) was just 12 years old and studying in the Benjamarachalai School near the Giant Swing during the school’s centennial.
“Baan Kachitpan” will take you away to the blooming love story between a young lady and a young engineer who lives next door who were friends since high school days. As fate would have it, their love grew steadily into a love between the young lady in studying in the Faculty of Pharmaceutical Science and the young man studying in the Faculty of Engineering, in the same university – the Chulalongkorn University – the oldest University of Thailand that will be celebrating it’s Centennial in 2017.
“Baan Kachitpan” has lovingly preserved the beautiful memories of the traditional Thai marriage ceremony and the loving days of the married couple that started during the Premiership of Field Marshal Plaek Pibulsongkramth in 1955. It has since been infused and enhanced with the love of family, relatives and camaraderie among friends who regular frequent the house with love and friendship.
“Baan Kachitpan”, also the residence of a lady of 89 years, will imprint in your memory the rich history of the Rattanakosin Era through her life-long dedication to societal contribution solely to serve the nation, the religious faith, and the royal monarchy.
“Baan Kachitpan” will also reflect the normal everyday living of common Thai families, their daily routines in the local markets of the Tuek Din Community of the Din Sor Road. The reason why it is called Tuek Din (Powder Building) is because long ago there was a building on the corner of the Din Sor Road that was used for storing gunpowder. Near by is the Trok Silp (Silp Road), so called because long ago, the headquarters of the Fine Arts Department used to stand here.
“Baan Kachitpan” has been loving and meticulously brought back to its original beauty and glory of a Rattanakosin Era house. The small running cracks in the woodworks on the ceiling and between the floor planks are still there as a wonderful and loving reminder of memories of the long and rich history of this 78-year-old house – “Baan Kachitpan”.
“Baan Kachitpan” was built in 1939 (before World War II) by Grandfather Wat and Grandmother Wean Jutabha when Khun Kachitpan Thaipejr (Jutabha) was just 12 years old and studying in the Benjamarachalai School near the Giant Swing during the school’s centennial.
“Baan Kachitpan” will take you away to the blooming love story between a young lady and a young engineer who lives next door who were friends since high school days. The small running cracks in the woodworks on the ceiling and between the floor planks are still there as a wonderful and loving reminder of memories of the long and rich history of this 78-year-old house – “Baan Kachitpan”.


*****

「カチットパンの家」は第二次世界大戦前の1939年にスックワットおじいさんとウェン・チュターパーおばあさんによって建てられました。その頃、カチットパン・タイペチャラ(チュターパー)は12歳で、創立100年を迎えようとしていた、ベンチャマラチャライ学校で勉強していました。

「カチットパンの家」あなたを高校生の純愛の物語に誘います。それは、高校時代からの友人であった、若いエンジニアの男性と若い女性のお話です。この恋物語は2人が、海兵隊のハンドシクナルを使用し、サナムルアンに誘い出すことから始まります。高校生だった二人は共にタイ最古の大学であるチュラロンコン大学に進学し、女性は薬学部で学び、男性は工学部で学び、愛を育みました。

「カチットパンの家」では、二人の愛の歴史を美しく保存してきました。ポー(プレーグ) ピブンソンカランム将軍の政権下だった時代の1955年の2人の伝統的なタイの結婚式様子や愛に満ち溢れた結婚生活を残しています。結婚以来。今日に至るまで、子供や親戚、友人などこの家を訪れる人々の愛と友情にあふれた場所となっています。

「カチットパンの家」が建てれた頃に12歳だった女の子は徐々に年を重ね、89歳の女性になり、今でもこの家で生活を続けています。この家を通じて、彼女が生きたラタナコシン朝時代の歴史を感じることができるでしょう。国、国王、仏様に対する恩返しとして、生涯を通して、社会貢献活動を行っており、活動の歴史を通して、彼女が生きたラタナコシン朝時代を感じることができるでしょう。

「カチットパンの家」は、かつて存在した火薬庫に基づいて名付けられたテゥックディン地域に住むタイの一般家庭の生活を味わうことができます。またこの地域にはかつてタイ王国 文化省芸術局の本部があり、近くの道は本部にちなんで、トロック シンと呼ばれています。

「カチットパンの家」は、ラタナコシン朝時代の木造住宅の雰囲気を壊すことなく、重ねてきた歴史を大事に、木材の自然な割れ、溝、穴などを修復してきました。70年以上の深い愛情を感じる家、それが「カチットパンの家」なのです。

1 มิถุนายนนี้ ..  #ไทยช่วยไทยพลัส ที่ ร้านข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ .. ใช้สิทธิแล้ว ข้าวแช่เหลือท่านละ 250 บาท เท่านั้น รีบจอง...
30/05/2026

1 มิถุนายนนี้ .. #ไทยช่วยไทยพลัส ที่ ร้านข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ .. ใช้สิทธิแล้ว ข้าวแช่เหลือท่านละ 250 บาท เท่านั้น
รีบจองโต๊ะด่วน!

Line : https://lin.ee/JIAHNcw
Call : 0919821000

#อาหารไทย #ข้าวแช่ #อาหารในกรุงเทพ

29/05/2026

🙏 งานทำบุญวันเกิดครบ 98 ปี ของ คุณขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร .. ณ #บ้านขจิตพรรณ #เกาะรัตนโกสินทร์

28/05/2026

🌸 ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ 🌸

🌸ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ อิ่มละ 450 บาท รวม
*ปั้นขลิบ * ปอเปี๊ยะทอด *แตงโมหน้าปลาแห้ง
*ชุดข้าวแช่ เต็มชุด
*ขนม

🌸ชุดขนมจีน โรตี แกงเขียวหวาน อิ่มละ 450 บาท รวม
*ปั้นขลิบ * ปอเปี๊ยะทอด *แตงโมหน้าปลาแห้ง
*ชุด ขนมจีนโรตีแกงเขียวหวาน หมู หรือเนื้อ หรือลูกชิ้นปลา
*ขนม

🌸ปั้นขลิบไส้ปลา กล่องละ 220 บาท

สั่งซื้อ สอบถามข้อมูลได้ที่
Line : https://lin.ee/JIAHNcw
Call : 0919821000

#อาหารไทย #ข้าวแช่ #อาหารในกรุงเทพ

" จากมหาเจดีย์ 4 รัชกาล ข้ามสายน้ำเจ้าพระยา สู่พระปรางค์วัดอรุณฯ "Cr:  Joey_Baron HeliCamCr: unseen tour Thailand #วัดโพ...
16/05/2026

" จากมหาเจดีย์ 4 รัชกาล ข้ามสายน้ำเจ้าพระยา สู่พระปรางค์วัดอรุณฯ "

Cr: Joey_Baron HeliCam
Cr: unseen tour Thailand

#วัดโพธิ์
#บ้านขจิตพรรณ #ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #เกาะรัตนโกสินทร์

14/05/2026

นกน้อยทำรังบนต้นเชอรี่
Bird nest on cherry tree
#บ้านขจิตพรรณ #ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #เกาะรัตนโกสินทร์

ขจิตพรรณข้าวแช่ พริ้งเพรา พิลาสเอยพริกหยวกสอดไส้เฉลา ฉลุช้อยลูกกะปิกลมเพรา กลมกล่อม ปลายี่สนไชโป๊ร้อย รสล้ำตำรับไทยฯ #ข้...
13/05/2026

ขจิตพรรณข้าวแช่ พริ้งเพรา พิลาสเอย
พริกหยวกสอดไส้เฉลา ฉลุช้อย
ลูกกะปิกลมเพรา กลมกล่อม
ปลายี่สนไชโป๊ร้อย รสล้ำตำรับไทยฯ

#ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ
🏠 ร้านเปิดทุกวัน เปิด 10.30-15:00 น.
🚗 มีที่จอดรถ
- วันหยุด ใต้ศาลากว่าการกทม.
- ข้างร้านครัวอัปสร (จุดรับฝากรถ)
- วัดมหรรณพารามวรวิหาร (จุดรับฝากรถ)
🏡 ร้านอยู่ในซอยตรอกศิลป์ ถนนดินสอ จากปากซอยเข้ามาประมาณ 100 เมตร เลี้ยวขวาถึงเลยค่า
🚈 กรณีเดินทางโดย MRT ลงสถานีสามยอด แล้วเดินประมาณ 17 นาที หรือนั่งตุ๊กตุ๊กเข้ามาได้ค่า

📥 สั่งซื้อสอบถามข้อมูลได้ที่ Line:
☎️ 0919821000

#บ้านขจิตพรรณ
#ข้าวแช่ #ข้าวแช่ชาววัง #ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #เกาะรัตนโกสินทร์

ภาพพุทธศาสนิกชน มาทำบุญตักบาตรพระสงค์จากวัดสุทัศน์เทพวราราม บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่า การกรุงเทพฯ  ภาพนี้ถ่ายราวปี พ.ศ.25...
13/05/2026

ภาพพุทธศาสนิกชน มาทำบุญตักบาตรพระสงค์จากวัดสุทัศน์เทพวราราม บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่า การกรุงเทพฯ ภาพนี้ถ่ายราวปี พ.ศ.2500+-
CR: FBคันฉ่อง ส่องไท
#บ้านขจิตพรรณ #ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #เกาะรัตนโกสินทร์ #เกร็ดความรู้

🐱"หอมกลิ่นใบตองย่างอ่อนๆ หวานมันกะทิไส้ข้างใน... แต่เจ้า "แต้ม" แมวอ้วนข้างบ้านกลับทำหน้านิ่งเฝ้าดูไม่ห่าง ไม่ใช่เพราะอย...
12/05/2026

🐱"หอมกลิ่นใบตองย่างอ่อนๆ หวานมันกะทิไส้ข้างใน... แต่เจ้า "แต้ม" แมวอ้วนข้างบ้านกลับทำหน้านิ่งเฝ้าดูไม่ห่าง ไม่ใช่เพราะอยากกินหรอกนะ!แต่มันจ้องจะแย่งใบตองไปทำที่นอนต่างหาก! 😸💕ใครจะแอบจิ้มขนมสอดไส้ระวังเจ้ายามตัวนี้งับมือน้า~"
#ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #บ้านขจิตพรรณ #เกาะรัตนโกสินทร์
โทร 0919821000
Line

🏢คืบหน้าต่อเนื่องกับการปรับปรุงอาคารริมถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ หนึ่งของแผนฟื้นฟูภูมิทัศน์ครั้งใหญ่เพื่อยกระดับพื้นที่ใ...
11/05/2026

🏢คืบหน้าต่อเนื่องกับการปรับปรุงอาคารริมถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ หนึ่งของแผนฟื้นฟูภูมิทัศน์ครั้งใหญ่เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็น "แกนวัฒนธรรมและย่านการเรียนรู้ระดับโลก (Knowledge & Culture Avenue)" ต่อไปควบคู่กับการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ แหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยที่สุดของไทย (ขอขอบคุณภาพจากคุณ Jack Bangsue)
#บ้านขจิตพรรณ #ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ #เกร็ดความรู้

ยักษ์วัดพระแก้ว สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๓เป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์จำนวน ๖ คู่ ๑๒ ตน สูง ๖ เมตรหันหน้าเข้าสู่พระอุโบสถ ...
06/05/2026

ยักษ์วัดพระแก้ว สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๓
เป็นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์
จำนวน ๖ คู่ ๑๒ ตน สูง ๖ เมตร
หันหน้าเข้าสู่พระอุโบสถ

ทศกัณฐ์ (สีเขียว) – สหัสสเดชะ (สีขาว)
ไมยราพณ์ (สีม่วงอ่อน) – วิรุญจำบัง (สีมอหมึก)
สุริยาภพ (สีแดงชาด) – อินทรชิต (สีเขียว)
มังกรกัณฐ์ (สีเขียว) – วิรุฬหก (สีเขียวขาบ)
ทศคิรีธร (สีหงดิน) – ทศคีรีวัน (สีเขียว)
จักรวรรดิ (สีขาว) – อัศกรรณมารา (สีม่วงแก่)

๑. ทศกัณฐ์
ลักษณะทำเป็นหน้ายักษ์ ๓ ชั้น
คือ ชั้นแรกมีหน้าปกติ ๑ หน้า และมีหน้าเล็กๆ
เรียงกัน ๓ หน้า ตรงท้ายทอย
ชั้นที่ ๒ ทำเป็นหน้าเล็ก ๆ ๔ หน้า เรียงสี่ด้าน
ชั้นที่ ๓ ทำเป็นหน้าพรหมด้านหน้าหน้ายักษ์ด้านหลัง
ปากแสยะตาโพลง สวมมงกุฎยอดชัย
หน้าทศกัณฐ์มี ๓ สี คือ ปกติใช้หน้าสีเขียว
ตอนนั่งเมืองใช้หน้าสีทอง และมีทำหน้าสีน้ำรัก

ทศกัณฐ์มีกายสีเขียว ๑๐ พักตร์ ๒๐ กร
เป็นโอรสองค์ที่ ๑ ของท้าวลัสเตียนกับนางรัชฎา
นับเป็นกษัตริย์กรุงลงกาองค์ที่ ๓
มีมเหสี คือ นางมณโฑ กับนางกาลอัคคี
และนางสนมอีกเป็นจำนวนมาก มีโอรส ๑,๐๑๕
มีธิดา ๒ อุปนิสัยไม่ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม
หยาบช้า สามารถถอดจิตออกจากตนได้
ใครฆ่าไม่ตาย ทำให้ประพฤติตนไม่ถูกต้อง
ไปลักพานางสีดามเหสีของพระรามมา
จึงเป็นต้นเหตุแห่งศึกกรุงลงกา ทำให้พี่น้องเผ่าพงศ์ยักษ์
ล้มตายเป็นอันมาก ในที่สุดก็ตายด้วยศรของพระราม
โดยหนุมานขโมยกล่องดวงใจไปได้

๒. สหัสสเดชะ
ลักษณะหน้ายักษ์สีขาว ทำเป็นหน้า ๔ ชั้น หรือ ๕ ชั้น
ชั้นแรกมีหน้าปกติ ๑ หน้า หน้าเล็ก ๆ ๓ หน้า
เรียงอยู่ด้านหลังตรงท้ายทอย ชั้นที่ ๒ ๓ และ ๔
ทำเป็นหน้าเล็ก ๔ หน้า เรียงลดหลั่นกันไป
ชั้นบนสุดทำเป็น ๒ แบบ คือ เป็นแบบหน้ายักษ์
และแบบหน้าพรหม คล้ายกับหัวทศกัณฐ์
ปากแสยะตาโพลง สวมมงกุฎชัย

กายสีขาว มี ๑,๐๐๐ พักตร์ ๒,๐๐๐ กร
ครองกรุงปางตาล เป็นพี่ชายของมูลพลัม
มีตะบองวิเศษชี้ต้นตายชี้ปลายเป็น
ได้พรจากพระพรหม เมื่อรบกับผู้ใดให้พล
ในกองทัพนั้นแตกกระจายไป เมื่อทศกัณฐ์ขอร้อง
ให้มูลพลัมน้องชายไปช่วยศึกกรุงลงกา
สหัสสเดชะได้ไปรบด้วย เมื่อมูลพลัมตาย
จึงได้รบแก้แค้น ตายโดย หนุมานจับตะบองวิเศษหัก
และมัดด้วยหางตัดเศียรขาดกระเด็น

๓. ไมยราพณ์
ลักษณะหน้ายักษ์สีม่วงอ่อน ปากขบตาจระเข้
สวมมงกุฎกระหนก แต่บางตำราว่า
เป็นมงกุฎหางไก่กายสีม่วงอ่อนมี ๑ พักตร์ มี ๒ กร
เป็นโอรสท้าวมหายมยักษ์กับนางจันทรประภา
น้องชายของนางพิรากวน ครองกรุงบาดาล
ต่อจากท้าวมหายมยักษ์ มีเวทมนตร์สะกดทัพ
และเครื่องสรรพยาเป่ากล้อง ทศกัณฐ์เชิญไป
ช่วยรบกับพระราม ไมยราพณ์ได้สะกดทัพ
จับตัวพระรามไปไว้ในเมืองบาดาล
หนุมานตามไปช่วยพระรามและฆ่าไมยราพณ์ตาย

๔. วิรุญจำบัง
ลักษณะหน้ายักษ์สีมอหมึก ปากขบตาจระเข้
สวมมงกุฎหางไก่ กายสีมอหมึกมี ๑ พักตร์ ๒ กร
เป็นโอรสของพญาทูษณ์ ครองเมืองจารึก
ต่อจากพญาทูษณ์ มีม้าคู่ใจชื่อ นิลพาหุ
ตัวดำปากแดง บางตำราว่าตัวขาวหัวดำ
หายตัวได้ทั้งตนทั้งม้า ยกทัพไปช่วยทศกัณฐ์รบ
กับกองทัพพระรามสมทบกับกองทัพของท้าวสัทธาสูร
พระรามแผลงศรฆ่าม้าทรง จึงหนีไปซ่อนตัว
ในฟองน้ำเชิงเขาอัศกรรณ หนุมานตามไปฆ่า

๕. สุริยาภพ
ลักษณะหน้ายักษ์สีแดงชาด ปากขบตาโพลง
เขี้ยวงอกงอลง และมีสัณฐานหน้าเหมือนอินทรชิต
สวมชฎามนุษย์ยอดเดินหนเช่นเดียวกับอินทรชิต
จอนหูมีทั้งแบบจอนหูมนุษย์ และจอนหูยักษ์

กายสีแดงชาด มี ๑ หน้า ๒ มือ เป็นโอรสองค์ที่ ๑
ของท้าวจักรวรรดิและนางวัชนีสูร มีหอกเมฆพัท
เป็นอาวุธวิเศษ เมื่อพระพรตยกทัพทำศึกเมืองมลิวัน
ได้สู้รบกับพระสัตรุดและพุ่งหอกเมฆพัท
ถูกพระสัตรุดสลบ รุ่งขึ้นสุริยาภพออกรบ
และตายในสนามรบด้วยศรของพระพรต

๖. อินทรชิต
ลักษณะหน้ายักษ์สีเขียว ปากชบตาโพลงเขี้ยวคุด
(ดอกมะลิ) สวมชฎามนุษย์ หรือ ชฎายอดกาบไผ่เดินหน
แบบพระอินทร์ จอนหูมี ๒ แบบคือ จอนหูแบบมนุษย์
และจอนหูแบบยักษ์ นอกจากนี้ยังมีทำเป็นหน้าสีทอง
อีกแบบหนึ่ง และในตอนเป็นเด็กสวมกะบังหน้า
มีเกี้ยวรัดจุก (ชฎาเด็ก หรือหัวกุมารไว้จุก)

กายสีเขียว มี ๑ พักตร์ ๒ กร เป็นโอรสทศกัณฐ์
กับนางมณโฑ มีมเหสีชื่อนางสุวรรณกันยุมา
มีบุตรชื่อยามลิวันและกันยุเวก อินทรชิตเดิมชื่อรณพักตร์
เมื่อรบชนะพระอินทร์ ทศกัณฐ์จึงตั้งชื่อให้ว่าอินทรชิต
ได้รับพรจากพระเป็นเจ้า ๓ องค์ คือ
พระอิศวร พระพรหม และพระนารายณ์
มีอิทธิฤทธิ์มาก รบกับพระรามหลายครั้งหลายหน
ตายด้วยศรพระลักษมณ์ที่เนินเขาจักรวาล
ตอนตายองคตต้องนำพานจากพระพรหมธาดา
มารองรับเศียรอินทรชิต เพื่อมิให้ตกถึงพื้น
เพราะจะเกิดไฟไหม้ทั่วทั้งจักรวาล

๗. มังกรกัณฐ์
ลักษณะหน้ายักษ์สีเขียวหรือสีทอง
ปากขบตาจระเข้ สวมมงกุฎยอดนาค
กายสีเขียว มี ๑ พักตร์ ๒ กร
เป็นโอรสพญาขรกับนางรัชฎาสูร
ชาติเดิมคือทรพี ครองกรุงโรมคัลต่อจากพญาขร
คราวอินทรชิตชุบศรนาคบาศ
ทศกัณฐ์ให้ออกไปรบขัดตาทัพ ตายด้วยศรพระราม

๘. วิรุฬหก
ลักษณะหน้ายักษ์สีขาบ บางตำราว่าสีเขียวขาบ
บางแห่งว่าสีม่วงแก่ ปากแสยะตาโพลง
บางแห่งว่า ตาจระเข้ สวมมงกุฎยอดนาค
มีเครื่องประดับกายล้วนแล้วแต่นาคอันมีพิษ
กายสีขาบ บางตำราสีเขียวขาบ มี ๑ หน้า ๒ มือ

อาศัยอยู่ใต้พื้นดินระหว่างเขาตรีกูฎ
ครองเมืองมหาอันธการ ไปเข้าเฝ้าพระอิศวรปีละ ๗ ครั้ง
ครั้งหนึ่งขณะขึ้นบันไดไปยังเขาไกรลาสสำคัญว่า
พระอิศวรประทับอยู่ ก็ถวายบังคมขึ้นไปทุกขั้นบันได
ตุ๊กแกตัวหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่บนยอดเขาเห็นจึงล้อเลียน
ด้วยการร้องตุ๊กแกและผงกหัวขึ้นลงทุกครั้ง
ที่วิรุฬหกก้มลงกราบ วิรุฬหกโกรธจึงถอดสังวาลนาคขว้าง
ตุ๊กแกตายคาที่ มีผลทำให้เขาไกรลาสเอียงไปด้วย
ทศกัณฐ์เป็นผู้ผลักเขาให้ตรง

๙. ทศคิรีธร
ลักษณะหน้ายักษ์สีหงดิน ปากขบตาจระเข้
บางแห่งว่าตาโพลง ปลายจมูกเป็นงวงช้าง
สวมมงกุฎ กาบไผ่ กายสีหงดิน ๑ หน้า ๒ มือ
ขี่ม้าผ่านดำ เป็นโอรสท้าวทศกัณฐ์กับนางช้าง
มาเยี่ยมทศกัณฐ์พร้อมกับทศคิรีวัน
และเข้าทำสงครามพร้อมกัน
ตายด้วยศรพระลักษมณ์เช่นเดียวกับทศคิรีวัน

๑๐. ทศคีรีวัน
ลักษณะหน้ายักษ์สีเขียว ปากขบตาจระเข้
บางแห่งว่าตาโพลง ปลายจมูกเป็นงวงช้าง
สวมมงกุฎ กาบไผ่ กายสีเขียว มี ๑ หน้า ๒ มือ
ขี่ม้าผ่านขาว เป็นโอรสทศกัณฐ์ที่เกิดกับนางช้าง
เป็นบุตรบุญธรรมของท้าวอัศกรรณมาราสูร
พันธมิตรของทศกัณฐ์ คราวหนึ่งมาเยี่ยมทศกัณฐ์
จึงได้เข้าร่วมรบในศึกกรุงลงกา ตายด้วยศรพระลักษณ์

๑๑. จักรวรรดิ
ลักษณะหน้ายักษ์สีขาว ๔ หน้า ทำเป็น ๒ ชั้น
ชั้นแรกเป็นหน้าปกติ ๑ หน้า ชั้นที่ ๒
ทำเป็นหน้าเล็ก มี ๓ หน้า ปากแสยะตาโพลง
(บางทีทำเป็นปากแสยะตาจระเข้ มีเขี้ยวโง้งแหลม)
สวมมงกุฎหางไก่ กายสีขาว มี ๔ พักตร์ ๘ กร

เป็นกษัตริย์แห่งเมืองมลิวัน สหายของทศกัณฐ์
มเหสีชื่อวัชนีสูร มีบุตร ๓ คน ได้แก่ สุริยาภพ
บรรลัยจักร นนยุพักตร์ และมีบุตรี ๑ คน คือ รัตนมาลี
ต่อมาเมื่อไพนาสุริยวงศ์รู้ความจริงว่าทศกัณฐ์
คือบิดาที่แท้จริง จึงลอบมาหาท้าวจักรวรรดิ
ขอกองทัพไปช่วยกู้ลงกา ท้าวจักรวรรดิยกทัพไปลงกา
จับพิเภกหรือท้าวทศคิริวงศ์จำตรุ ยกไพนาสุริยวงศ์
ครองกรุงลงกา ให้นามว่าท้าวทศพิน พระพรตยกมาปราบ
และยกทัพต่อมายังเมืองมลิวัน สู้รบกัน
ในที่สุดท้าวจักรวรรดิตายในที่รบ

๑๒. อัศกรรณมารา
ลักษณะหน้ายักษ์สีม่วงแก่ ทำเป็นหน้า ๒ ชั้น
ชั้นแรกเป็นหน้าปกติ ๑ หน้า หน้าเล็ก ๓ หน้า
เรียงกันอยู่ตรงท้ายทอยด้านหลัง
ชั้นสองทำเป็นหน้าเล็ก ๓ หน้า
ปากขบตาโพลง หรือปากแสยะตาโพลง
บางแห่งว่าตาจระเข้ สวมชฎามนุษย์ หรือมงกุฎชัย

ครองกรุงดุรัม เป็นผู้ขอทศคิรีวัน ทศคิรีธร
โอรสทศกัณฐ์มาเป็นบุตรบุญธรรม
เมื่อทศคิรีวัน ทศคิรีธรตายในศึกลงกา
จึงยกทัพไปรบ พระรามแผลงศรตัดตัวขาด
จากกันไม่ตายแต่กลับกลายเป็นทวีคูณเรื่อย ๆ ไป
ในที่สุดพิเภกบอกวิธีสังหาร โดยต้องกวาดร่าง
ทิ้งแม่น้ำคงคา และตายด้วยเหตุนี้

ที่มา
“ยักษ์ทวารบาล ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม”
ในเว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ royal office
Cr: Thai Classic
#บ้านขจิตพรรณ #ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #เกาะกรุงรัตนโกสินทร์ #เกร็ดความรู้

ที่อยู่

31 ตรอกศิลป ถนน ดินสอ พระนคร
Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

+66919821000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณ:

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์

ประเภท