Papercraft Packaging

Papercraft Packaging Papercraft Packaging เพเพอร์คราฟท์ แพ็คเกจจิ้ง บ? Papercraft Packaging เพเพอร์คราฟท์ แพ็คเกจจิ้ง บริการผลิตกล่องกระดาษสำหรับสินค้าทุกประเภท

20/08/2026

ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับทุกความต้องการในธุรกิจ
💥สอบถามเพิ่มเติม💥 หรือประเมินราคาผลิตกล่อง
งานพิมพ์ ออฟเซ็ท ส่งรายละเอียด ตัวอย่างงานเพื่อขอใบเสนอราคา ได้ที่ [email protected]
📌🏆Tel: 020204255
📌Tel/Line: 0944872167
📌Tel/Line: 0997640708
www.papercraft-packaging.com
Email: [email protected]
FB: papercraftpackaging
IG: papercraftpackaging

#พิมพ์กล่อง #กล่องบรรจุภัณฑ์ #พิมพ์ออฟเซ็ท
#กล่องบรรจุภัณฑ์ #กล่องเค้ก #กล่องขนม #กล่องหูหิ้ว #กล่องออฟเซ็ทประกบลูกฟูก #กล่องลัง #กล่องเครื่องสำอางค์ #กล่องครีม #โบว์ชัวร์ #ฉลากสินค้า #แผ่นรองอาหาร

ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับทุกความต้องการในธุรกิจ💥สอบถามเพิ่มเติม💥 หรือประเมินราคาผลิตกล่องงานพิมพ์ ออฟเซ็ท ส่งรายละเอียด ...
20/08/2026

ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์สำหรับทุกความต้องการในธุรกิจ
💥สอบถามเพิ่มเติม💥 หรือประเมินราคาผลิตกล่อง
งานพิมพ์ ออฟเซ็ท ส่งรายละเอียด ตัวอย่างงานเพื่อขอใบเสนอราคา ได้ที่ [email protected]
📌🏆Tel: 020204255
📌Tel/Line: 0944872167
📌Tel/Line: 0997640708
www.papercraft-packaging.com
Email: [email protected]
FB: papercraftpackaging
IG: papercraftpackaging

#พิมพ์กล่อง #กล่องบรรจุภัณฑ์ #พิมพ์ออฟเซ็ท
#กล่องบรรจุภัณฑ์ #กล่องเค้ก #กล่องขนม #กล่องหูหิ้ว #กล่องออฟเซ็ทประกบลูกฟูก #กล่องลัง #กล่องเครื่องสำอางค์ #กล่องครีม #โบว์ชัวร์ #ฉลากสินค้า #แผ่นรองอาหาร

❤️ยินดีกับ "ศรีจันทร์" ด้วย นะคะ 🥳
05/08/2026

❤️ยินดีกับ "ศรีจันทร์" ด้วย นะคะ 🥳

สรุปธุรกิจ ศรีจันทร์ ปี 2568 รายได้ทะลุ 2,000 ล้าน เป็นครั้งแรก

Prompt สำหรับช่วยนักการตลาดในการ “หา Market Gap ที่ยังว่างอยู่ในตลาด” ...
28/07/2026

Prompt สำหรับช่วยนักการตลาดในการ “หา Market Gap ที่ยังว่างอยู่ในตลาด” ...

#การตลาดวันละตอน #การตลาดวันละPrompt วันนี้มี Prompt สำหรับช่วยนักการตลาดในการ “หา Market Gap ที่ยังว่างอยู่ในตลาด” มาให้ลองกันครับ
เมื่อเราจะออก Product หรือ Innovation ใหม่ ๆ อาจเริ่มจากการหาช่องว่างที่ยังมีอยู่ในตลาด แต่บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ เพราะช่องว่างบางจุดอาจเป็นโอกาสที่ยังไม่มีใครมองเห็น ขณะที่บางจุดไม่มีใครทำเพราะไม่มีลูกค้าต้องการ Prompt นี้เลยจะมาช่วยวิเคราะห์ว่าช่องว่างไหนน่าสนใจและเหมาะกับจุดเด่นของเราครับ
Prompt นี้เราจะใช้ SPICE Framework ที่ครบทั้ง Situation / Persona / Instruction / Criteria / Example ให้ AI ช่วยมองหาพื้นที่ว่างหรือกลุ่มลูกค้าที่ยังไม่มีใครจับจริงจัง พร้อมวิเคราะห์โอกาส เหตุผลที่ช่องว่างนั้นยังอยู่ และความเสี่ยงที่ต้องระวังครับ
[Copy Prompt ข้างล่างนี้ได้เลยครับ]
Situation: ตลาดของเราคือ [ระบุตลาด] ผู้เล่นหลักในตลาดคือ [ลิสต์คู่แข่ง] จุดเด่นที่เรามีคือ [จุดเด่น]
Persona: สวมบทบาทเป็นนักกลยุทธ์ที่เก่งเรื่องการหา Market Gap ในตลาด
Instruction: วิเคราะห์ว่ามีช่องว่างหรือกลุ่มลูกค้าไหนในตลาดนี้ที่ยังไม่มีใครจับจริงจัง และเหมาะกับจุดเด่นของเรา
Criteria: แต่ละช่องว่างบอกขนาดและโอกาสคร่าวๆ เหตุผลที่ยังว่าง และความเสี่ยง พร้อมอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์
Example: อยากได้ช่องว่างที่ว่างเพราะยังไม่มีใครทำ ไม่ใช่ว่างเพราะไม่มีคนต้องการ
ตัวอย่างการเติม: Situation - ตลาดของเราคือขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ ผู้เล่นหลักคือแบรนด์ถั่วอบและสาหร่าย จุดเด่นที่เรามีคือใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและน้ำตาลน้อย
อยากอ่านเรื่องการใช้ AI ช่วยเวิร์กโฟลว์ให้กับงานการตลาดแบบเต็ม ๆ อ่านเพิ่มได้ที่
https://everydaymarketing.co/

แจกชีตสรุป Social Media Size ทุกแพลตฟอร์ม ฉบับครึ่งปีหลัง 2026 พร้อมทริกในการโพสต์! ...
20/07/2026

แจกชีตสรุป Social Media Size ทุกแพลตฟอร์ม ฉบับครึ่งปีหลัง 2026 พร้อมทริกในการโพสต์! ...

😍Mommy Booster x Papa Paper อัปไซเคิล "กากหัวปลี" สู่แพคเกจจิ้งรักษ์โลก แก้ปัญหาสังคมครบวงจร ...
11/07/2026

😍Mommy Booster x Papa Paper อัปไซเคิล "กากหัวปลี" สู่แพคเกจจิ้งรักษ์โลก แก้ปัญหาสังคมครบวงจร ...

นวัตกรรมเปลี่ยนโลกธุรกิจ Mommy Booster x Papa Paper อัปไซเคิล "กากหัวปลี" สู่แพคเกจจิ้งรักษ์โลก แก้ปัญหาสังคมครบวงจร
การเติบโตของ e-Commerce ทำให้ขยะพลาสติกกันกระแทกพุ่งสูงขึ้น วันนี้ thumbsup ชวนมาดูโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจจากวงการแม่และเด็ก เมื่อ Mommy Booster (แบรนด์เครื่องดื่มบำรุงสุขภาพสำหรับคุณแม่อันดับ 1) จับมือกับ Papa Paper (ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดาษคราฟต์รักษ์โลกแบรนด์ PAPA PAPER®) ปฏิวัติวงการแพคเกจจิ้งด้วยหลัก Circular Economy
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากวิสัยทัศน์ของ คุณวริษา เนื้อนุ้ย บารโรด์ CEO Mommy Booster และ คุณธนากร สุภาษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิมพลิ เด็คคอร์ จำกัด โดยได้รับการสนับสนุนจาก สสว. และผู้เชี่ยวชาญ เปลี่ยนขยะเหลือทิ้งให้มีมูลค่าได้อย่างไร
♻️ Upcycled Waste to Value: เปลี่ยน "กากหัวปลี" ปริมาณมหาศาลที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตเครื่องดื่ม ให้กลายเป็นวัสดุกันกระแทกเพื่อสิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้พลาสติกบับเบิ้ลที่ย่อยสลายยาก
🌍 สู้ฝุ่น PM 2.5: ไม่ใช่แค่เป้าหมาย Zero Waste ในองค์กร แต่ยังรับซื้อวัสดุการเกษตรที่รอการกำจัด ช่วยลดวงจรการเผาพืชผล ซึ่งเป็นต้นตอของฝุ่น PM 2.5 ที่ทำร้ายสุขภาพ
🧑‍🌾 สร้างรายได้สู่ชุมชน: การรับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรนี้ เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยโดยตรง และในอนาคตมีแผนผนึกกำลังกับ "วิสาหกิจชุมชน" เพื่อสร้างวัสดุกันกระแทกชีวภาพ กระจายรายได้ยั่งยืน
✨ ต่อยอดสู่ Premium: แบรนด์เตรียมดันนวัตกรรมนี้สู่การผลิตกันกระแทกเกรดพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ความหรูหราและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าราคาสูงในอนาคต
นับเป็นมิติใหม่ของ CSR ที่สะท้อนว่าธุรกิจยุคใหม่สามารถใส่ใจผู้บริโภคแบบองค์รวม ไปพร้อมๆ กับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับชาติได้อย่างแท้จริง

ทำความรู้จัก กลยุทธ์ Brand Modernization ผ่านกรณีศึกษาของ “เพ็ญภาค” หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมแบรนด์บางแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมา...
20/06/2026

ทำความรู้จัก กลยุทธ์ Brand Modernization ผ่านกรณีศึกษาของ “เพ็ญภาค”
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมแบรนด์บางแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมาหลาย 10 ปีถึงยังคงดูเข้ากับยุคสมัย และสามารถ ผลักดันตัวเองเข้าไปอยู่ในกระแสของลูกค้าหน้าใหม่ๆ ได้ ซึ่งหากจะให้อธิบายถึงชุดกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์เก่าแก่เหล่านั้นยังดู ทันสมัยได้แล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องของการทำ Brand Modernization
หากจะให้อธิบายความหมายของการทำ Brand Modernization หรือการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยแล้ว มันก็คือกระบวนการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือชุบชีวิตแบรนด์ที่มีอายุเก่าแก่ มีความดั้งเดิม หรือเริ่มไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ให้กลับมามีความสดใหม่ ทันสมัย และสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ เช่น กลุ่ม Gen Z และ Millennials ได้อีกครั้ง โดยที่แบรนด์ไม่จำเป็นต้องทิ้ง "คุณค่าดั้งเดิม" (Core Values) หรือมรดกของแบรนด์ (Brand Heritage) ที่สะสมมานาน
เป้าหมายสูงสุดของกลยุทธ์นี้คือการเปลี่ยนจากแบรนด์ที่คนมองว่า "เชยหรือแก่" ให้กลายเป็น "เก๋า ทันสมัย และน่า ดึงดูด" เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจในอนาคต โดย 5 เสาหลักที่ทำให้การใช้กลยุทธ์ Brand Modernization ให้ประสบ ความสำเร็จนั้น จะมีตั้งแต่
1.การปรับอัตลักษณ์และการออกแบบใหม่ เป็นการทำ Visual Identity Redesign ซี่งเป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์ ภายนอกให้ดูโมเดิร์น สแกนสายตาง่าย และเหมาะกับยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการทำ Logo & Typography ที่เป็นปรับโลโก้ให้ เรียบง่ายขึ้น โดยตัดรายละเอียดที่รุงรังออก เพื่อให้แสดงผลบนหน้าจอสมาร์ตโฟนหรือโปรไฟล์โซเชียลมีเดียได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกันก็ต้องปรับ Packagingใหม่ โดยเปลี่ยนวัสดุหรือรูปทรงบรรจุภัณฑ์ให้พกพาง่ายขึ้น สวยงามน่าถ่ายรูป อัปลงโซเชียล และใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
2. นำเสนอนวัตกรรมและการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ (Product Innovation & Format Disruption) ให้กับตลาด แม้ สินค้าดั้งเดิมอาจจะดีอยู่แล้ว แต่พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป แบรนด์จึงต้องเปลี่ยน "รูปแบบ" การใช้งานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันเปลี่ยนฟอร์แมต เช่น จากยาสมุนไพรต้มดื่มยาก เปลี่ยนเป็นเยลลี่เคี้ยวหนึบ หรือเครื่องดื่มวิตามินอัดก๊าซซ่า เป็นต้น //

ทำความรู้จัก กลยุทธ์ Brand Modernization ผ่านกรณีศึกษาของ “เพ็ญภาค”
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมแบรนด์บางแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมาหลาย 10 ปีถึงยังคงดูเข้ากับยุคสมัย และสามารถ ผลักดันตัวเองเข้าไปอยู่ในกระแสของลูกค้าหน้าใหม่ๆ ได้ ซึ่งหากจะให้อธิบายถึงชุดกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์เก่าแก่เหล่านั้นยังดู ทันสมัยได้แล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องของการทำ Brand Modernization
หากจะให้อธิบายความหมายของการทำ Brand Modernization หรือการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัยแล้ว มันก็คือกระบวนการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือชุบชีวิตแบรนด์ที่มีอายุเก่าแก่ มีความดั้งเดิม หรือเริ่มไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ให้กลับมามีความสดใหม่ ทันสมัย และสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ เช่น กลุ่ม Gen Z และ Millennials ได้อีกครั้ง โดยที่แบรนด์ไม่จำเป็นต้องทิ้ง "คุณค่าดั้งเดิม" (Core Values) หรือมรดกของแบรนด์ (Brand Heritage) ที่สะสมมานาน
เป้าหมายสูงสุดของกลยุทธ์นี้คือการเปลี่ยนจากแบรนด์ที่คนมองว่า "เชยหรือแก่" ให้กลายเป็น "เก๋า ทันสมัย และน่า ดึงดูด" เพื่อสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจในอนาคต โดย 5 เสาหลักที่ทำให้การใช้กลยุทธ์ Brand Modernization ให้ประสบ ความสำเร็จนั้น จะมีตั้งแต่
1.การปรับอัตลักษณ์และการออกแบบใหม่ เป็นการทำ Visual Identity Redesign ซี่งเป็นการปรับปรุงรูปลักษณ์ ภายนอกให้ดูโมเดิร์น สแกนสายตาง่าย และเหมาะกับยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการทำ Logo & Typography ที่เป็นปรับโลโก้ให้ เรียบง่ายขึ้น โดยตัดรายละเอียดที่รุงรังออก เพื่อให้แสดงผลบนหน้าจอสมาร์ตโฟนหรือโปรไฟล์โซเชียลมีเดียได้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกันก็ต้องปรับ Packagingใหม่ โดยเปลี่ยนวัสดุหรือรูปทรงบรรจุภัณฑ์ให้พกพาง่ายขึ้น สวยงามน่าถ่ายรูป อัปลงโซเชียล และใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
2. นำเสนอนวัตกรรมและการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ (Product Innovation & Format Disruption) ให้กับตลาด แม้ สินค้าดั้งเดิมอาจจะดีอยู่แล้ว แต่พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป แบรนด์จึงต้องเปลี่ยน "รูปแบบ" การใช้งานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันเปลี่ยนฟอร์แมต เช่น จากยาสมุนไพรต้มดื่มยาก เปลี่ยนเป็นเยลลี่เคี้ยวหนึบ หรือเครื่องดื่มวิตามินอัดก๊าซซ่า เป็นต้น
3. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและเทคโนโลยี (Digital Transformation & Data) โดยปรับปรุงวิธีการทำงานและการ เข้าถึงลูกค้าด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
เช่นเดียวกับการเพิ่มช่องทางการขายใหม่ๆ อาทิ ขยายจากหน้าร้านแบบเดิมไปสู่ E-commerce, SocialCommerce เช่น TikTok Shop และแอปพลิเคชันเดลิเวอรี รวมถึงการทำการตลาดที่ใช้ข้อมูล แบบData-Driven อาทิ การนำระบบ CRM เช่น Line Official Account และ AI มาช่วยเก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เพื่อทำโปรโมชันได้ตรงใจแบบรายบุคคล แทนการ หว่านโฆษณาแบบเดิม
4. การปรับโทนเสียงและการสื่อสาร (Tone of Voice & Communication) เปลี่ยนวิธีพูดและวิธีการเล่าเรื่อง (Storytelling) ให้เป็นภาษาเดียวกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ปรับโทนเสียงให้มีความเป็นมนุษย์ สนุกสนาน จริงใจ เข้าถึงง่าย และ กล้าเล่นตลก (Humor) บนโซเชียลมีเดียเลือกใช้แพลตฟอร์มที่คนรุ่นใหม่อยู่จริง เช่น TikTok, Instagram หรือ X (Twitter) และทำคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอสั้น
5. มีการใช้กลยุทธ์ Brand Collaboration หรือ Co-Creation เพื่อเข้ามาช่วยสร้างกระแสให้แบรนด์ ซึ่งเป็นวิธีลัด ที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างความทันสมัย โดยนำแบรนด์เก่าแก่ไปจับคู่ หรือ X กับแบรนด์ คาแร็กเตอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ เป็นไอคอนของคนรุ่นใหม่ อย่างที่แบรนด์ยาอมตราตะขาบ 5 ตัว คอลแลปส์กับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแวร์ Greyhound หรือ แบรนด์น้ำพริกแม่ประนอม คอลแลปส์กับแบรนด์เครื่องสำอาง เพื่อสร้างความเซอร์ไพรส์และความแปลกใหม่ให้ตลาด
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การทำ Brand Modernization ไม่ใช่เป็นการรีแบรนด์ เพราะ การRebranding กับ Brand Modernization มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งมีความแตกต่างกันในเชิงลึก โดย Rebranding คือการ "รื้อแล้วสร้างใหม่" มักเกิดขึ้นเมื่อแบรนด์เดิมมีปัญหาภาพลักษณ์ด้านลบอย่างรุนแรง หรือเปลี่ยนทิศ ทางธุรกิจไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งอาจรวมถึงการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ เปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนสี และเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายใหม่ทั้งหมด
ส่วน Brand Modernization คือการ "ต่อยอดความเก๋าให้ทันสมัย" แบรนด์ยังคงใช้ชื่อเดิม โลโก้เดิม ที่ผ่านปรับให้ โมเดิร์นขึ้น และภูมิใจในประวัติศาสตร์ดั้งเดิม แต่ปรับปรุงวิธีการนำเสนอ สินค้า และการสื่อสารให้เข้ากับยุคปัจจุบัน โดยไม่ทิ้ง ฐานลูกค้าเก่า

01/06/2026

ถ้า 2026 นับเป็นยุครุ่งเรืองของ AI การจะปลุกกระแส Solopreneur หน้าใหม่ให้เฟื่องฟู และประสบความสำเร็จ จนสร้างธุรกิจให้ทำเงินได้ด้วยตัวคนเดียว คงไม่ใช่เรื่องยาก…

ในอดีต การจะสร้างแบรนด์สักแบรนด์ให้ไปรอด โดยมีทีมงานเพียงคนเดียวอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ปัจจุบันในยุค AI เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่ “เป็นไปไม่ได้” อีกแล้ว เพราะเราสามารถเปลี่ยน AI ให้เป็นทีมเบื้องหลังที่ช่วยสร้างแบรนด์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เรียกได้ว่านอกจากจะช่วยวาง CI และ Visual Brand ได้แล้ว ยังช่วยสร้างคอนเทนต์ให้ได้อีกด้วย

ในงาน “AI Future Ready” เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 69 ณ SCBX NEXT STAGE NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน ที่ผ่านมา ได้มีการแสดง Use case การใช้งาน ChatGPT ใน Workshop หัวข้อ “Create Better Content with AI” by คุณจุ้ย สุรจิตร COO บริษัท Airova

จากการทำ Workshop ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเปลี่ยน ChatGPT ให้กลายเป็นผู้ช่วยสร้างแบรนด์ให้ได้ทั้งแบรนด์ แบบไม่ต้องจ้างทีมเอเจนซี แต่ Solopreneur ก็สามารถทำทุกขั้นตอนได้เองด้วยตัวคนเดียว...
ซึ่งวันนี้เราจะมาแจก Prompt ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการสร้างแบรนด์และทำคอนเทนต์ได้จริง โดย Tools ที่ต้องใช้ คือ AI “ChatGPT” Model GPT-Image2 (สามารถ Gen รูปได้ดี) สามารถใช้ได้ทั้งบนมือถือและในคอมพิวเตอร์

สำหรับ 3 ส่วนงานที่ ChatGPT ทำได้ มีดังนี้
1. Think
• หา Idea / Angle / Hook
• แตกหัวข้อให้เป็น Series
• วางแผนคอนเทนต์
2. Write
• Caption / Script / CTA
• Rewrite ให้เหมาะสมในแต่ละ Platform
• ปรับสไตล์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย
3. Design
• Image / Thumbnail / Poster
• Visual Prompt + Style Direction
• VDO (Video Content)

ซึ่ง Prompt ที่ดี = Context (บริบท) ที่ชัด

เพราะ ChatGPT ไม่ได้อ่านใจเรา แต่มันตอบทุกอย่างจากข้อมูลที่เราให้ ดังนั้น การจะป้อนข้อมูลหรือคำสั่ง (Prompt) ให้ ChatGPT ทำงานให้เราได้ตรงใจและตรงจุด สิ่งที่เราต้องรู้เกี่ยวกับแบรนด์ของเราคือ Goal (เราต้องการอะไร?) / Audience (เราจะสื่อสารกับใคร?) / Style (โทน อารมณ์ สไตล์ ของแบรนด์เป็นแบบไหน?) / Platform (ลงโพสต์ที่ไหน รูปแบบเป็นอย่างไร?)

อันดับแรกที่เราต้องทำคือ
กดเข้า https://chatgpt.com/projects เพื่อสร้างโปรเจกต์ (โครงการ) แบรนด์ที่ต้องการให้ ChatGPT ช่วยคิดงานให้ แล้วกดปุ่ม “สร้าง” ตามด้วยพิมพ์ชื่อโปรเจกต์ที่ต้องการ หรือหากยังไม่เคยสร้างโปรเจกต์ใน ChatGPT มาก่อน ให้ Log in เข้า ChatGPT >> Create Project (โปรเจกต์ หรือ โครงการ) บริเวณมุมซ้ายบนของหน้าเว็บ ChatGPT แล้วกดสร้าง >> พิมพ์ชื่อโปรเจกต์

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้การสร้าง Brand Context (อัตลักษณ์ของแบรนด์) อยู่ในโปรเจกต์ของ ChatGPT เพื่อความสะดวกในการใช้งานในครั้งต่อ ๆ ไป เพราะเราจะสามารถกลับมาตรวจสอบหรือสอบถามข้อมูลใหม่ ๆ ในโปรเจกต์เดิมได้จากหน้าแชทนี้ โดยไม่ต้องอธิบายบริบทใหม่กับ ChatGPT ทุกครั้ง

และยังสามารถนำข้อมูลส่วนนี้ไปใช้ต่อได้กับการสร้าง Content Idea การสร้าง Script VDO หรือการสร้าง Campaign ใหม่ ๆ ได้ด้วย รวมทั้งยังสะดวกในการส่งต่อให้ทีมใช้งานร่วมกัน หรือแม้แต่นำไปใช้งานต่อกับ AI ตัวอื่นก็ยังได้

เมื่อ Create Project (โปรเจกต์) เรียบร้อยแล้ว ส่วนต่อไปจะเป็น Prompt ที่สามารถ Copy ไปใช้งานต่อใน ChatGPT ได้เลย ดังนี้

1️⃣ Brand Context
ช่วยถามคำถามทีละข้อพร้อมตัวอย่างคำตอบ
เพื่อสร้าง Brand Context สำหรับแบรนด์ของฉัน
โดยครอบคลุม:
สินค้า/บริการ
- กลุ่มเป้าหมาย
- จุดเด่นแบรนด์
- Tone & Style
- Brand Personality
- Visual Direction
- สิ่งที่ไม่อยากให้แบรนด์ดูเป็น

เมื่อถามครบแล้ว ช่วยสรุปออกมาเป็น Brand Context เพื่อใช้ทำ Content, Image, Video และ Campaign ต่อได้

{เมื่อใส่ Prompt ในข้อ 1 เรียบร้อยแล้ว ChatGPT จะค่อย ๆ ถามคำถามเราทีละข้อ ตามที่ลิสต์ไป เรามีหน้าที่ตอบคำถามเกี่ยวกับแบรนด์ เช่น ชื่อแบรนด์ กลุ่มเป้าหมาย จุดเด่นแบรนด์ ฯลฯ
เมื่อตอบครบทุกข้อจนถึงข้อสุดท้าย “สิ่งที่ไม่อยากให้แบรนด์ดูเป็น...” เรียบร้อยแล้ว ChatGPT จะสร้าง Brand Context มาให้เอง จากนั้น ให้เราใส่ Prompt ตามข้อ 2 ต่อได้เลย}

2️⃣ ขอไอเดียจาก Brand Context
จาก Brand Context นี้
ช่วยระดมไอเดียคอนเทนต์สำหรับ: [สินค้า / บริการ / แคมเปญ] ตัวอย่างเช่น [ร้าน Seaside Matcha]
Objective: [เป้าหมายของรอบนี้ เช่น โปรโมทแคมเปญซื้อ 1 แถม 1 / เพิ่ม awareness / ทำให้คนอยากมาร้าน]
Output:
- Content Ideas
- Hooks
- Content Angles
- Content Series

{เมื่อใส่ Prompt ข้อ 2 เรียบร้อยแล้ว ChatGPT จะให้ Content Idea มาหลายข้อ ให้เราเลือก Idea ที่ชอบ หรือ Idea ที่คิดว่าเหมาะกับแบรนด์และสามารถนำไปใช้งานได้จริง จากนั้น ให้นำเม้าส์ไปชี้ที่ Idea ที่เลือก แล้วคลิกขวาที่ Idea นั้น และจะมีคำว่า “ Ask ChatGPT หรือ “ ถาม ChatGPT ขึ้นมา ให้กดปุ่มนั้น และใส่ Prompt ข้อ 3 ต่อได้เลย การทำเช่นนี้จะเท่ากับเป็นการถามข้อมูลต่อจาก Idea ที่เราเลือก เพื่อให้ ChatGPT ช่วยแตกไอเดียเพิ่มจากที่คิดมา ให้ได้ตาม Prompt ในข้อ 3}

3️⃣ แตกไอเดียเพิ่ม
ช่วยแตกไอเดียนี้ต่อให้:
- น่าสนใจขึ้น
- หลากหลายขึ้น
- แชร์ได้มากขึ้น
- Emotional มากขึ้น
- Viral มากขึ้น
- แตกเป็น Series ได้
- ใช้ได้หลาย Platform

{เมื่อได้ Idea ตามที่ถามไปใน Prompt ข้อ 3 แล้ว ให้ทำเหมือนเดิม คือ นำเม้าส์ไปชี้ที่ Idea ที่เลือก แล้วคลิกขวา จนเจอปุ่ม “ Ask ChatGPT หรือ “ ถาม ChatGPT จากนั้นใส่ Prompt ข้อ 4 เพื่อให้ ChatGPT เขียน Caption หรือ Script ให้ จาก Idea ที่เราเลือก}

4️⃣ เขียน Caption / Script
จาก Brand Context และ content idea
ช่วยเขียน [caption, script]
ดีเทล : [สำหรับ facebook มี hook ให้คนหยุดนิ้วอ่าน]

{ต่อไปใน Prompt ข้อ 5-8 จะเป็นเนื้องานต่าง ๆ ในแบรนด์ ที่เราสามารถเข้ามาถาม ChatGPT ได้ตามต้องการ โดยใช้ Prompt ในข้อ 5-8 ที่ให้ไว้ เมื่อเราอยากได้เนื้องานส่วนไหน ก็สามารถ Copy Prompt ตามนี้ไปใช้ได้เลยทีละข้อ แล้วปรับข้อมูลไปตามเนื้องานที่เราต้องการ แต่ต้องมั่นใจว่าการสั่งจาก Prompt ในข้อ 5-8 นั้น เป็นการถามต่อจากโปรเจกต์ที่สร้างไว้เท่านั้น}

5️⃣ ได้ Content แล้วทำอะไรต่อได้อีก ?
1. Rewrite สำหรับ Platform อื่น
- “ช่วย rewrite content นี้
- ให้เหมาะกับ platform: TikTok, Instagram, Facebook, X”
2. เปลี่ยน Emotional Angle
- ช่วย rewrite content นี้ให้ emotional มากขึ้น และทำให้คนรู้สึก relatable มากขึ้น
3. เปลี่ยน Tone / Vibe
- “ช่วย rewrite content นี้ ให้เป็น Tone: .........”
4. แตกต่อเป็นหลาย Format
- “ช่วยแตก content นี้ต่อเป็น:
- Reel script
- Carousel post
- POV content.......”

6️⃣ ให้สร้างภาพจาก Caption
[วาง caption]
จาก caption นี้ช่วยสร้างภาพสำหรับทำภาพประกอบ social media
โดยวิเคราะห์ mood & feeling, subject, visual style, lighting, composition, color tone ให้ภาพดูเหมาะกับโพสต์นี้

7️⃣ ทำภาพ Poster Promote
อะไร: สร้างภาพ Poster โปรโมท [สินค้า, บริการ, แคมเปญ] >> ตัวอย่างเช่น โปรโมท Promotion ใหม่
สไตล์: อนิเมะ
รายละเอียด: โปรโมชันเปิดร้าน วันที่ 21 พ.ค. มัจฉะลาเต้ 1 แถม 1

8️⃣ ทำ Infographic
อะไร: สร้างภาพ Infographic อธิบาย [สินค้า, บริการ, แคมเปญ]
สไตล์: 3D
รายละเอียด: เป้าหมายคนรักสุขภาพ

{ต่อไปใน Prompt ข้อ 9 จะเป็นการให้ ChatGPT วิเคราะห์ภาพจาก Reference (ภาพอ้างอิง) ที่เราส่งให้ ซึ่งเมื่อเราแนบ Reference ลงไปแล้ว ChatGPT ก็จะตอบคำถามจาก Prompt ข้อ 9 ออกมาเป็นการวิเคราะห์รายละเอียดขององค์ประกอบภาพตามที่เราแนบให้ เช่น ใช้ฉากหลังหรือพร็อพเป็นแบบไหน / มีสินค้าวางอยู่อย่างไร / มีแสงและเงาอย่างไร / มี Mood and Tone แบบไหน}

9️⃣ เทคนิค “หา keyword”
วิเคราะห์ภาพ Reference นี้
ตอบออกมาเป็น Master Prompt ที่มี visual style แบบตัวอย่าง เป็นภาษาไทย ที่นำไปใช้กับสินค้าอื่นๆ ได้

{ใน Prompt ข้อถัดไป จะเป็นการให้ ChatGPT สร้างภาพ (Gen ภาพ) จาก Reference ที่ให้ไป โดยในทีนี้สมมุติว่าเราแนบภาพ Reference เป็นภาพแก้วมัทฉะ และให้ ChatGPT สร้างภาพจากแก้วมัทฉะในสไตล์ของแบรนด์ ตามโจทย์ที่เราต้องการ}

🔟 สร้างภาพ (Gen ภาพ) จากตัวอย่างที่แนบให้
ช่วยสร้างภาพเป็นสไตล์ที่พิมพ์มาให้หน่อย จาก [รูปแก้วมัทฉะ] สร้างภาพจาก master prompt ให้ที

ทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวอย่าง Prompt สำหรับ Solopreneur มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์และสร้าง Content ให้กับเพจหรือช่องทางต่าง ๆ ของแบรนด์ สามารถนำไปเป็นไอเดียต่อยอดให้เหมาะสมกับแบรนด์ของตน

** ทั้งนี้ Prompt ดังกล่าวที่แนบให้ เป็นเพียงตัวอย่างอ้างอิงที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยไม่มีเจตนาให้คัดลอกผลงานที่ได้จาก Prompt นี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แนะนำให้ใช้เป็น Reference เท่านั้น และนำไปปรับให้เข้ากับแบรนด์ของตนก่อนนำไปเผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ

แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปไกลแค่ไหน สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืม คือ “การไม่หยุดพัฒนาตัวเองในทุก ๆ วัน” เพราะการจะเติบโตและก้าวไปข้างหน้าได้นั้น ต้องอาศัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต

Key Takeaway : AI ที่ใช้ได้จริง ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “คน”

ขอบคุณข้อมูลจากงาน “AI Future Ready” Workshop หัวข้อ “Create Better Content with AI” by คุณจุ้ย สุรจิตร COO บริษัท Airova

ติดตามเรื่องราวน่าสนใจที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ได้ที่เวที SCBX NEXT STAGE กด Follow ไว้ แล้วไปเจอกันที่ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน

ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมดี ๆ ของ SCBX NEXT TECH อีกช่องทาง
ได้ที่ LINE Official Account
LINE ID:
หรือคลิกลิงก์ใต้คอมเมนต์เลย!

แล้วพบกับกิจกรรมอื่น ๆ และอีเวนต์ที่น่าสนใจ ให้คุณได้มาเรียนรู้และรับความบันเทิง ได้ที่ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน

31/05/2026

ไอเดียใช้ Claude วางแผน ทำคอนเทนต์ ล่วงหน้า 30 วัน ให้จบภายใน 5 นาที | BrandCase
- ปัญหาคลาสสิกของคนทำธุรกิจที่ต้องดูแลเพจคนเดียว คือการมานั่งปวดหัวทุกเช้าว่า วันนี้จะโพสต์อะไรดี ? พอคิดไม่ออกก็โพสต์ขายของทื่อ ๆ หรือไม่ก็ปล่อยเพจร้างไปเลย

แต่ปัญหาคือ การจะมานั่งคิดคอนเทนต์ล่วงหน้า 30 วันรวด ต้องใช้เวลาเยอะมาก แถมถ้าวางแผนไม่ดี เนื้อหาก็จะซ้ำซากจำเจ

แต่วันนี้เราสามารถใช้ Claude เพื่อช่วยวางโครงสร้าง Content Calendar ล่วงหน้า 30 วัน ได้ภายในไม่กี่นาที โดยแทบไม่มีต้นทุน

เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
BrandCase สรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ

1. ทำ Persona และ Constraints Prompting เพื่อกำหนดบทบาทและกรอบการทำงาน ก่อนจะเริ่มให้ Claude คิดคอนเทนต์ ให้พิมพ์คำสั่งเพื่อกำหนดบทบาทให้ชัดเจนเสมอ เช่น

“คุณคือ Senior Social Media Manager ที่เชี่ยวชาญการทำ Content Marketing สำหรับ SME ที่มีงบน้อยแต่ต้องการสร้างยอดขายและกลุ่มลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ หน้าที่ของคุณคือช่วยผมวาง Content Calendar ล่วงหน้า 30 วัน สำหรับแบรนด์ [ชื่อแบรนด์/สินค้า] ของผมโดยห้ามคิดคอนเทนต์แบบหุ่นยนต์ หรือยัดเยียดขายของทุกวัน แต่ให้เน้นการสร้างคุณค่าและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นธรรมชาติ”

การกำหนดบทบาทแบบนี้ จะช่วยให้ Claude ไม่ได้แค่สุ่มหัวข้อขึ้นมามั่ว ๆ แต่ช่วยคิดและวางแผนคอนเทนต์ให้เราอย่างมีกลยุทธ์

2. โยนข้อมูลธุรกิจและสัดส่วนคอนเทนต์ ให้ Claude จัดการ
เริ่มจากกำหนดข้อมูลแบรนด์และสัดส่วนเนื้อหา เพื่อให้ Claude ตีตารางออกมาให้

“นี่คือข้อมูลธุรกิจของฉัน : ขายน้ำพริกคลีนโฮมเมด กลุ่มเป้าหมายคือคนทำงานที่รักสุขภาพ
ช่วยสร้างตาราง 30 วัน โดยแบ่งสัดส่วนเนื้อหาดังนี้
- ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ 40%
- ขายสินค้าและโปรโมชัน 30%
- เบื้องหลังการทำงาน 20%
- รีวิวจากลูกค้าจริง 10%”

หลังจากนั้น Claude ก็จะวิเคราะห์และสร้างตาราง Content Calendar 30 วันมาให้เราแบบเสร็จสรรพ

ตัวอย่างตารางผลลัพธ์ที่ได้

- วันที่ 1 เบื้องหลัง โพสต์เปิดตัวเจ้าของร้าน เล่าจุดเริ่มต้นทำไมถึงทำน้ำพริกคลีน
- วันที่ 2 ความรู้ โพสต์เตือนภัย “รู้ไหมว่า โซเดียมแฝง อันตรายแค่ไหน ?”
- วันที่ 3 ความรู้ โพสต์แจกลิสต์ “5 น้ำพริกที่คนกินคลีนกินได้สบาย ไม่ต้องกลัวอ้วน”
- วันที่ 4 ขายของ โพสต์จัดเซต เมนูน้ำพริก 1 อาทิตย์ไม่ซ้ำ ส่งถึงบ้าน

การกางตารางให้เห็นภาพรวมทั้งเดือนแบบนี้ จะช่วยให้เนื้อหาบนเพจดูมีเรื่องราว ไม่ซ้ำซากจำเจ และป้องกันปัญหาการยัดเยียดขายของให้ลูกค้ามากเกินไป

3. สั่งให้ Claude ร่างแคปชันพร้อมนำไปโพสต์จริง
เมื่อได้ตารางโครงสร้างแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือหยิบหัวข้อในตารางมาให้ Claude ช่วยเขียนแคปชันต่อ เช่น

“ช่วยเขียนแคปชันสำหรับโพสต์ วันที่ 1 โชว์เบื้องหลังเปิดตัวเจ้าของร้าน ให้อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่น จริงใจ และพิมพ์ Hashtag ที่เกี่ยวข้องมาให้ด้วย”

เพียงเท่านี้ เราก็จะได้แคปชันที่พร้อมนำไปปรับแก้เล็กน้อยแล้วโพสต์ใช้งานได้ทันที

การทำแบบนี้ นอกจากจะทำให้เราได้ Content Calendar ตลอดทั้งเดือนแล้ว ยังช่วยประหยัดเวลาของคนที่ทำแบรนด์คนเดียวไปได้มหาศาล

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกก่อนว่า การใช้ Claude ให้คิดไอเดียยาวรวดเดียว 30 วัน โมเดลอาจจะเกิดอาการไอเดียตัน หรือคิดซ้ำ หลังจากผ่านวันที่ 10-15 ไปแล้ว

และผลลัพธ์ช่วงท้ายจะเริ่มวนไปวนมาและขาดความลึก สายคอนเทนต์ที่ใช้ AI บ่อย ๆ จะรู้ทันทีว่าวิธีนี้ไม่ได้ผลดีที่สุดในเชิงปฏิบัติ

ดังนั้น หากเกิดภาวะแบบนี้ เราอาจจะปรับเทคนิคเป็นการสั่งแบบ ทีละสัปดาห์ เพื่อให้ได้ไอเดียที่คมและหลากหลายกว่า

นอกจากนี้ การใช้ Claude มาช่วยวางแผนคอนเทนต์ เป็นเพียงการจัดระเบียบความคิดและทุ่นแรงในการเขียน ไม่ใช่เครื่องมือที่จะมาแทนความจริงใจของเจ้าของร้านได้ 100%

เพราะหัวใจสำคัญของการทำเพจธุรกิจ คือ ตัวตนและความใส่ใจ ของคนทำ ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ AI ก็ยังเลียนแบบหรือทำแทนเราไม่ได้ทั้งหมดด้วยนั่นเอง..

ที่อยู่

สุขสวัสดิ์ ซอย 26
Bangkok
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30
เสาร์ 09:00 - 12:00

เบอร์โทรศัพท์

0851469566

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Papercraft Packagingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Papercraft Packaging:

ทางลัด

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์