Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณ

Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณ ร้านข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ This love story entails naval hand signals between the two so they could meet at Sanam Luang.
(321)

**Please scroll down for ** English ** Japanese **

"บ้านขจิตพรรณ " ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2482 ( ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง) โดยคุณตาวัฒน์ คุณยายแหวนชุตาภา ในขณะที่ คุณขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร (ชุตาภา) มีอายุ 12 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเบญจมราชาลัย ใกล้เสาชิงช้า ที่ขณะนี้โรงเรียนมีอายุกว่า 100 ปีแล้ว

"บ้านขจิตพรรณ" นำไปสู่ความรักของหญิงสาวกับวิศวกรหนุ่มข้างบ้านที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมปลายจนเ

กิดเป็นตำนานการส่งสัญญาณมือแบบทหารเรือเพื่อนนัดพบกันไปนั่งเล่นที่สนามหลวง ก่อร่างสร้างความรักของนิสิตาสาวคณะเภสัชกรรมศาสตร์ และนิสิตหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยที่จะมีอายุครบ 100 ปีในปี พ.ศ.2560

"บ้านขจิตพรรณ" เป็นความทรงจำของพิธีแต่งงานและการครองคู่สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในปี พ.ศ.2498 อบอวลด้วยความรักของครอบครัวพี่น้องมิตรสหายที่ยังคงแวะมา เยี่ยมเยียนด้วยมิตรไมตรี

"บ้านขจิตพรรณ" ยังคงเป็นบ้านพักอาศัยของสุภาพสตรีอายุ 94 ปี ที่จะถ่ายทอดประวัติศาสตร์ ของกรุงรัตนโกสินทร์ผ่านกิจกรรมสาธารณะกุศลมาตลอดชีวิต มุ่งเน้นสนองคุณ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

"บ้านขจิตพรรณ" ยังถ่ายทอดให้เห็นถึงความเป็นอยู่แบบชาวบ้าน ที่ทำมาค้าขายใช้ชีวิตเดิมๆ อยู่ในชุมชนย่านตึกดิน ถนนดินสอ ที่เรียกว่า ตึกดิน เพราะมุมถนนดินสอสมัยนั้น มีตึกที่ใช้เป็นที่เก็บดินปืน ส่วนกรมศิลปากร แต่เดิมเคยอยู่ใกล้ติดดินตรอกนี้จึงมีชื่อว่าตรอกศิลป์มาแต่บัดนั้น

"บ้านขจิตพรรณ" จึงถูกพลิกฟื้นมาให้ได้สัมผัสร่องรอยของบ้านไม้ในยุครัตนโกสินทร์เส้นรอยแตกของไม้กระดานรู้ร่องของพื้นและเพดานที่พยายามรักษาให้คงเดิมเพื่อให้รู้สึกถึงกลิ่นอายของบ้านที่มีอายุกว่า 83 ปี

*****

“Baan Kachitpan” was built in 1939 (before World War II) by Grandfather Wat and Grandmother Wean Jutabha when Khun Kachitpan Thaipejr (Jutabha) was just 12 years old and studying in the Benjamarachalai School near the Giant Swing during the school’s centennial.
“Baan Kachitpan” will take you away to the blooming love story between a young lady and a young engineer who lives next door who were friends since high school days. As fate would have it, their love grew steadily into a love between the young lady in studying in the Faculty of Pharmaceutical Science and the young man studying in the Faculty of Engineering, in the same university – the Chulalongkorn University – the oldest University of Thailand that will be celebrating it’s Centennial in 2017.
“Baan Kachitpan” has lovingly preserved the beautiful memories of the traditional Thai marriage ceremony and the loving days of the married couple that started during the Premiership of Field Marshal Plaek Pibulsongkramth in 1955. It has since been infused and enhanced with the love of family, relatives and camaraderie among friends who regular frequent the house with love and friendship.
“Baan Kachitpan”, also the residence of a lady of 89 years, will imprint in your memory the rich history of the Rattanakosin Era through her life-long dedication to societal contribution solely to serve the nation, the religious faith, and the royal monarchy.
“Baan Kachitpan” will also reflect the normal everyday living of common Thai families, their daily routines in the local markets of the Tuek Din Community of the Din Sor Road. The reason why it is called Tuek Din (Powder Building) is because long ago there was a building on the corner of the Din Sor Road that was used for storing gunpowder. Near by is the Trok Silp (Silp Road), so called because long ago, the headquarters of the Fine Arts Department used to stand here.
“Baan Kachitpan” has been loving and meticulously brought back to its original beauty and glory of a Rattanakosin Era house. The small running cracks in the woodworks on the ceiling and between the floor planks are still there as a wonderful and loving reminder of memories of the long and rich history of this 78-year-old house – “Baan Kachitpan”.
“Baan Kachitpan” was built in 1939 (before World War II) by Grandfather Wat and Grandmother Wean Jutabha when Khun Kachitpan Thaipejr (Jutabha) was just 12 years old and studying in the Benjamarachalai School near the Giant Swing during the school’s centennial.
“Baan Kachitpan” will take you away to the blooming love story between a young lady and a young engineer who lives next door who were friends since high school days. The small running cracks in the woodworks on the ceiling and between the floor planks are still there as a wonderful and loving reminder of memories of the long and rich history of this 78-year-old house – “Baan Kachitpan”.


*****

「カチットパンの家」は第二次世界大戦前の1939年にスックワットおじいさんとウェン・チュターパーおばあさんによって建てられました。その頃、カチットパン・タイペチャラ(チュターパー)は12歳で、創立100年を迎えようとしていた、ベンチャマラチャライ学校で勉強していました。

「カチットパンの家」あなたを高校生の純愛の物語に誘います。それは、高校時代からの友人であった、若いエンジニアの男性と若い女性のお話です。この恋物語は2人が、海兵隊のハンドシクナルを使用し、サナムルアンに誘い出すことから始まります。高校生だった二人は共にタイ最古の大学であるチュラロンコン大学に進学し、女性は薬学部で学び、男性は工学部で学び、愛を育みました。

「カチットパンの家」では、二人の愛の歴史を美しく保存してきました。ポー(プレーグ) ピブンソンカランム将軍の政権下だった時代の1955年の2人の伝統的なタイの結婚式様子や愛に満ち溢れた結婚生活を残しています。結婚以来。今日に至るまで、子供や親戚、友人などこの家を訪れる人々の愛と友情にあふれた場所となっています。

「カチットパンの家」が建てれた頃に12歳だった女の子は徐々に年を重ね、89歳の女性になり、今でもこの家で生活を続けています。この家を通じて、彼女が生きたラタナコシン朝時代の歴史を感じることができるでしょう。国、国王、仏様に対する恩返しとして、生涯を通して、社会貢献活動を行っており、活動の歴史を通して、彼女が生きたラタナコシン朝時代を感じることができるでしょう。

「カチットパンの家」は、かつて存在した火薬庫に基づいて名付けられたテゥックディン地域に住むタイの一般家庭の生活を味わうことができます。またこの地域にはかつてタイ王国 文化省芸術局の本部があり、近くの道は本部にちなんで、トロック シンと呼ばれています。

「カチットパンの家」は、ラタナコシン朝時代の木造住宅の雰囲気を壊すことなく、重ねてきた歴史を大事に、木材の自然な割れ、溝、穴などを修復してきました。70年以上の深い愛情を感じる家、それが「カチットパンの家」なのです。

🙏🙏🙏 วันเข้าพรรษา
30/07/2026

🙏🙏🙏 วันเข้าพรรษา

ภูเขาทอง กับหน้าฝนกรุงเทพ Cr.PisutJarintippitak   #บ้านขจิตพรรณ  #โรงแรมในเกาะรัตนโกสินทร์
29/07/2026

ภูเขาทอง กับหน้าฝนกรุงเทพ
Cr.PisutJarintippitak
#บ้านขจิตพรรณ #โรงแรมในเกาะรัตนโกสินทร์

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะข้าพระพุทธเจ้าโรงแรมบ้านขจิตพรรณ
28/07/2026

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า
โรงแรมบ้านขจิตพรรณ

27/07/2026

Thank you for your review .. Thailand are very welcome all of you in having the supererb experience here . #บ้านขจิตพรรณ #ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #โรงแรมบนเกาะรัตนโกสินทร์

ภาพภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯสมัยก่อนคือบริเวณ “ชานพระนคร” ด้านหน้ากำแพงเมืองใกล้ป้อมมหากาฬมาจนจรดริมคลองห...
25/07/2026

ภาพภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯสมัยก่อนคือบริเวณ “ชานพระนคร” ด้านหน้ากำแพงเมืองใกล้ป้อมมหากาฬมาจนจรดริมคลองหลอดวัดราชนัดดา เป็นที่อยู่อาศัยของข้าราชการและชาวบ้านมาหลายยุคสมัย มีการปลูกสร้างอาคารเป็นแนวยาวตลอด ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศจรดแนว
คูคลองวัดเทพธิดารามในปัจจุบัน ในยุคตั้งแต่ราวครั้งรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา บริเวณนี้ผู้คนเรียกกันว่า “ตรอกพระยาเพชรฯ”
พระเจดีย์เป็นทอง เพราะบุกระเบื้องโมเสกสีทองที่องค์พระเจดีย์แล้ว มีเจดีย์บริวารอีก 4 องค์ภาพนี้ต้องถ่ายหลังจากปี พ.ศ.2509 อันเป็นปีที่ซ่อมแซมเหมือนดังปัจจุบัน เห็นรถเวสป้า ยังไม่ใส่หมวกกันน็อค วิ่งมาบนถนนราชดำเนินมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านป้อมมหากาฬ ภาพนี้ถ่ายราวปี พ.ศ.2509++

.กระดาษวิเศษ
#บ้านขจิตพรรณ

ภาพสันนิษฐาน  หากสร้างบรมบรรพต(ภูเขาทอง) องค์เดิมสำเร็จ(เเต่ได้ถล่มลงเสียก่อน) ก็จะได้เจดีย์ ที่สูงที่สุดในสยามดังภาพภาพ...
23/07/2026

ภาพสันนิษฐาน หากสร้างบรมบรรพต(ภูเขาทอง) องค์เดิมสำเร็จ(เเต่ได้ถล่มลงเสียก่อน) ก็จะได้เจดีย์ ที่สูงที่สุดในสยามดังภาพ

ภาพถ่ายภูเขาทอง เมื่อ พ.ศ ๒๔๐๘ ในรัชกาล ๔ .. พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ทรงมีดำริให้จัดสร้างพระเจดีย์ภูเขาทอง ไว้เป็นปูชนียสถานในพระนครเหมือนดั่งที่กรุงเก่า มีวัดภูเขาทอง ซึ่งตั้งอยู่ที่ชายทุ่ง มีองค์พระเจดีย์เป็นที่สำหรับชาวพระนครศรีอยุธยาลงไปประชุมเล่นเพลง และสักวาในเทศกาลประจำปี โดยรัชกาลที่ ๓ ได้ทรงเลือกเอาบริเวณวัดสระเกศเป็นที่ก่อสร้าง

เริ่มก่อสร้างโดยใช้โครงไม้ทำเป็นรูปปรางค์ใหญ่ ขุดฐานเอาไม้ซุงปูเป็นตาราง เอาศิลาแลงก่อขึ้นจนเสมอดินแล้วจึงก่อด้วยอิฐ ในองค์พระปรางค์เอาศิลาก้อนที่ราษฏรเก็บมาขายใส่ลงไป แต่ก่อสร้างได้ไม่เท่าไรก็ทรุด ยุบตัวพังลงมาเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอยู่ใกล้ชายคลอง พื้นดินไม่แข็งแรงพอจึงต้องปักเสารอบๆองค์พระปรางค์หลายๆชั้นไม่ให้ดินทลายออกไป จึงเริ่มก่อใหม่แต่ก็ยังทรุดอีกจึงยุติการก่อสร้างชั่วคราวจนสิ้นรัชกาลที่ ๓

ครั้นพอถึงรัชกาลที่ ๔ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๖ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้สร้างใหม่

เดือน ๖ ปีฉลู พ.ศ. ๒๔๐๘ รัชกาลที่ ๔ ได้เสด็จไปวางศิลาฤกษ์และให้เปลี่ยนชื่อใหม่ ตามพระเมรุบรมบรรพตที่ท้องสนามหลวง จากภูเขาทองเป็น "บรมบรรพต" การก่อสร้างครั้งนี้ได้แปลงพระเจดีย์องค์เดิม ให้เป็นภูเขามีพระเจดีย์อยู่ด้านบน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอด มีบันไดเวียนขึ้นลง ๒ สาย เพื่อสะดวกในเวลาเทศกาล

การก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ ก็ยังไม่แล้วเสร็จ จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ทำการก่อสร้างภูเขาทองที่ยังค้างอยู่จนสำเร็จ
ถ่ายโดย: จอห์น ทอมสัน ๒๔๐๘
เครดิต: ข้อมูลจากหนังสือวัดสระเกศ เเละวิกิพี่เดีย ..
ภาพสันนิษฐาน: Punchalit Jotikasthira
Cr: ภาพเก่าในอดีต
#บ้านขจิตพรรณ #บ้านบนเกาะรัตนโกสินทร์

เดือนนี้ใช้  #ไทยช่วยไทยพลัส กันครบหรือยังคะ .. วันหยุด เตรียมสั่ง ปั้นขลิบไส้ปลาไว้รับประทานกันในครอบครัวค่ะ add  #ข้าว...
20/07/2026

เดือนนี้ใช้ #ไทยช่วยไทยพลัส กันครบหรือยังคะ ..
วันหยุด เตรียมสั่ง ปั้นขลิบไส้ปลาไว้รับประทานกันในครอบครัวค่ะ
add
#ข้าวแช่บ้านขจิตพรรณ #ข้าวแช่ #ทานอะไรดี #เดลิเวอรี่
Add Line : https://lin.ee/vVCaWeM

19/07/2026

Peace and quiet at BaanKachitpan

เดือนนี้ใช้เงิน  #ไทยช่วยไทยพลัส กันหมดหรือยังคะ .. ขอเชิญมารับประทานอาหารที่  #ร้านข้้าวแช่บ้านขจิตพรรณ แล้วมาใช้สิทธิก...
17/07/2026

เดือนนี้ใช้เงิน #ไทยช่วยไทยพลัส กันหมดหรือยังคะ .. ขอเชิญมารับประทานอาหารที่ #ร้านข้้าวแช่บ้านขจิตพรรณ แล้วมาใช้สิทธิกันนะคะ
#บ้านขจิตพรรณ #โรงแรมบนเกาะรัตนโกสินทร์ #กินอะไรดี

ที่อยู่

31 ตรอกศิลป ถนน ดินสอ พระนคร
Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

+66919821000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Baan Kachitpan บ้านขจิตพรรณ:

ทางลัด

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์

ประเภท