สถานที่่ท่องเที่ยวสวยๆ

สถานที่่ท่องเที่ยวสวยๆ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

เนินมะปราง พิษณุโลกเนินมะปราง เป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,029 ตารางกิโลเมตร เดิมเป็นพื้...
08/05/2025

เนินมะปราง พิษณุโลก
เนินมะปราง เป็นอำเภอเล็กๆ ตั้งอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่ทั้งหมด 1,029 ตารางกิโลเมตร เดิมเป็นพื้นที่ของป่าดงดิบ มีเพียงธรรมชาติ สัตว์ป่า และภูเขาหินปูนสูงใหญ่อายุกว่า 300 ล้านปี ไม่มีคนอยู่อาศัย มีเพียงนายพรานที่เข้ามาล่าสัตว์และเดินป่าเท่านั้้น ต่อมาก็ได้มีผู้คนอพยพมาอาศัยอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ในอำเภอเนินมะปราง จนในที่สุดก็เกิดเป็นชุมชนมากมายที่มีผู้คนมาอยู่อาศัย ทำมาหากินด้วยการเกษตรเป็นหลัก

ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นไฮไลท์ของ อำเภอเนินมะปราง จึงทำให้ที่นี่เริ่มพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก ภายในหมู่บ้านมีโฮมสเตย์ไว้เพื่อบริการนักท่องเที่ยว รวมถึงร้านค้า ร้านอาหาร และบ้านเรือนของชาวบ้านที่ยังคงเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและเงียบสงบเอาไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องทึ่งกับทัศนียภาพอันงดงามของอำเภอเล็กๆ แห่งนี้

จุดชมวิวเนินมะปราง ถือเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอเนินมะปราง ตั้งอยู่ใน บ้านสวนชมวิว โฮมสเตย์ใน หมู่บ้านเผ่าไทย ค่ะ จากจุดชมวิวบนต้นไม้ เราจะได้เห็นรอยต่อของ 5 จังหวัด ตั้งแต่ นครสวรรค์ ลพบุรี พิจิตร เพชรบูรณ์ มาจนถึงพิษณุโลก แถมยังมีชิงช้าต้นไม้ ที่เราจะได้นั่งบนชิงช้าชมวิวแบบ 360 องศา นับเป็นประสบการณ์การนั่งชิงช้าสุดหวาดเสียว แต่ก็น่าประทับใจสุดๆ เลยค่ะ

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.facebook.com/unseen.noenmaprang?locale=th_TH

1. คลองญวนชวนรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์          ตั้งอยู่ใกล้ตลาดเทศบาลนครนครสวรรค์ โดย คลองญวนชวนรักษ์ เป็นพื้นที่ลำน้ำที่ร...
08/05/2025

1. คลองญวนชวนรักษ์ จังหวัดนครสวรรค์
ตั้งอยู่ใกล้ตลาดเทศบาลนครนครสวรรค์ โดย คลองญวนชวนรักษ์ เป็นพื้นที่ลำน้ำที่รับน้ำที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสีย บำบัดสะอาดจนเลี้ยงปลาคาร์พได้เลย โดยจะเห็นว่ามีฝูงปลาคาร์พสีสันสดใส สตรีตอาร์ต และฝายน้ำล้น เอาไว้เป็นมุมถ่ายรูปสวย ๆ รวมถึงยังมีที่นั่งชิลให้อาหารปลาเพลิน ๆ แนะนำว่าให้มาเช็กอินช่วงเช้าหรือไม่ก็ช่วงเย็น เพราะจะได้เดินเล่นเลียบคลอง หรือจะออกกำลังกายก็ยังได้ แถมยังมีทางลงสะดวกแบบขั้นบันได และทางลาดสำหรับรถเข็นผู้พิการอีกด้วย
คลองญวนชวนรักษ์นครสวรรค์ นครสวรรค์

ที่อยู่ : ตำบลตะเคียนเลื่อน อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์
ขอบคุณที่มาจาก :
https://travel.kapook.com/
เฟซบุ๊ก : คลองญวนชวนรักษ์นครสวรรค์

นาโปแก สูดโอโซนกลางผืนนา จ.พัทลุงถามว่าไปพัทลุง เที่ยวไหนบ้าง หลายคนคงตอบได้ไม่ยาก เพราะเป็นจังหวัดที่โดดเด่นในเรื่องของ...
28/01/2020

นาโปแก สูดโอโซนกลางผืนนา จ.พัทลุง

ถามว่าไปพัทลุง เที่ยวไหนบ้าง หลายคนคงตอบได้ไม่ยาก เพราะเป็นจังหวัดที่โดดเด่นในเรื่องของที่เที่ยวแนวธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นล่องเรือชมดอกบัวที่ทะเลน้อย ชมแสงแรกของวันที่บ้านปากประ ชมทะเลหมอกที่ควนนกเต้น ล่องแก่งหนานมดแดง รวมถึงมีวัฒนธรรมพื้นบ้านที่น่าสนใจอย่างหนังตะลุง และมโนราห์ แต่ก็นั่นแหละ มันก็ซ้ำๆ เที่ยววนลูปเดิม วันนี้เราขอแนะนำอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวเชิงอนุรักษ์ นั่นคือ ‘นาโปแก’

นาโปแกตั้งอยู่ในอำเภอควนขนุน บนถนนเส้นเดียวกับทางไปอุทยานแห่งชาตินกน้ำทะเลน้อย คำว่านาโปแก เป็นภาษาพื้นบ้านท้องถิ่น นาก็คือ นาข้าว ส่วนคำว่า “โปแก” เป็นสำเนียงปักษ์ใต้ หมายถึง พ่อของแม่ พ่อแก่ พ่อเฒ่า หรือคุณตา เมื่อรวมความหมายที่เข้าใจได้ ก็แปลว่า ที่นาของคุณตา นั่นเอง

ภายในพื้นที่มีแปลงปลูกข้าวสาธิต ที่เต็มไปด้วยข้าวพันธุ์พื้นเมืองต่างๆ เช่น ข้าวสังข์หยด ข้าวซ้อมมือโบราณ ฯลฯ ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรกรไทย ที่นักท่องเที่ยวจะได้ลงแรงทำตั้งแต่การเกี่ยวข้าว ไถนา ดำนา เลี้ยงควาย ขุดบ่อปลา แถมมีควายตัวเป็นๆ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสความรักน่าเอ็นดู และป้อนหญ้าได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโซนร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าการเกษตร และสินค้าพื้นเมือง ซึงแต่ละร้านเชื่อมโยงกันด้วยสะพานไม้ที่ทอดยาวผ่านท้องนาเขียวขจี ให้เราเพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์ เดินเล่น ถ่ายรูป สูดอากาศดีๆ รับลมเย็นๆ รายล้อมด้วยศาลาและกระท่อมไม้ ที่ตั้งเรียงรายเป็นเอกลักษณ์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากนอนฟอดปอด ดื่มด่ำธรรมชาติฟินๆ ที่นี่ก็มีโฮมสเตย์ ‘ขนำปลายนา’ ไว้บริการ ราคา 1,500 บ. และ 1,800 บ. ต่อหลัง พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน **ที่นอนเสริม เด็กนอนได้ 2 คน เพิ่ม 300 บ. (ไม่รวมอาหารเช้า)

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.30 น.

**เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ที่ตั้ง : ริมถนนสายควนขนุน-ทะเลน้อย ห่างจากตัวอำเภอควนขนุน 5 กม. ใกล้วัดบ้านสวน ก่อนถึงตลาดปากคลอง

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลบางส่วนจาก : พัทลุง ทูเดย์, นาโปแก, baan-loong, visitphuket
https://travel.mthai.com/region/187123.html

‘บานาน่า ฟาร์ม’ ที่เที่ยว ที่กินถ่ายรูปสวย จ.กาญจนบุรีบานาน่า ฟาร์ม (Banana Farm) แลนด์มาร์คใหม่ของกาญจนบุรี กำลังมาแรงส...
28/01/2020

‘บานาน่า ฟาร์ม’ ที่เที่ยว ที่กิน
ถ่ายรูปสวย จ.กาญจนบุรี

บานาน่า ฟาร์ม (Banana Farm) แลนด์มาร์คใหม่ของกาญจนบุรี กำลังมาแรงสุด แซงหน้าทุ่งปอเทือง หรือแม้แต่นาข้าวเขียวขจี ที่เป็นไฮไลท์หน้าฝน ด้วยความเก๋ ความชิค ของคาเฟ่กลางดงกล้วยน้ำว้า แล้วไหนจะมีสะพานยอดกล้วย ให้เดินเล่น กินลม ชมวิวธรรมชาติ ในบรรยากาศสบายๆ แถมยืนถ่ายภาพมุมไหนก็ปัง!

หนุ่มสาวคนไหนหลงไหลธรรมชาติ ชอบถ่ายรูป ที่สำคัญชอบกินที่สุด เตรียมปักหมุดเช็คอิน ที่เที่ยวกาญจนบุรี ‘Banana Farm’ (Banana Farm) แห่งนี้ไว้เลย เพราะนี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหารและคาเฟ่ออร์แกนิคธรรมดาๆ แต่ทีเด็ดคือมันตั้งอยู่กลางสวนกล้วยน้ำว้า ขนาบข้างด้วยร่องสวน แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครแน่นอน

สำหรับร้านอาหารนั้น มีที่นั่งทั้งหมด 3 โซนด้วยกัน ได้แก่ ห้องแอร์ โอเพ่นแอร์ และกระท่อมน้อยริมท้องร่อง ไม่ว่าจะนั่งมุมไหน ก็ชิลล์ เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน ซึ่งทางร้านจะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยใช้ผลผลิตปลอดสารพิษจากสวนมารังสรรค์เป็นเมนูต่างๆ สะอาด ปลอดภัย แล้วยังอร่อยอีกต่างหาก

ถัดมาที่คาเฟ่กันบ้าง ก็จัดเต็มทั้งเค้ก ไอศกรีม รวมถึงเครื่องดื่มหลากชนิด มีตัวซิกเนเจอร์อย่างชาเขียว ที่การันตีว่าเป็นชาเขียวแท้ 100% และบานาน่าสมูตตี้ ที่ได้รสชาติของเนื้อกล้วยแท้ๆ

นอกจากบรรยากาศดีๆ ที่นี่ยังมีเรือให้พายไปตามท้องร่องด้วยนะ หรืออยากนอนเปลรับลมเย็นๆ ก็ได้นะเออ พีคกว่านั้น คือทางเดินเหนือสวนกล้วย หรือจะเรียกว่าเป็น สะพานยอดกล้วย สร้างให้มีรูปทรงแบบตัว Z ซึ่งตลอดทางเดิน นักท่องเที่ยวจะมองเห็นวิวสวนกล้วยได้ทั่วทั้งสวนเลย มุมมองกว้างแบบพาโนราม่า ยิ่งช่วงตอนค่ำจะเปิดไฟทั้งสะพาน บอกเลยว่าฟินมาก และถ่ายรูปสวยมาก

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เป็นการต่อยอดแนวคิดจากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์กล้วยทอดกรอบ OTOP แห่งบ้านทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี จนกลายมาเป็น Banana Farm และ ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฏีใหม่ โดยจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นการเกษตรผสมผสาน ดำเนินรอยตามเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพืชหลายชนิดปลูกสลับกันไป ทั้งฟักข้าว ต้นส้ม ผักบุ้งไทย ตลอดจนเล้าไก่ ที่สามารถเก็บไข่ไปประกอบอาหาร เล้าหมู ที่สามารถนำมูลหมูไปทำก๊าซหุงต้ม และปลาในบ่ออีกหลายตัว ที่สามารถเอาไปทำอาหารได้เช่นกัน

เวลาเปิด – ปิด : 8.00 – 20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)

ที่ตั้ง : ริมถนนสายอู่ทอง- กาญจนบุรี ฝั่งขาออกจากเมืองกาญจน์ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

ขอบคุณที่มาจาก : https://travel.mthai.com/region/182056.html

ภูสอยดาวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการเที่ยวป่าเขา ชมธรรมชาติ ที่นี่เหมาะกับ การมาเที่ยวหน้าฝน เพราะเ...
30/08/2019

ภูสอยดาวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการเที่ยวป่าเขา ชมธรรมชาติ ที่นี่เหมาะกับ การมาเที่ยวหน้าฝน เพราะเราจะได้ชม ทั้งน้ำตกสวยๆ ป่าที่เขียวขจี และหมอกตามทิวเขา

การผจญภัยขึ้นสู่ลานสนภูสอยดาว จะต้องผ่านเนินวัดใจ ทั้ง 5 เนิน
เนินส่งญาติ เป็นทางเดินขึ้นเขาชันพอควร มีบันไดเหล็กบันไดไม้ และไม่มีบันได ระยะทางประมาณ 650 เมตร
หากใครท้อขอให้หยุดที่จุดนี้ เพราะเดินขึ้นไปอาจจะไม่ไหว

เนินปราบเซียน ระยะทางประมาณ 780 เมตร เป็นทางสูงชัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมพัก ณ จุดพักสุดเนินปราบเซียน
เพราะมีระยะทางจากจุดเริ่มต้น 3,000 เมตร หรือเกือบครึ่งทางของทางเดินทั้งหมด

เนินป่าก่อ เป็นช่วงทางเดินที่ไม่ชันมาก มองไปรอบๆ จะเต็มไปด้วย "ต้นก่อ" หรือ "ต้นโอ๊ก"

เนินเสือโคร่ง ระยะทางประมาณ 200 เมตร ชื่อเนินมาจาก "ต้นกำลังเสือโคร่ง"

เนินมรณะ ช่วงสุดท้ายก่อนถึงลานสน ระยะทางประมาณ 1,410 เมตร เป็นช่วงที่ชันที่สุดของเส้นทางภูสอยดาว และมีวิวภูเขา
และทะเลหมอกจางๆ ให้ได้ชื่นชมและพักผ่อนคลายความเมื่อยล้าเลยไปหน่อยเดียวคือรางวัลแห่งชีวิต “ผู้พิชิตลานสอยดาว” มีจุดถ่ายรูปสวยๆ ระดับความสูงที่ 1633 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากนี้ไปจะเป็นทางราบ เรียกว่า ลานสน สามใบ ซึ่งจะเป็นที่ที่เราจะกางเต็นท์ พักแรม และ ชมพระอาทิตย์ตกน้ำตกสายทิพย์ และ ดอกหงอนนาค ได้ที่นี่ครับ

ข้อควรรู้ ก่อนขึ้นภูสอยดาว
ด้านบนไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีสัญญานโทรศัพท์ ถึงมีก็อ่อนมากๆ
การอาบน้ำนั้น ต้องใช้ถังตักจากลำธาร มาเข้าห้องน้ำเพื่ออาบ
ด้านบนไม่มีอาหารขายนะครับ ต้องจ้างลูกหาบ ขนอาหารขึ้นไป ทำกินเอง กิโลกรัมละ 30บาท
ห้ามลืม เสื้อฝน เพราะฝนอาจจะตกตลอดทางครับ
ยาสามัญประจำบ้าน ครับ พาราเซ็ต ยาแก้แพ้
ระยะเวลามาเที่ยวที่เหมาะสม : 3 วัน 2 คืน
เช่ารถตู้มากับเพื่อนๆหลายคนจะสนุกมาก หากมากับ แคมป์ทัวร์ก็สะดวกครับมีคนจัดเตรียมให้หมดเลย
ใช้รองเท้าแบบมีดอกยาง ผ้าใบหุ้มข้อ หรือแบบแตะรัดส้นแต่ต้องมีดอกยางหนา-ลึก จะได้ไม่ลื่น
อากาศบนลานสนมีลักษณะหนาวเย็น ต้องเตรียมอุปกรณ์กันหนาวเผื่อไว้
สถานที่เที่ยว บนภูสอยดาว
น้ำตกสายทิพย์
น้ำตกภูสอยดาว
ทุ่งดอกหงอนนาค
ลานสนสามใบ
เขตแดนไทยลาว
เส้นทางเดินชมธรรมชาติรอบกวงกลม 2.28 กิโล
ที่ตั้งอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาด ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ พิกัด 17.695989, 100.947116

การเดินทางไปภูสอยดาว
การเดินทางด้วยรถยนต์สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ

จากจังหวัดพิษณุโลก ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร

เส้นทางอุตรดิตถ์-น้ำปาด (ทางหลวงหมายเลข 1047) ระยะทางประมาณ 133 กม. โดยออกจากจังหวัดอุตรดิตถ์ พอถึง อ.น้ำปาดให้เลี้ยวรถเข้าไปใช้ ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1239 แล้วขับรถไปอีกประมาณ46 กม. แล้วจึงเลี้ยวรถเข้าไปใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ขับรถไปประมาณ 19 กิโลเมตรก็จะถึง อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว http://bit.ly/2vt39Q0
โดยรถโดยสารประจำทาง

มีรถโดยสารปรับอากาศออกจากตลาดอำเภอเมือง (ตลาดต้นโพธิ์)ไปอำเภอน้ำปาดทุกชั่วโมง
ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมงจากนั้นลงรถที่หน้าโรงพยาบาลอำเภอน้ำปาด และจะมีท่ารถสองแถว
ต้องเหมารถไปภูสอยดาวใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 3 ชั่วโมง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเดินทางกลับไปทางอำเภอชาติตระการจังหวัดพิษณุโลก ต้องเหมารถไป ใช้เวลา 2 ชั่วโมงและต่อรถโดยสารพาหนะท้องถิ่น ที่อำเภอชาติตระการ – นครไทย – พิษณุโลก
จะมีรถใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงบริการระหว่าง เวลา 05.00 – 17.30 น.
ติดต่อที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
ระหว่างเวลา 8.00 - 16.30 น. โทร 055-436793 , 055-436001, 055-436002

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.sanook.com/travel/1405357/

ดาษดา แกลเลอรี เป็นส่วนหนึ่งของที่พัก ดาษดารีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ที่นี่ถือเป็นอาณาจักรแห่งด...
17/12/2018

ดาษดา แกลเลอรี เป็นส่วนหนึ่งของที่พัก ดาษดารีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ที่นี่ถือเป็นอาณาจักรแห่งดอกไม้ที่ซ่อนตัวอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบความงามของดอกไม้ ซึ่งจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนตามเทศกาลและฤดูกาล

อีกทั้งยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อปดอกไม้ ที่สามารถให้ทุกคนมาร่วมกันสร้างสรรค์ ตกแต่งดอกไม้นานาชนิด, เยี่ยมชม สวนผลไม้บ้านหนองจวง หรือ Blooming Farm รวมไปถึงมีสวนสัตว์เล็ก ๆ ให้ท่านได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติและสนุกสนานไปกับความแสนรู้ของ “เจ้าถิ่น” บางตัว และอย่าลืมแวะชิมไอศกรีมดอกไม้ที่หอมหวานชื่นใจ และเลือกซื้อดอกไม้สด ไม้กระถาง และของที่ระลึกสำหรับคนรู้ใจ หรือคนในครอบครัวก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ดาษดา แกลเลอรี ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ พายเรือในทะเลสาบ ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ เป็นต้น เรียกได้ว่าได้พักผ่อนที่นี่ที่เดียว ก็ได้ความสุขและความสุขกลับไปเต็มอิ่มแน่นอน ^^

พิเศษสำหรับวันแม่
ช่วงเดือนแห่งสิงหาคม ชวนลูกๆ พาคุณแม่ และครอบครัวมาใช้เวลาแห่งความอบอุ่นนี้ด้วยกัน ภายในแกลเลอรี่ พบกับมุมถ่ายรูปต่างๆ ซึ่งตกแต่งด้วย’ดอกไฮเดรเยีย’สดขนาดใหญ่พิเศษ จากโรงเรือนของดาษดาที่สามารถออกดอกให้ได้ชื่นชมในช่วงฤดูฝนนี้ได้

รวมไปถึงกิจกรรม

สอนทำช่อติดหน้าอกจากดอกไฮเดรนเยียสำหรับมอบให้แม่,
สอนทำช็อคโกแลตแฟนตาซีบาร์ค (จัดสอนเป็นรอบๆ 10.00 น.และ 14.00 น. ในทุกวัน)
ทำกระเช้าปลูกต้นไม้
จัดสวนโหลแก้ว เพ้นกระเป๋า เพ้นแก้ว
และเมนูพิเศษจากร้าน lalalla :

โมจิหยดน้ำกับดอกไฮเดรนเยีย
เครปเค้กดอกไฮเดรนเยีย กับซอสอัญชันมะนาว
เซ็ทเครปเค้กดอกไฮเดรนเยียกับซอสอัญชันมะนาวคู่กับน้ำดอกอัญชันและน้ำแข็งดอกไฮเดรนเยีย
เซ็ทฟลาวเวอร์พอตดอกไฮเดรนเยียคู่กับน้ำอัญชันมะนาวโซดา และน้ำแข็งดอกไฮเดรนเยีย
เค้กอัญชันกับดอกไฮเดรนเยีย
ระเวลางาน : 5 – 31 ส.ค. 60
ค่าบัตร : ผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท
เวลาทำการ : 09.00 – 17.00 น. (จ.-อา.)

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก มีทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการท...
17/12/2018

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก มีทั้งสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างพิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ สุสาน ที่หลบภัยทางอากาศ หมู่บ้านมวลชน และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นอย่าง ลานหินปุ่ม และผาชูธง เป็นจุดดึงดูดที่สำคัญ โดยเฉพาะลานหินปุ่ม มีลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปม ขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบาย

เนื่องจากอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นอุทยานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาผิดจาก อุทยานแห่งชาติโดยทั่วไป ดังนั้นจุดที่น่าสนใจต่างๆ จึงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ สถานที่ที่อดีตผู้ก่อการ ร้ายคอมมิวนิสต์ เคยใช้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ
ด้านประวัติศาสตร์
1.พิพิธภัณฑ์การสู้รบ
(ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสู้รบ มีภาพแผนภูมิข้อมูล อุปกรณ์การแพทย์ อาวุธ เอกสารเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ รวมทั้งนิทรรศการด้านธรรมชาติวิทยาิภูหินร่องกล้า นอกจากนี้ ยังมีห้อง ประชุมจุได้ 80 คน ใช้ในการบรรยายสรุปหรือประชุมสัมนาและเป็นสถานที่ติดต่อขอข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ

2.โรงเรียนการเมืองการทหาร
ตั้งอยู่บริเวณหลักกม.ที่ 4 ถูกปกคลุมด้วยป่ารกครึ้มหนาแน่นเมื่อปี2513 เป็นที่ตั้งของคณะกรรมการเขต 3 จังหวัด คือ จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิษณุโลก ปี พ.ศ. 2520 ก่อตั้งเป็นโรงเรียนขึ้น ให้การศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์ หากมาเที่ยวใน ช่วงเดือนมกราคมจะได้พบกับบรรยากาศของใบเมเบิ้ลเปลี่ยนสีและร่วงหล่นมาต้องบ้านไม้เก่าแก่งดงามคล้ายกับ ต่างประเทศ

3.กังหันน้ำ
อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหาร เป็นกังหันน้ำขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นจากการผสมผสานความคิดก้าวหน้าทางวิชาการ กับการนำประโยชน์จากธรรมชาติมาใช้งาน โดยนักศึกษาวิศวะที่เข้าร่วมกับ พคท. หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 สำนักอำนาจรัฐ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานฯ ประมาณ 3 กม.เป็นสถานที่ดำเนินการด้านปกครอง มีการพิจารณาและลงโทษผู้กระทำผิด หรือละเมิดต่อกฎลัทธิ มีคุกสำหรับขังผู้กระทำความผิด มีสถานที่ทอผ้า และโรงซ่อมเครื่องจักรกลหลงเหลืออยู่

4.โรงพยาบาลรัฐ
อยู่ห่างจากสำนักอำนาจรัฐไปทางทิศเหนือ ประมาณ 2 กม. เป็นโรงพยาบาลกลางป่าที่มีอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลเกือบครบ ถ้วน มีห้องปรุงยา ห้องพักฟื้น ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2519 สามารถทำการรักษาพยาบาลได้อย่างดี โดยเฉพาะการผ่าตัด สามารถผ่าตัดอวัยวะได้ทุกส่วน ยกเว้นหัวใจ มีหมอและพยาบาลจบจากหลักสูตรเร่งรัดจากประเทศจีนในปี พ.ศ. 2522 เพิ่มแผนกทำฟันและวิจัยยา และเครื่องมือที่ใช้ส่วนใหญ่ได้จากในเมืองการรักษายังมีการฝังเข็ม และใช้สมุนไพร อยู่ด้วย

5.ลานเอนกประสงค์
เป็นบริเวณลานหินที่กว้างใหญ่ อยู่ก่อนถึงสำนักอำนาจรัฐใช้เป็นที่พักผ่อน และสังสรรค์ในหมู่สมาชิกในโอกาสสำคัญต่างๆ

6.สุสาน ทปท
เป็นสถานที่ฝังศพของนักรบทหารปลดแอกแห่งประเทศไทย (ทปท.) ที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับทหารฝ่ายรัฐบาล ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ บริเวณลานเอนกประสงค์ ที่หลบภัยทางอากาศ เป็นสถานที่หลบภัยจากการทิ้งระเบิดทางอากาศจากทหารฝ่ายรัฐบาล ส่วนใหญ่เป็น หลืบหินหรือโพรงถ้ำที่ซ่อนตัวในแนวต้นไม้ใหญ่ ทำให้ยากต่อการตรวจการณ์ทาง อากาศ มีอยู่หลายแห่ง แต่เปิดให้นักท่องเที่ยว เข้าชมได้ 2 แห่ง คือ บริเวณห่างจากโรงเรียนการเมืองการทหารราว 200 เมตร ลักษณะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ มีซอกหลืบสลับ ซับซ้อน จุคนได้ถึง 500 คน และอีกแห่งหนึ่งบริเวณทางเข้าสำนักอำนาจรัฐ เป็นหลืบขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้ประมาณ 200 คน

7.หมู่บ้านมวลชน
เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มมวลชน มีอยู่หลายหมู่บ้าน เช่น หมู่บ้านดาวแดง หมู่บ้านดาวชัย แต่ละหมู่บ้านมีบ้านประมาณ 40-50 หลัง เรียงรายอยู่ในป่ารกริมถนนที่ตัดมาจากอ.หล่มเก่า ลักษณะบ้านเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ ไม่ยกพื้น หลังคามุงด้วยไม้กระดานแผ่นบางๆ กันน้ำฝนได้อย่างดี และมีหลุมหลบภัยทางอากาศอยู่ด้วย
ด้านธรรมชาติที่สวยงาม
1.ลานหินแตก
อยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ 300 เมตร ลักษณะเป็นลานหินที่มีอาณาบริเวณ ประมาณ 40 ไร่ ลานหินมีรอยแตกเป็นแนว เป็น ร่อง เหมือนแผ่นดินแยก รอยแตกนี้บางรอยก็มีขนาดแคบ ขนาดพอคนก้าวข้ามได้ แต่บางรอยก็กว้างจนไม่่สามารถ จะกระโดดข้าม ไปถึง สำหรับความลึกของร่องหินแตกนั้นไม่สามารถจะคะเนได้ ลักษณะเช่นนี้ี้สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการโก่งตัว หรือ เคลื่อนตัวของผิวโลก จึงทำให้พื้นหินนั้นแตกออกเป็นแนว นอกจากนี้บริเวณลานหินแตกยังปกคลุมไปด้วยมอสส์ ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ
2.ลานหินปุ่ม
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กม. อยู่ริมหน้าผา ลักษณะลานหินซึ่ง มีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่มเป็นปมขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่า เกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นของคนไข้ของ โรงพยาบาล เนื่องจาก อยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบาย

ขอบคุณที่มา : https://www.paiduaykan.com

ลมหนาวโชยมา พาให้ใจสะท้าน หากได้ไปนอนนับหมู่ดาวกับคนรักหรือเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจ ความสุขคงใกล้แค่เอื้อม และมันก็ใกล้แค่เ...
14/12/2018

ลมหนาวโชยมา พาให้ใจสะท้าน หากได้ไปนอนนับหมู่ดาวกับคนรักหรือเพื่อนร่วมทางที่รู้ใจ ความสุขคงใกล้แค่เอื้อม และมันก็ใกล้แค่เอื้อมจริง ๆ เพราะสถานที่ที่ว่ามันอยู่แค่สุพรรณบุรี แค่นี้เอง Travel.MThai.com จะพาทุกท่านไปสัมผัสกับธรรมชาติ ชมความงดงามหลากหลายรูปแบบ ที่ อุทยานแห่งชาติพุเตย อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี พร้อมกับการเดินขึ้นไปชมทะเลหมอกบน ยอดเขาเทวดา ยอดเขาที่สูงที่สุดแห่งเมืองสุพรรณฯ

อุทยานแห่งชาติพุเตย ตั้งอยู่ในอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีเนื้อที่ 198,422 ไร่ หรือประมาณ 317 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ และป่าเขาห้วยพลู เป็นชายป่าผืนสุดท้ายของป่าห้วยขาแข้ง เป็นสถานที่ที่เหมาะกับนักเดินทางทีหลงใหลในธรรมชาติ ความสงบเงียบ ป่าเขา น้ำตก ความงดงามงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า ไอหมอก ความหนาวเย็น และวิถีชีวิตของชนชาวกระเหรี่ยง

สถานที่กางเต็นท์มี 3 จุดใหญ่ ๆ ได้แก่

หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 1 (ด้านวังคัน-ป่าขี)
ที่ทำการอุทยานฯ พุเตย (ด้านปลักประดู่-ห้วยหินดำ)
หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 ตะเพินคี่ (ด้านปลักประดู่-ตะเพินคี่)
ค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง ๆ ของการมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติพุเตย

ค่าเต็นท์ 250 บาทต่อเต็นท์ (รวมถุงนอนและหมอนให้)
นำเต็นท์มากางเอง ค่าเช้าพื้นที่ 30 บาท/คน/คืน
ค่าอาหาร แล้วแต่ตกลงกับทางอุทยานฯ ว่ากี่มื้อ กี่วัน และกี่อย่าง
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
หากนำรถขึ้นมาเอง เสียค่าจอดรถบนอุทยานฯ คันละ 30 บาท
หากไม่มีรถที่นำขึ้นไปได้ ต้องใช้บริการรถของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คันละ 2000 บาท (รวมขาไปและขากลับ ไปหลายคนถือว่าคุ้มค่า)
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : ที่ทำการอุทยานแห่งชาติพุเตย
โทร. 035 446 237

ขอบคุณที่มาจาก : https://travel.mthai.com/blog/127838.html

ที่อยู่

กรุงเทพฯ
Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานที่่ท่องเที่ยวสวยๆผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์