09/12/2019
อากาศหนาว จะดูแลสุขภาพอย่างไร
1.หลายท่านจะไม่กล้าอาบน้ำเพราะร่างกายหนาวสั่น แม้จะมีน้ำอุ่น อาจใช้วิธีเช็ดตัวด้วยผ้าขนหนู ชุบน้ำอุ่นๆ โดยเฉพาะตอนเช้า ผู้สูงอายุตามชนบท แต่ก่อนมัก จะต้มน้ำอาบ หรืออาบน้ำที่ตากแดดไว้ในช่วงกลางวัน ดังนั้น เราควรอาบน้ำในช่วงเวลาที่อุณหภูมิช่วงที่ร้อน ดูแลความสะอาดร่างกายทุกส่วน 2.ใบหน้าอาจพบว่าฤดูหนาวทำให้เป็นสิวมากขึ้น ทั้งนี้เพราะการละเลยการทำความสะอาดใบหน้า หรือล้างหน้าไม่สะอาดนั่นเอง การใช้สบู่อาบน้ำควรใช้พอประมาณ การใช้สบู่ปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ผิวแห้ง นอกจากนี้ผู้ที่มีผิวหนังบอบบาง เช่นในผู้สูงอายุ ที่ผิวมักมีผิวแห้ง หากผิวแห้งจนแตกแล้ว เหมาะสำหรับการใช้ครีมบำรุง ที่มีวิตามินอี หรือผสมด้วยน้ำมันบำรุงอื่น แต่หาก ทาผิวเป็นประจำ และผิวหนังยังไม่แห้งจนแตก ก็อาจใช้น้ำมันทาแทนครีม เช่นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หลังเช็ดตัวให้แห้งแล้ว
3.ในช่วงฤดูหนาว เรามักไม่กล้าดื่มน้ำมาก เพราะอากาศเย็น ทำให้ไปเข้าห้องน้ำบ่อย อีกทั้งไม่รู้สึกกระหาย อาจทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ อาจดูได้จากริมฝีปากที่แห้ง ตาแดง ผิวหนังซีดเซียว และอาจทำให้ภายในร่างกายร้อน จนอาจเป็นสาเหตุของการเกิดไข้ได้ การดื่มน้ำน้อย ยังมีผลทำให้เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบคือ เมื่อเวลาเข้าห้องน้ำ เกิดอาการปวดเกร็งและปัสสาวะขัด กระปริตกระปรอย เนื่องจากน้ำปัสสาวะข้น จึงทำให้เชื้อประจำถิ่นที่ปกติไม่ก่อโรคเจริญได้ดี และรุกรานสู่ท่อปัสสาวะ ทำให้บวมและปวดเวลาเบ่งถ่ายปัสสาวะ วิธีแก้เบื้องต้น จึงควรดื่มน้ำตามปกติคือวันละ อย่างต่ำ 8 แก้ว รับประทานน้ำต้มดอกกระเจี๊ยบผสมมะตูม นอกจากนี้การดื่มน้ำน้อย ยังเป็นสาเหตุของท้องผูก เนื่องจากน้ำน้อยจึงทำให้อุจจาระแห้งแข็ง
4.สาเหตุของการดื่มน้ำน้อย และการนอนนานๆ การนั่งอยู่กับที่ เช่นเฝ้าดูหน้าจอโทรทัศน์ หรือ หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือการเล่นโทรศัพท์มือถือ ย่อมทำให้ ก็จะทำให้น้ำปัสสาวะเข้มข้น ย่อมทำให้เกิดตะกอนในกระเพาะปัสสาวะได้ ซึ่งเสี่ยงต่อโรคนิ่ว จึงควรดื่มน้ำอุ่น ๆ จิบต่อเนื่อง ควรขยับเขยื้อนร่างกาย หรือกล้ามเนื้อ ภาวะที่อากาศแห้ง ควรพกน้ำดื่มติดตัว ในเวลาที่ต้องเดินทางออกจากบ้านไปไกล เพราะน้ำจะช่วยทำให้ร่างกายชุ่มชื้น ผิวแห้งอาจแก้ด้วยครีมบำรุง แต่ภาวะจมูกแห้ง ทำให้น้ำมูกในช่องจมูกแห้งแข็ง ดังนั้นการใช้วิธีอังใบหน้าบนไอน้ำอุ่นร้อน จะช่วยทำให้จมูกชุ่มชื้นลดความเย็นที่ปลายหลอดเลือดฝอย และทำให้เมือกในจมูก สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ แต่หากท่านแกะน้ำมูกที่แห้งแข็ง อาจเสี่ยงทำให้เกิดเลือดออก
5.ในช่วงฤดูหนาว ก็จะมีเลือดกำเดาไหลได้ง่าย เพราะเส้นเลือดฝอยเปราะ เมื่อถูกกระทบอากาศเย็น อาจจะทำให้เส้นเลือดฝอยแตกได้ เมื่อเกิดเลือดกำเดาไหล จึงควรใช้ผ้าชุบน้ำประคบบนบริเวณดั้งจมูก และควรเพิ่มการรับประทานอาหารที่กากใยและ วิตามินซี หากเป็นบ่อย ๆ ควรไปตรวจให้ละเอียดที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศไหลเวียนดี การปิดหน้าต่างบ้านจนหมด เพื่อลดความหนาวเย็น ทำให้ไม่มีช่องระบายอากาศ อาจทำให้ปวดศีรษะ
6. ช่วงฤดูหนาวหากมีการไอแห้ง อาจใช้ขิงสดคั้นน้ำ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำคั้นใบพลู 1 ช้อนโต๊ะผสมกับ น้ำคั้นใบกะเพราสด 15-20 ใบ และเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น เป็นเวลา 5 วัน หรืออาจทำชาขิงสดโดย ใช้ขิงสด ครึ่งช้อนโต๊ะ ผงอบเชย ¼ ช้อนโต๊ะ กานพลูบด ¼ ช้อนโต๊ะ ทั้งหมดนี้ผสมน้ำ1 ถ้วย หลังจากชาเย็นลง เติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มวันละ 2 ครั้ง หากไอมีเสมหะ ใช้ขิงสด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะ ดื่มวันละ 3 ครั้ง 7 วัน
ด้วยความปรารถนาดีจาก