อึ้งกิมกี่

อึ้งกิมกี่ คลิป

29/03/2026

Ep.3. ธงชัยตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการทำงานพาร์ทไทม์ เพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้านในยุคที่ "ขยับตัวก็เป็นเงินเป็นทอง" กันครับ

ตอน: งานพาร์ทไทม์ และแผนที่ความประหยัด
หลังจากคำนวณเงินในกระเป๋า ธงชัยรู้ดีว่าถ้าอยู่เฉยๆ เงินส่งเสียจากทางบ้านที่มาจากการขายผักอาจจะไม่พอกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น เขาจึงเริ่มออกหางานหลังเลิกเรียน

1. การเลือกงานที่ "คุ้มค่าเหนื่อย"
ธงชัยไม่ได้มองหางานที่เงินดีที่สุด แต่มองหางานที่ "ประหยัดต้นทุนแฝง" ที่สุด

งานร้านฟาสต์ฟู้ดในห้าง: แม้จะได้ชั่วโมงละ 45-50 บาท แต่ต้องเสียค่ารถเมล์ไป-กลับ 16-30 บาท แถมยังต้องซื้อข้าวแกงกินเอง

งานช่วยคีย์ข้อมูลในมหาวิทยาลัย: เงินน้อยกว่านิดหน่อย แต่ "เดินไปทำงานได้" ไม่เสียค่าน้ำมัน ไม่เสียค่ารถ และที่สำคัญคือ "มีสวัสดิการข้าวกล่อง" จากการจัดสัมมนาที่มักจะเหลือทิ้ง

2. ตารางชีวิต "วิศวกรความประหยัด"
ธงชัยเริ่มจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียด เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่มากับราคาน้ำมัน:

รายการ งบประมาณ (บาท/วัน) เทคนิคของธงชัย
ค่าเดินทาง 16 ใช้รถเมล์ธรรมดา (ครีม-แดง) ยอมเหงื่อซึมแต่ประหยัดกว่ารถแอร์เท่าตัว
ค่าอาหาร 80 หุงข้าวเองที่หอ ซื้อแกงถุงแบ่งกิน 2 มื้อ + ผักสดที่แม่ส่งมาให้ทางรถทัวร์
เงินเก็บ/ส่งกลับบ้าน 20
เก็บเศษเหรียญทุกวันเพื่อรวมเป็นเงินก้อนโอนให้แม่ยามฉุกเฉิน
ฉากสำคัญ: บทเรียนจาก "ถุงผัก" ของแม่
วันเสาร์หนึ่ง รถทัวร์จากต่างจังหวัดมาถึงสถานีขนส่งหมอชิต ธงชัยขี่จักรยานมือสอง (ที่เขาเพิ่งเจียดเงินซื้อมาเพื่อเลิกขึ้นวินมอเตอร์ไซค์) ไปรับพัสดุจากแม่

ในกล่องใบใหญ่ไม่ได้มีแค่ผักกาดขาวหรือคะน้า แต่มี "น้ำมันพืชขวดใหญ่" และ "ข้าวสาร" อัดแน่นมาด้วย พร้อมกระดาษโน้ตลายมือขยุกขยิกของแม่ว่า:

"น้ำมันรถมันแพง ผักที่ตลาดขายยากหน่อย พ่อเลยฝากของกินพวกนี้มาให้ธง จะได้ไม่ต้องซื้อเขาแพงๆ รักลูกนะ"

ธงชัยยืนกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นท่ามกลางควันรถและอากาศร้อนระอุของกรุงเทพฯ เขารู้ว่าน้ำมันพืชขวดนี้ พ่อต้องขายผักกี่กิโลกว่าจะแลกมาได้ และค่าส่งพัสดุที่แพงขึ้นตามราคาน้ำมัน พ่อก็ยอมจ่ายเพื่อให้ลูกชายอิ่มท้อง

บทสรุปของนักสู้
ธงชัยไม่ได้แค่อยู่รอดไปวันๆ แต่เขาเริ่ม "ฉลาดใช้ชีวิต" มากขึ้น เขาเริ่มรวมกลุ่มกับเพื่อนในหอพักเพื่อ "ซื้อของเหมาเข่ง" มาแบ่งกัน (Bulk Buying) เพื่อลดต้นทุน และอาสาเป็นคนติวหนังสือให้เพื่อนแลกกับข้าวหนึ่งมื้อ

นี่คือบทเรียนที่โรงเรียนมัธยมไม่ได้สอน... แต่น้ำมันลิตรละเกือบ 40 บาทสอนเขาจนขึ้นใจ....

29/03/2026

Ep.2 "บทเรียนนอกตำรา" ของธงชัยในกรุงเทพฯ กันต่อครับ เมื่อความประหยัดไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ "ทักษะการเอาตัวรอด"

ธงชัยในเมืองกรุง: สมุดบัญชีและแผนที่รถเมล์
หลังจากย้ายเข้าหอพักแถวรามคำแหง ธงชัยไม่ได้เริ่มใช้ชีวิตด้วยการไปเดินสยามเหมือนเพื่อนคนอื่น สิ่งแรกที่เขาทำคือ "กางแผนที่รถเมล์ขสมก."

กลยุทธ์ "ประหยัดน้ำมันทางอ้อม" ของธงชัย
กิจกรรม สิ่งที่เคยคิด สิ่งที่ต้องทำจริง
การเดินทาง ซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองขี่ไปเรียน ยอมตื่นเร็วขึ้น 1 ชั่วโมงเพื่อรอ รถเมล์ร้อน (8 บาทตลอดสาย) แทนรถแอร์หรือวินมอเตอร์ไซค์
อาหารการกิน ฝากท้องกับร้านสะดวกซื้อหรือสั่ง Delivery พก "น้ำพริกและผักลวก" จากแผงที่บ้านมาด้วย ช่วยลดค่ากับข้าวไปได้หลายมื้อ
การเรียน ขนโน้ตบุ๊กไปนั่งทำงานคาเฟ่ชิคๆ สิงตัวอยู่ใน ห้องสมุดมหาวิทยาลัย เพราะแอร์ฟรี ไฟฟรี และไม่ต้องเสียค่ากาแฟแก้วละร้อย
ฉากสะเทือนใจที่ปั๊มน้ำมัน
เย็นวันหนึ่ง ธงชัยไปยืนต่อแถวซื้อข้าวกะเพราข้างปั๊มน้ำมัน เขาเห็นป้ายราคาน้ำมันหน้าปั๊มขยับตัวเลขขึ้นอีก 60 สตางค์ สายตาเขาเหลือบไปเห็นไรเดอร์ส่งอาหารคนหนึ่งยืนถอนหายใจยาวๆ พลางบ่นว่า "วิ่งทั้งวัน ค่าน้ำมันกินหมดแล้ว"

ภาพนั้นทำให้ธงชัยนึกถึงพ่อที่ขับรถส่งผักอยู่ต่างจังหวัดทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาแม่:

"แม่ครับ วันนี้ที่กรุงเทพฯ น้ำมันขึ้นราคาอีกแล้ว พ่อขับรถระวังๆ นะครับ ไม่ต้องรีบเหยียบเปลืองน้ำมัน ผมกินข้าวอิ่มแล้วครับ ไม่ต้องโอนเงินมาเพิ่มนะ"

เขากดส่งทั้งที่ในกระเป๋าสตางค์เหลือแบงก์ร้อยอยู่เพียงใบเดียวสำหรับ 3 วันที่เหลือของสัปดาห์

จุดเปลี่ยนของความคิด
ธงชัยไม่ได้แค่นั่งเศร้ากับราคาน้ำมัน แต่เขาเริ่มมองหา "โอกาส" เขาเลือกลงทะเบียนเรียนวิชาเลือกด้าน "เศรษฐศาสตร์พลังงาน" และ "การบริหารจัดการโลจิสติกส์" เพราะเขาสัญญากับตัวเองว่า...

"ถ้าวันหนึ่งผมเรียนจบ ผมจะกลับไปหาวิธีทำให้การส่งผักของพ่อไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันแพงๆ แบบนี้เพียงอย่างเดียว"....

29/03/2026

✍️...นี่คือเรื่องราวของ "ธงชัย" เด็กหนุ่มที่เพิ่งสอบติดคณะบริหารธุรกิจในกรุงเทพฯ แต่ความดีใจนั้นกลับจางลงเมื่อต้องเผชิญกับ #โลกความเป็นจริงที่ขับเคลื่อนด้วยราคาน้ำมันครับ
Ep.1
บทเรียนแรกหลังจบมัธยม: "ต้นทุนที่มองไม่เห็น"
ธงชัยตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อช่วยพ่อแม่ขนผักขึ้นรถกระบะคันเก่าไปส่งที่ตลาดเหมือนทุกวัน แต่วันนี้บรรยากาศในรถเงียบผิดปกติ พ่อไม่ได้เปิดวิทยุฟังเพลงลูกทุ่งเหมือนเคย สายตาของพ่อจ้องไปที่เข็มน้ำมันที่ร่วงลงเร็วกว่าปีก่อนๆ

1. กำไรที่หายไปในถังน้ำมัน
"ธง... วันนี้เราต้องขึ้นราคาคะน้ากิโลละ 5 บาทนะ" พ่อพูดขึ้นลอยๆ ขณะถอยรถเข้าแผง
ธงชัยรู้ดีว่าไม่ใช่เพราะอยากได้กำไรเพิ่ม แต่มันคือการ "พยุงตัว" เมื่อราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้น ทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งหมายถึงต้นทุนการขนส่งที่กินเนื้อกำไรของครอบครัวไปเกือบครึ่ง ผักที่เคยขายถูกเพื่อให้คนในชุมชนได้กิน กลับกลายเป็นของแพงที่ลูกค้าบ่นอุบ

2. ความฝันที่ถูกคำนวณใหม่
ในฐานะเด็กจบใหม่ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ธงชัยเริ่มหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมาไม่ได้เพื่อแก้โจทย์คณิตศาสตร์ แต่เพื่อคำนวณ "ค่าครองชีพ"

ค่าโดยสาร: รถเมล์และรถตู้ปรับราคาขึ้นตามต้นทุนพลังงาน

ค่าอาหาร: เมื่อค่าขนส่งแพง วัตถุดิบในตลาดก็แพงตาม ข้าวกะเพราหน้าปากซอยจาก 45 บาท กลายเป็น 55-60 บาท

เงินคำขอ: ธงชัยไม่กล้าเอ่ยปากขอเงินค่าหอพักเพิ่ม เพราะเขารู้ดีว่าเงินทอนจากตลาดของแม่แต่ละบาทนั้นยากเย็นแค่ไหน

3. ทางเลือกที่ถูกบีบให้แคบลง
เพื่อนหลายคนของธงชัยตัดสินใจ "พักเรียน" 1 ปี เพื่อหางานทำช่วยที่บ้าน หรือเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยในเมืองใหญ่มาเรียนใกล้บ้านเพื่อลดค่าเดินทาง ส่วนธงชัยเอง จากที่เคยฝันว่าจะซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองสักคันไว้ขี่ไปเรียน เขากลับต้องพับโครงการนั้นเก็บไป เพราะลำพังแค่ "ค่าน้ำมัน" รายสัปดาห์ ก็อาจจะเท่ากับค่าอาหารของเขาได้ทั้งเดือน

ก่อนวันเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พ่อกำชับกับเขาว่า "ตั้งใจเรียนนะธง ยุคนี้แค่ขยันอย่างเดียวไม่พอ ต้องฉลาดวางแผนด้วย เพราะเราไม่ได้สู้กับแค่ตำรา แต่เรากำลังสู้กับราคาน้ำมันที่มันไม่เคยรอใคร"

ธงชัยมองดูรถกระบะของพ่อที่ขับออกไปส่งผักอีกรอบ เขารู้แล้วว่าใบปริญญาของเขาไม่ได้มีแค่ค่าเทอม แต่มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำมันทุกหยดที่พ่อแม่ยอมจ่าย...

29/08/2022

ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ

05/08/2021

มึงๆกุไม่ชอบประยุทธ์และกุก็ไม่ชอบทักษิณ
กุเป็นสลิ่มมั้ย?
กุไม่ชอบความไม่ถูกต้อง​ ไม่ว่าจะรัฐบาล​ชุดไหน!!.. อึ้งกิมกี่

16/10/2020
08/10/2020
08/10/2020

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อึ้งกิมกี่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์