Hotel FO Navigator

Hotel FO Navigator แนะแนวและแบ่งปันความรู้เพื่อก้าวส?

วิกฤติแบบนี้ ในฐานะชาวโรงแรม ชาวฟร้อน ชาว Hotel FO Navigator ไม่อยู่กันนิ่งแน่นอน วันนี้เลยขอแชร์มาตรการป้องกันไวรัสโคโร...
27/01/2020

วิกฤติแบบนี้ ในฐานะชาวโรงแรม ชาวฟร้อน ชาว Hotel FO Navigator ไม่อยู่กันนิ่งแน่นอน วันนี้เลยขอแชร์มาตรการป้องกันไวรัสโคโรน่ากันเถอะ หากใครมีข้อมูลมาตรการป้องกันเพิ่มเติม สามารถแชร์เพิ่มเติมได้ที่ใต้โพสเลย

A. มาตรการสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรม

1. เช็ดน้ำยาที่ฆ่าเชื้อไวรัสตามจุดสุ่มเสี่ยงเช่น
บานประตูทางเข้าออก, ราวจับในลิฟท์, ปุ่มกดลิฟท์
และโถส้วมในห้องน้ำ อยู่สม่ำเสมอ
2. เจลล้างมือวางตามจุดสำคัญต่างๆและจำเป็นเช่น Reception, Concierge, Restaurant, Bar, Lounge เป็นต้น
3. Front จัดทำประวัติ แยกบัญชีลูกค้า แจ้งเบอร์ห้องลูกค้า แจ้งทางแม่บ้าน เพื่อกำหนดมาตรการการทำความสะอาดห้องพักอย่างเข้มงวดด้านสุขอนามัย
4. แม่บ้านใส่ใจความสะอาดและสุขอนามัยเป็นพิเศษสำหรับห้องที่ต้องสงสัย และมีการคัดแยกผ้าเพื่อทำความสะอาดแยกเช่นกัน
5. Front หมั่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อพื้นที่ให้บริการ โดยเฉพาะเคาเตอร์ต้อนรับ อยู่สม่ำเสมอ
6. ตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ หรือจัดกิจกรรมเพื่อชี้แจงข้อมูล และวิธีแนะนำการป้องกันเบื้องต้นต่อลูกค้าผู้มาใช้บริการ และใส่ใจความเป็นห่วงเป็นใยต่อลูกค้าผู้มาใช้บริการ
7. ทำการส่งจดหมายแจ้งเตือนเพื่อเฝ้าระวังส่งทุกห้องเพื่อแจ้งลูกค้า
8. แม่บ้านหมั่นทำความสะอาดห้องพัก และฆ่าเชื้ออย่างละเอียด

B. มาตรการป้องกันของพนักงานโรงแรมขณะปฏิบัติหน้าที่

1 จัดวางเจลล้างมือไว้ที่พื้นที่ทุกส่วนงาน
2. พนักงานบริการส่วนหน้าใส่หน้ากากอนามัย และถุงมือ เพื่อป้องกันและเพื่อแสดงให้ลูกค้ามั่นใจด้านความสะอาดและปลอดเชื้อ
3. พนักงานส่วนบริการอื่นๆ และส่วนสำนักงาน ใส่หน้ากากอนามัยด้วยเช่นกัน
4. พนักงานทุกคนคอยเฝ้าระวังและสังเกตุการณ์ และรายงานผู้จัดการรอบทันทีที่พบบุคคลต้องสงสัย เช่น ไอ จาม มีไข้ น้ำมูก ฯลฯ
5. ให้พนักงานทุกๆส่วนติดตามข่าว และ update สถานการณ์ อยู่สม่าเสมอ และร่วมจัดตั้งมาตรการป้องกันร่วมกันต่อไป

บางคนเมื่อตื่นเช้ามาและมีความรู้สึกว่า จะต้องไปทำงานอีกแล้วหรอ นี่แหละเป็นสัญญานที่สื่อว่าเราเริ่มไม่เหมาะกับงานที่ทำอยู...
10/12/2019

บางคนเมื่อตื่นเช้ามาและมีความรู้สึกว่า จะต้องไปทำงานอีกแล้วหรอ นี่แหละเป็นสัญญานที่สื่อว่าเราเริ่มไม่เหมาะกับงานที่ทำอยู่แล้ว

บางคนมีความสุขกับการทำงาน ได้ทำงานที่เรารัก สนุกสนานในการทำงาน ทำงานจนลืมเรื่องชีวิตที่อาจต้องพัง ทั้งสุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และความรัก

บางคนจัดสรรปันส่วนเวลาได้เป็นอย่างดี งานคืองาน ส่วนตัวคือส่วนตัว ย้ำว่าต้องดีจริงๆมิฉะนั้นมีแต่พังกับพัง เรื่องงานก็จะหลุด เรื่องส่วนตัวก็จะมีปัญหา

แต่สุดท้ายแล้วเราคงก็ยังต้องทำงาน
เพื่ออะไร???

บางคนทำงานเพื่อค่าตอบแทน เพราะทำให้เรามีเงินใช้ เพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว เพื่อใช้หนี้สิน และมีความสุขที่ได้เห็นเงินเข้าบัญชีทุกๆเดือน

บางคนทำงานเพื่อประสบการณ์ความรู้ เพราะทำให้เรารู้ว่าเราชอบไม่ชอบอะไร ถนัดเรื่องไหน นี่แหละคือการค้นหาตนเองจากประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับมา และต่อยอดโอกาสทางอาชีพต่อไป







จะจองห้องพักทั้งทีต้องมานั่งเครียดอยู่เสมอว่าจะพักห้องอะไรห้องแบบไหนเลือกไม่ถูก แม้กระทั่งเมื่อก้าวเข้ามาถึงล๊อบบี้โรงแร...
06/12/2019

จะจองห้องพักทั้งทีต้องมานั่งเครียดอยู่เสมอว่าจะพักห้องอะไรห้องแบบไหนเลือกไม่ถูก แม้กระทั่งเมื่อก้าวเข้ามาถึงล๊อบบี้โรงแรมก็ยังจะได้ยินพนักงานต้อนรับถามกลับมาอีกเสมอว่า ต้องการห้องประเภทไหน???? STANDARD, SUPERIOR, DELUXE, SUITE หรือบ้างทีก็เจอชื่อแปลกๆ ชื่อที่โรงแรมตั้งเองบ้าง หรือชื่อตามคอนเซปโรงแรมบ้างเยอะแยะไปหมด ทำให้คนที่มาเขาพักต้องแอบงงอยู่ทุกครั้งว่าแต่ละอันมันคือห้องอะไร เช่น FAMILY, EXECUTIVE, VILLA, PAVILION, STUDIO, PREMIER, POOL ACCESS, POOL SIDE, POOL VILLA และอีกมากมาย แต่ถ้าใครที่มาพักบ่อยๆก็คงชินไปแล้วกับประเภทห้องต่างๆนั้นไม่ต้องปวดหัวไม่ต้องคิดมาก

ลองมาดูกันคร่าวๆกันก่อนว่าห้องพักแต่ละประเภทเบื้องต้นมันคือห้องอะไร เราคัดมาเฉพาะประเภทห้องที่โรงแรมส่วนใหญ่มักจะมีนะ เพื่อเราจะได้เลือกถูกต้องและตรงความต้องการของเราจริงๆ

STANDARD เป็นห้องเริ่มต้น ห้องที่ตกแต่งและอุปกรณ์ตามมาตรฐานทั่วไป ราคามักถูกสุด

SUPERIOR คลายคลึงกับห้องสแตนดาด แต่เหนือกว่าบ้างอย่างเช่น วิวที่สวยกว่า ชั้นที่สูงกว่า ราคาก็ย่อมสูงกว่าตามๆกันมา

DELUXE ห้องอาจจะใหญ่กว่าหรือบางทีอาจจะเท่ากันกับห้องประเภทข้างบน แต่พิเศษกว่าตรงที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น วิวที่สวยขึ้น เตียงอาจใหญ่ขึ้นห้องอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดและราคาแพงที่สุดเมื่อเทียบกับห้องประเภทข้างบน

SUITE เป็นห้องใหญ่โดยมีห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกออกจากกัน พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น







ใกล้จะถึงวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลอันยิ่งใหญ่กันแล้ว   มาดูกันว่าในหนึ่งปีโรงแรมส่วนใหญ่มักจัดกิจกรรมในเทศกาลอะไรบ้าง แต่ละ...
01/12/2019

ใกล้จะถึงวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลอันยิ่งใหญ่กันแล้ว มาดูกันว่าในหนึ่งปีโรงแรมส่วนใหญ่มักจัดกิจกรรมในเทศกาลอะไรบ้าง แต่ละเทศกาลมีความเป็นมาอย่างไรไปดูกัน...........

ช่วงเทศกาลกับงานโรงแรม ซึ่งหลายคนจะได้หยุดงานในช่วงเทศกาลต่างต่าง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่มาทำงานในช่วงเทศกาลต่างๆ และหลายคนคนนั้นก็คือคนโรงแรม เพื่อที่จะได้ดูแลบริการลูกค้าทุกคนที่มาพักผ่อนในช่วงหยุดเทศกาล

>>>เทศกาลปีใหม่>เทศกาลสงกรานต์>เทศกาลวาเลนไทน์>เทศกาลฮาโลวีน>เทศกาลคริสต์มาส

จะเลือกเข้าพักโรงแรมทั้งทีก็เลือกไม่ถูกระหว่าง โรงแรม Low Rise กับ โรงแรม High Rise โรงแรมแบบไหนจะเข้ากับไลฟ์สไตล์เราได้...
26/11/2019

จะเลือกเข้าพักโรงแรมทั้งทีก็เลือกไม่ถูกระหว่าง โรงแรม Low Rise กับ โรงแรม High Rise โรงแรมแบบไหนจะเข้ากับไลฟ์สไตล์เราได้มากที่สุด? มันแตกต่างกันอย่างไร? เราจะเลือกพักโรงแรมแบบไหน?

1. ความสูง
โรงแรม Low Rise หมายถึงโรงแรมที่สูงไม่เกิน 23 เมตร ส่วนใหญ่มักจะมี 8 ชั้น (บางที่ได้มากถึง 9 ชั้น) ในขณะที่โรงแรม High Rise จะเป็นโรงแรมที่มีชั้นสูงๆ ส่วนมากจะสูง 20-30 ชั้นขึ้นไป

2. วิวทิวทัศน์
ถ้าใครชอบวิวสูงๆ สวยๆ โรงแรม High Rise อาจจะเป็นคำตอบสำหรับคุณ แต่ในทางกลับกัน โรงแรม Low Rise อาจจะให้วิวในระดับของตึกทั่วๆ ไป เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบวิวสูงๆ หรือไม่ใส่ใจวิวภายนอกมากนัก

3. ความเงียบสงบ
แน่นอนว่าต้องเป็นโรงแรม Low Rise จะเงียบสงบกว่า เนื่องจากจำนวนชั้นที่น้อยกว่า ทำให้ผู้เข้าพัก หรือจำนวนห้องภายในตัวโรงแรมนั้น มีน้อยตามไปด้วย ทำให้โรงแรม Low Rise มีความเงียบสงบมากกว่า (ขึ้นอยู่กับโรงแรมแต่ละที่)

4. ราคา
โรงแรม Low Rise ที่มีราคาน้อยกว่าโรงแรม High Rise เพราะโรงแรม Low Rise มักห่างจากถนนเส้นหลัก และกลมกลืนไปกับชุมชน บ้านเรือน อื่นๆ มากกว่าโรงแรม High Rise ที่เน้นไปยังใจกลางเมืองซึ่งคนพลุ่งพล่านมากกว่า

5. ทำเล
เรียกได้ว่าโรงแรม High Rise จะมีทำเลที่ตั้งที่ดีมาก เพราะส่วนมากโรงแรม High Rise จะตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เดินทางสะดวก รวมไปถึงรถสาธารณะต่างๆ ได้ง่ายๆ เพราะที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี

6. สิ่งอำนวยความสะดวก
สำหรับคนที่ชอบกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาวน่า สวนหย่อม ชมวิวดาดฟ้า โรงแรมแบบ High Rise ถือว่าตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ดีกว่า เพราะสามารถให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่างหลากหลาย

ดังนั้นการเลือกโรงแรม Low Rise หรือโรงแรม High Rise นั้น ขึ้นกับความชอบและการใช้ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปแต่ละบุคคล การเลือกพักโรงแรมแบบใดแบบหนึ่งจึงไม่มีผิด หรือถูก ขอเพียงแค่คำนึงถึงการใช้งาน ทำเล งบประมาณ ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด และจะช่วยให้คุณได้พักโรงแรมอย่างที่ใจหวังแน่นอน

ทำงานโรงแรมงานดีๆ มีข้าวให้กินฟรีทุกๆมื้อหลายโรงแรมให้ความสำคัญเรื่องอาหารการกินของพนักงานมากๆ เพราะพนักงานคือฟันเฟืองสำ...
18/09/2019

ทำงานโรงแรมงานดีๆ มีข้าวให้กินฟรีทุกๆมื้อ

หลายโรงแรมให้ความสำคัญเรื่องอาหารการกินของพนักงานมากๆ เพราะพนักงานคือฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ

เมื่อเลี้ยงอาหารดี พนักงานก็จะอยู่ดี งานก็จะออกมาดี และผลประการก็จะดีตามๆกันไป

อาหารพนักงาน
มีคำถามบ่อยมากๆครับใน In box ของเพจ เรามาดูวิธีบริหารอาหารพนักงานในแบบของผมกันอีกทีนะครับ

ผมเชื่อว่าหลายๆโรงแรมมีปัญหาเรื่องนี้ครับ จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ เช่น
- เชฟไม่สันทัดเรื่องการคิดตันทุน
- บัญชียังไม่สันทัดเรื่องการดูต้นทุน
- ระบบระหว่างเชฟและบัญชีไม่สอดคล้องกัน
- หรืออะไรก็แล้วแต่
สูตรการควบคุมและบริหารอาหารพนักงานของผม "ง่าย" มากๆครับ
วิธีการนะครับ
1. คำนวนจำนวนพนักงานทั้งหมด
2. หาต้นทุนต่อคน ต่อหัว ต่อวัน (เรื่องนี้เชฟทุกคนทำได้ครับ)
3. นำต้นทุนต่อคน ต่อหัว ต่อวัน ให้ผู้บริหารอนุมัติ
4. เมื่ออนุมัติแล้ว ให้ทำสูตรตามนี้ครับ
ราคาต้นทุนต่อคน x จำนวนพนักงาน x 30 (วัน)
เช่น
30 x 100 x 30 = 90,000 บาท
90,000 บาทนี้คือ ราคาค่าอาหารพนักงานของเดือนนี้ครับ ตามตัวอย่าง 100 คือจำนวนพนักงานนะครับ แต่บางที่อาจให้หักวันหยุดด้วย ก็ลดหลั่นกันตามส่วนนะครับว่าหยุดกี่วัน
5. สั่งวัตถุดิบแยกครัว โดยแยกให้ชัดเจนว่าวัตถุดิบที่จะใช้สำหรับ Staff canteen เป็นเท่าไรต่อวัน ต่อเดือน

ทำวิธีนี้ เชฟ ไม่ต้องกังวลเรื่อง Food Cost เลยครับ ให้เชฟดูเรื่อง Food Price จะง่ายกว่า สั่งอาหารมาทำอาหารพนักงาน เท่าไร ดูจากบิลตลาดเลยครับ ว่า วันนี้เป็น "เงิน" เท่าไร ไม่ต้องถอดสูตรต้นทุนอะไรทั้งนั้น รวบรวม "ราคา"​อย่างเดียว โดยมี 90,000 บาทเป็นตัวตั้ง และระหว่างเดือนก็นำยอดทั้งหมด มาหักลบกับ 90,000 บาทครับ เชฟก็จะทราบว่า ผ่านมา 15 วันแล้ว มีเงินเหลือเท่าไร ใช้เปลืองเกินไปไหม หรือถ้าผ่านมา 15 วันยังเหลือเงินเยอะมากๆ มีอาหารพิเศษให้พนักงานในบางมื้อได้หรือไม่ อยู่กับทางเชฟเป็นผู้บริหารได้เลยครับ บางเดือนใกล้สิ้นเดือนยังเหลืออีกเยอะ อาจจะมีเมนูพิเศษ "ปลาวาฬชุบแป้งทอด" ให้พนักงานก็ได้นะครับ 😁😁😁

วิธีนี้ผมใช้มาหลายๆโรงแรมครับ และแก้ปัญหาได้ค่อนข้างง่าย และ ชัดเจน สิ่งที่ผมเน้นย้ำเสมอคือ "พนักงานต้องกินอิ่ม" เมื่อไรที่ "พนักงานกินไม่อิ่ม" ประสิทธิภาพ คุณภาพ และ กำลังใจ พนักงานจะไม่ดีครับ จะส่งผลกระทบโดยตรงกับคุณภาพของงาน
ลองใช้วิธีนี้ดูก็ได้นะครับ ง่ายและได้ผลครับ

การฝึกฝนคนใดคนนึงหรือทีมใดทีมนึงให้เน้นลงมือทำให้เห็น ไม่ว่าจะงานรูปแบบไหนหรือกระบวนการรูปแบบไหน "โค้ช" ที่ดีต้องเชื่อเส...
13/09/2019

การฝึกฝนคนใดคนนึงหรือทีมใดทีมนึงให้เน้นลงมือทำให้เห็น ไม่ว่าจะงานรูปแบบไหนหรือกระบวนการรูปแบบไหน "โค้ช" ที่ดีต้องเชื่อเสมอว่าศักยภาพของคนเรานั้นพัฒนาขึ้นได้ และสามารถพัฒนาได้ดีกว่า AI แน่นอน ดังนั้นการออกแบบการฝึกฝนและการแนะนำความรู้จึงมีความสำคัญ อีกทั้งการที่ได้เห็นคนที่เราปั้นอยู่นั้นทำได้ดีและประสบความสำเร็จ มันก็คือความสำเร็จที่คนเป็น”โค้ช” เช่นกัน

บทบาทหน้าที่ของ "โค้ช" จากเดิมที่เคยเป็นผู้ยืนสั่งสอน ยืนบอกนู้นนี่ ยืนชี้นิ้วสั่งให้ทำแบบนู้นทำแบบนี้ แต่การเป็น "โค้ช" สมัยนี้ต้องพยายามปรับให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น จะไม่ใช่แค่การเป็นผู้สั่งหรือผู้สอน แต่ "โค้ช" เองก็ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก ในเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน เราจะนำความรู้เมื่อสมัยที่เราเรียนมาหรือที่เราทำงานมาสอนเด็กไม่ได้แล้ว ซึ่งมันดูเชยและโบราณมากๆๆๆ case study หรือ solution ที่มาแชร์นี่แหละต้องใหม่และอัพเดทเสมอ อะไรที่เด็กต้องรู้ ที่เด็กควรจะรู้ หน้าที่ของ "โค้ช" ก็ต้องรู้ และต้องรู้ให้มากกว่าเด็ก ยุคสมัยนี้ไม่ใช่เด็กต้องปรับตัวเข้าหา แต่เราฐานะ "โค้ช" เองก็ต้องปรับเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็กด้วยเช่นเดียวกัน

แม้ว่าการค้นหาตัวตนและความชอบของแต่ละคนเป็นหน้าที่ของเด็กก็จริง แต่การแนะนำหรือการช่วยให้เด็กไปถึงเส้นชัยอาจต้องอาศัยการวางแผนของ "โค้ช" และ "โค้ช" นี่แหละจะต้องมีความสนิทสนมกับเด็กค่อนข้างสูง เปิดโอกาสให้เด็กสามารถพูดคุยปรึกษาได้ตลอดเวลา เราใช้เวลาที่ได้พูดคุยกับเด็กเพื่อสอบถามและเก็บข้อมูล แล้วนำมาช่วยกันวิเคราะห์ตัวเด็กแต่ละคน เพราะบางครั้งเด็กยังมองสิ่งที่เรากำลังสื่อสารไม่เข้าใจ แต่ในอนาคตเขานั้นหละจะเข้าใจสิ่งที่เรากำลังทำเพื่อเขา

>>>การพูด
24/07/2019

>>>การพูด

บรรยายพิเศษให้นักศึกษาชั้นปีที่4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เพื่อเตรียมพร้อมสู่ก้าวแรกในการทำงานโรงแรม และแบ่งปั...
20/07/2019

บรรยายพิเศษให้นักศึกษาชั้นปีที่4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เพื่อเตรียมพร้อมสู่ก้าวแรกในการทำงานโรงแรม และแบ่งปันประสบการณ์ความรู้สู่อนาคตใหม่วงการโรงแรม หัวข้อ "Hotelier Qualifications คุณสมบัติของคนโรงแรม"

2 ภาพนี้แตกต่างกันที่ความรู้สึกจากสายตาที่มองออกมา แม้จากคนคนเดียวที่สื่อสายตาที่แตกต่างกัน ระหว่างความน่ากลัวเกรงขาม แล...
15/07/2019

2 ภาพนี้แตกต่างกันที่ความรู้สึกจากสายตาที่มองออกมา แม้จากคนคนเดียวที่สื่อสายตาที่แตกต่างกัน ระหว่างความน่ากลัวเกรงขาม และความอ่อนโยนน่าเอ็นดู

>>>การส่งสายตา

Multi Tasking
09/06/2019

Multi Tasking

Multi-tasking
มาหลายๆคนถามผมนะครับว่า ผมทำอย่างไร ผมแบ่งเวลาอย่างไร ผมแยกสมองอย่างไร เพราะเห็นผมทำงานหลายๆอย่าง หลายๆโรงแรมพร้อมๆกันในหนึ่งวัน จริงๆแล้วไม่มีอะไรยากเย็นครับ เพียงแค่เราต้องฝึกฝนนิดหน่อยเท่านั้นเอง ผมเล่าให้ฟังอย่างนี้ครับ
การทำงานแบบ Multi-tasking มีด้วยกัน 2 แบบ
1. Multi-Tasking แบบคนเดียวทำได้หลายอย่าง เช่น ทำได้ทั้ง Front, Housekeeping, Kitchen แบบนี้คือเรามีความสามารถหลายๆอย่างครับ ช่วยเหลือ และทดแทนตำแหน่งอื่นๆได้
2. Multi-tasking แบบคนเดียวสามารถทำได้หลายๆอย่าง และหลายๆโรงแรมพร้อมกัน
จะเห็นได้ว่าแบบที่ 2 จะต้องใช้ skill มากกว่าครับ เพราะแต่ละโรงแรมจะมีปัญหาไม่เหมือนกัน งานเหมือนกันครับ แต่เจอปัญหาที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ผมเคยทำงานอยู่บริษัทต่างชาติที่เป็นบริษัท "ที่ปรึกษาโรงแรม" หน้าที่ผมคือ ดูแลงานด้าน Operation ทั้งหมดของโรงแรมทั้ง 25 โรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วงทำแรกๆก็ยากครับ ต้องเดินทางทั่วประเทศ แบ่งเป็นภาคๆไปครับ บางครั้งในวันเดียวกัน ผมต้องไปทำงาน 3 โรงแรมในวันเดียว ช่วงแรกๆก็มีสับสนครับ ออกจากโรงแรมนี้ ไปอีกโรงแรมหนึ่ง แต่ยังมีเรื่องของโรงแรมก่อนหน้าอยู่ในหัวเราอยู่ เลยทำให้งานโรงแรมถัดไปติดขัด หัวหน้าผมซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสบอกผมว่า "Nutt, Are you still there?, It is not gonna work this way" มันจริงๆครับ ผมมาโรงแรมนี้แล้ว แต่ใจผมยังอยู่โรงแรมเก่าอยู่ หลังจากถูกถามประโยคนี้ทำให้ผมเปลี่ยนวิธีการทำงานครับ ทำเป็นที่ๆครับ ออกมาแล้ว คือ "หยุด" ทำที่อื่นต่อทันที
สิ่งที่ผมบอกตัวเองเสมอในการทำงานแบบ Multi-tasking คือ ต้องตัดทุกอย่างให้ขาดให้ได้ ตัดให้ได้ทั้งเรื่อง "งาน", "อารมณ์", "ความรู้สึก" ถ้าอารมณ์เสียจากที่หนึ่ง และพาลไปถึงอีกที่หนึ่ง ทำงานไม่ได้ครับ ต่อให้อารมณ์เสียแค่ไหน ออกจากที่นั่นมากดปุ่ม "PAUSE" เลยครับ และเมื่อไรกลับไปที่นี่ใหม่ก็กดปุ่ม "PLAY" และดึงอารมณ์ ความรู้สึก ทุกอย่างกลับมาครับ
ถ้าเราสามารถทำงานได้ในที่หนึ่งแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำพร้อมๆกันหลายๆที่เลยครับ เพียงแค่เราสามารถ "ตัด" ได้แค่นั้นครับ ไม่ยากครับ แต่ต้องฝึกฝนครับ
ลองปรับและทำดูนะครับ ติดขัดตรงไหนเกี่ยวกับการทำ Multi-tasking สอบถามได้เลยครับ แล้วคุณจะรู้ครับว่า ไม่ยากเลย

ยิ้ม>> ค้นหา>> ลงมือ>> ประเมินผล4 ขั้นตอนการให้บริการต้อนรับของ FO ที่ดี เพื่อให้มี Satisfaction1) เริ่มแรกเมื่อพบกับแขก...
06/06/2019

ยิ้ม>> ค้นหา>> ลงมือ>> ประเมินผล

4 ขั้นตอนการให้บริการต้อนรับของ FO ที่ดี เพื่อให้มี Satisfaction

1) เริ่มแรกเมื่อพบกับแขก FO ที่ดีต้องยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาทักทาย แสดงออกถึงความเอาใจใส่ต่อแขกผู้มาใช้บริการ
2) ระหว่างที่สนทนากัน FO ที่ดีต้องค้นหาความต้องการของแขกผู้มาใช้บริการ ดังนั้นจะต้องรู้จักสอบถามความต้องการและเข้าใจความต้องการของแขกที่แท้จริง
3) เมื่อทราบความต้องการของแขกแล้ว FO ที่ดีต้องเสนอความช่วยเหลือ เพราะเราต้องตอบสนองความต้องการของแขก ด้วยการให้ข้อมูลต่างๆ ที่ถูกต้องชัดเจนหรือความช่วยเหลืออื่นๆ ที่สามารถดำเนินการได้โดยมุ่งให้แขกผู้มาใช้บริการมีความพึงพอใจมากที่สุด
4) หลังจากภารกิจการให้บริการเสร็จสิ้นแล้ว FO ที่ดีต้องทำประเมินผลการให้บริการและสรุปผลการให้บริการ เพื่อที่จะได้นำผลจากการประเมินไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Hotel FO Navigatorผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Hotel FO Navigator:

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์

ประเภท