Food and Beverage Management Association, Thailand

Food and Beverage Management Association, Thailand -HOTELS
-STAFFS Hotel & Restaurant Management and Consultant

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
10/06/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

⛔️ เชื่อไหม ! สาบาน! ทัวร์ ลง แน่นอน คนนอก ไม่รู้ คนใน รู้ ดี แบ่งยังไง..
“ สังคม.คนโรงแรม มุมมองคนใน!
ภาพ ฉากทัศน์ Scenario. มันฟ้อง ..
🔺มองต่างมุม! จาก ..

👉ฐานเงินเดือน
👉ภาษา ที่ 2 - 3 เช่น อังกฤษ
👉วุฒิการศึกษา
👉บุคคลิก หน้าตา

❌วัดค่าอื่่น สวัสดิการ คือได้เหมือนกัน เช่น Service charge / สิทธิประโยนช์ ..

♦️คนโรงแรม เราไม่ดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลน กัน คุณว่าจริงไหม?

📍โรงแรมคือสถานที่ที่ขาย "ความฝัน" ให้กับแขก..
👉 แต่สำหรับคนทำงาน มันคือกรงขังที่บังคับให้ทุกคนต้องเล่นตามบทบาท ชนชั้นสูงพยายามทำตัวให้เหมือนแขกจนบางครั้งลืมรากเหง้าและเงินในกระเป๋า ส่วนชนชั้นล่างก็ถูกบดขยี้ด้วยแรงงานและคำดูถูก เป็นฟันเฟืองสกปรกที่ทำให้ภาพลักษณ์ของโรงแรมยังคงดูสวยงามต่อไป..

❌ "ดาร์กไซด์คนโรงแรม" โลกหลังฉากหลังเสียงเปียโนล็อบบี้อันหรูหรา และกลิ่นน้ำหอมราคาแพง ที่ซึ่งความจริงแล้วมันคือละครโรงใหญ่ที่แบ่งแยก "ชนชั้น" และ "วรรณะ" อย่างเลือดเย็น ทั้งในเวลางานและนอกเวลางาน

1. ในเวลางาน: ละครเวทีแห่งชนชั้นและพรรคพวก
ในโรงแรมไม่มีคำว่าเท่าเทียม หน้าฉากทุกคนไหว้สวย ยิ้มหวาน พูดภาษาอังกฤษไฟแลบ แต่หลังฉากคือการแบ่งวรรณะที่ชัดเจนยิ่งกว่าระบบศักดินา..

🗺️ การแบ่งชนชั้น (The Caste System)

♦️ชนชั้นสูง (The Elites): Front Office (ต้อนรับ), Sales & Marketing (ฝ่ายขาย+ การตลาด ), และ Secretary (เลขาฯ) พวกนี้คือ "หน้าตา" ของโรงแรม ได้แต่งตัวสวยหล่อ ยูนิฟอร์มเนี้ยบ เดินบนพรมแดง อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลา คลุกคลีกับแขก VIP และผู้บริหาร ฝ่ายขายมักจะคิดว่าตัวเองคือคนหาเงินเลี้ยงโรงแรม ส่วน Front ก็คิดว่าตัวเองคือหัวใจที่แบกรับอารมณ์แขก พวกเขาจะมองตัวเองอยู่เหนือแผนกอื่นโดยปริยาย

♦️ชนชั้นกลาง Accounting บัญชี Admin( ออฟฟิต (The Workhorses): F&B Service (บริกร/กัปตัน ห้องอาหารและจัดเลี้ยง) Spa & Wellness ศูนย์สุขภาพ
กลุ่มที่ต้องใช้ทั้งทักษะการทูตและแรงงาน เดินขาขวิดวันละหมื่นเก้า ทนรองรับอารมณ์ทั้งชนชั้นสูง (ฝ่ายขายที่ชอบมาสั่งงานแปลกๆ) และรองรับอารมณ์แขก แผนกนี้มักจะมีความทะนงตัวในทักษะวิชาชีพ แต่อ่อนล้าทางกายภาพ

♦️ชนชั้นล่าง / แรงงาน (The Untouchables): Housekeeping (แม่บ้าน), Kitchen + Steward (ครัว), และ Engineering (ช่าง) Security ..( รักษาความปลอดภัย)
กลุ่มที่ต้องอยู่กับความสกปรก ความร้อน และงานหนักที่ไม่มีใครอยากทำ แม่บ้านต้องล้างส้วม เก็บขยะ เช็ดอ้วกแขก ครัวต้องอยู่กับความร้อนและเสียงตะโกน ช่างต้องมุดท่อ พวกเขาแทบไม่มีสิทธิ์โผล่หน้าไปให้แขกเห็นในโซนหรูหรา และมักถูกมองข้ามหัวจากแผนกชนชั้นสูง

👥 การแบ่งกลุ่ม พรรคพวก (The Factions)
👉ในโรงแรมไม่มีคำว่า "เราคือครอบครัวเดียวกัน" แต่คือการจับกลุ่มเพื่อความอยู่รอด:
แก๊งออฟฟิศ/หน้าฟรอนต์: พวกนี้จะรวมกลุ่มกันเอง นินทาแผนกอื่นด้วยภาษาอังกฤษหรือศัพท์เทคนิคเฉพาะตัว คอยจับผิดแผนกบริการ

👉แก๊งหลังบ้าน (Back of House): แม่บ้าน ครัว ช่าง มักจะเหนียวแน่นกันมาก เพราะแชร์ความเหนื่อยยากร่วมกัน พวกเขาจะมี "เครือข่ายใต้ดิน" รู้หมดว่าใครแอบกินอะไรในสโตร์ ใครได้ทิปเท่าไหร่ หรือใครแอบกิ๊กกับใคร
สงครามเย็นระหว่างแผนก: Sales มักจะขายงานแบบ "รับปากไปก่อน" แล้วโยนขี้ให้ Front กับ F&B ไปตายเอาดาหน้า หน้าฟรอนต์ก็มักจะโยนความผิดให้แม่บ้านเวลาห้องไม่เสร็จ เกิดเป็นสงครามน้ำลายและการแทงข้างหลังผ่านอีเมล CC ถึงผู้บริหาร

2. หลังเลิกงาน: เงาสะท้อนของ "วรรณะ" ที่สลัดไม่หลุด
เมื่อนาฬิกาตอกบัตรเลิกงานดังขึ้น ภาพลวงตาในโรงแรมจบลง แต่ "ชนชั้น" ยังคงตามติดตัวพวกเขาไปในชีวิตจริง ราวกับเป็นตราบาปที่สลัดไม่ออก

🥂 การใช้ชีวิตและการเที่ยว (The Nightlife & Lifestyle)

♦️ชนชั้นสูง (Front / Sales / เลขา): ติดลักชูรีจากหน้าที่การงาน เลิกงานแล้วต้องไป "ถอดหน้ากาก" ตามบาร์ Rooftop / บาร์โฮสต์ หรูๆ นั่งจิบไวน์หรือค็อกเทลแก้วละ 400-500 บาท หรือคาเฟ่ชิคๆ เพื่อถ่ายรูปอัพลงโซเชียลรักษาภาพลักษณ์ให้ดูแพงเหมือนแขกที่ตัวเองบริการ แม้ว่าเงินในบัญชีจะเหลือไม่ถึงพันก็ตาม พวกเขาพยายามพาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่ดูดีเพื่อหาโอกาส "ตก" ลูกค้าหรือแขกต่างชาติรวยๆ เพื่อยกระดับฐานะตัวเอง .. เที่ยวนอก ทัวร์ ไฟไห้ม.. เฟอร์นิเจอร์ มีชื่อติดตลาด..

♦️ชนชั้นกลาง (F&B):Accounting/ Admin
เน้นความสะใจและคลายเครียด เลิกงานดึก (บางทีตี 1-ตี 2) ร้านที่ไปจึงมักเป็นร้านเหล้าตอง ร้านนั่งชิลล์เปิดดึก หรือผับสายแดนซ์ เน้นเหล้าเบียร์บุฟเฟต์ กินเพื่อลืมความเหนื่อยและคำด่าของแขก เม้าท์มอยเรื่องดราม่าในฟลอร์อย่างออกรส อยากกระบาย คาราโอเกะ ท่องเที่ยว ทัวร์ ตจว. เฟอร์นิเจอร์ ห้าง เกรด 2 ..

♦️ชนชั้นแรงงาน (แม่บ้าน / ครัว / ช่าง):
🥵ความหรูหราคือเรื่องเพ้อฝัน หลังเลิกงานคือการตั้งวงเหล้าขาว เบียร์ลีโอ หรือน้ำกระท่อมตามซอยข้างโรงแรม ร้านลาบส้มตำริมทาง หรือห้องพักตัวเอง พูดคุยด้วยภาษาดิบเถื่อน ปลดปล่อยความอัดอั้นที่ถูกกดขี่มาทั้งวัน ไม่มีภาพลักษณ์ต้องรักษา มีแต่ความจริงจังของชีวิต
ท่องเทียว ทัวร์ กระป๋อง เหมา รถไป รวมกัน เฟอร์นิเจอร์ ตลาดนัด

🏠 ที่พักอาศัย (The Living Quarters)

♦️ชนชั้นสูง: ต้องพักคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า หรืออพาร์ทเม้นท์เปิดใหม่ที่ดูดี มีระบบรักษาความปลอดภัย ยอมจ่ายค่าเช่าแพงเกินครึ่งของเงินเดือนเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่า "ฉันคู่ควรกับสิ่งนี้" และสะดวกต่อการแต่งตัวสวยๆ มาทำงาน

♦️ชนชั้นกลาง: หอพักขนาดกลางในซอยลึกขึ้นมาหน่อย พอมีแอร์ มีที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ เน้นเดินทางสะดวกเพราะเวลาเข้า-ออกงานไม่แน่นอน (Shift Work)

♦️ชนชั้นแรงงาน: หอพักห้องพัดลมราคาถูกท้ายซอย หรือ "บ้านเช่ารวม" ที่แชร์กันอยู่หลายคนในสลัมใกล้โรงแรม บางแห่งอยู่กันในห้องแคบๆ ที่สว่างด้วยไฟนีออนดวงเดียว สภาพแวดล้อมต่างจากล็อบบี้โรงแรมห้าดาวที่พวกเขาไปขัดถูทุกวันราวนรกกับสวรรค์

🔥Note: ส่วนระดับ HODs จะกลับด้าน เช่น Exc Chef / Director ส่วน ของ F& B จะได้ ค่าเงิน ค่างาน มาก กว่า แผนก อื่นๆ

หมายเหตุ: เป็นการ แยก แยะ ภายใน คนโรงแรม หลายคนอาจโต้แย้ง แต่ ถ้าใครเคย เป็น Management และเคยทำหลายแผนก โตตามสายงาน และ หลายที่ ทำงาน จะเห็นภาพ มุมมอง ได้ กว้าง และชัดเจน จากประสบการณ์ ตรง ..

🌷เพื่อน คิดว่า ไงค่ะ ผิด-ถูก เรา share ตาม Concept ของ Page เปิดใจ ให้ เพื่อนๆ ได้ รู้ “ ความในใจ” เปิดใจ .. 🙏

R: ภาพประกอบ

กดติดตาม:

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
#จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
06/06/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

👁️‍🗨️! มารยา! “ มาตรฐาน”
แมร่ง. ! ฟังจนหู ชา ..เรา ไม่ได้มาตรฐานน่ะ..หรือ เป็น แค่ลมปาก ..
📍พูดให้ดูดี..มันเกิด จาก “ มนุษย์” ที่สร้าง โครงสร้าง..( แล้วแมร่ง จะได้ 1 เดียว ในโลกได้ไหม? )

🔺มาตรฐานโรงแรม” ที่ลูกค้าเห็น อาจไม่ใช่ “ความจริงทั้งหมด” ที่พนักงานเจอ…

🔶มาตรฐาน VS ความเป็นจริง

* KPI ที่ลูกค้าไม่เคยเห็น
* SOP ที่ทำไม่ได้จริง
* Chain Hotel กับการควบคุมคน
* Owner Hotel กับอำนาจตัดสินใจ
* คะแนนรีวิวที่แลกมาด้วยความกดดัน
* เมื่อลูกค้าถูกเสมอ พนักงานจะแพ้หรือไม่?
* เบื้องหลังคำว่า Luxury Hotel
* มาตรฐานระดับ 5 ดาว กับชีวิตพนักงาน 2 ดาว อะไร คือ KPI
* ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มของคนโรงแรม

📌เมื่อ “ มาตรฐาน เป็น ตุ๊กตา” หรือเสือกระดาษ ..เขียนไว้ สวยหรู..
การใช้งาน จริง ผูก เงือนไข มี ตัวชี้วัด ..

📌ถูก ใช้ งาน เมื่อ..

👉เมื่อเกิดข้อผิดพลาด กับงาน
👉เมื่อเกิดปัญหากับลูกค้า
👉เมื่อประเมินผล งาน
👉เมื่อ ถูกใช้งาน กำจัด ศัตรู
👉เมื่อเกิดผลประโยนช์
👉เมือต้องการ เทียบ ISO

🏨 มาตรฐานงานบริการ
ลูกค้าต้องมาก่อนเสมอ
แต่บางครั้งพนักงานต้องซ่อนความเหนื่อย ความเครียด และปัญหาส่วนตัวไว้หลังรอยยิ้ม…

📋 มาตรฐานงานระบบ
SOP ถูกสร้างขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพ
แต่บางองค์กรใช้ SOP เป็นเครื่องมือควบคุมคน มากกว่าพัฒนาคน

🛏️ มาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวก
ห้องพักต้องสมบูรณ์แบบ
แต่เบื้องหลังคือการแข่งขันกับต้นทุน งบประมาณ และแรงกดดันจากเจ้าของ

🏢 Owner Hotel
ตัดสินใจเร็ว ยืดหยุ่นสูง
แต่บางครั้งมาตรฐานขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าของมากกว่าหลักวิชาชีพ..

🌏 Chain Hotel
มีมาตรฐานระดับสากล
แต่พนักงานต้องอยู่กับกฎ ระเบียบ และ KPI จำนวนมาก

📊 มาตรฐานที่สูงขึ้น
ไม่ได้แปลว่าพนักงานมีความสุขขึ้นเสมอไป
หลายครั้งมาตรฐานที่ลูกค้าได้รับ คือความกดดันที่พนักงานต้องแบกรับ

🏨เพราะในโลกโรงแรม…
คำว่า “มาตรฐาน” อาจเป็นทั้งเครื่องมือสร้างคุณภาพ และเครื่องมือสร้างความกดดันในเวลาเดียวกัน

🔥เมื่อ พูด ในเชิง บุคลากร มักได้ยิน ไม่เป็นธรรม มี 2 มาตรฐาน
🔥เมื่อ ใช้ กับลูกค้า นี้ คือ มาตรฐาน ของเรา ลูกค้าทุกคน ได้รับเหมือนกัน ..
🔥เมื่อ เยินย่อ สรรเสริญ “ ทำได้ สูงกว่ามาตรฐาน”
🔥เมื่อ ตำหนิ - ทำโทษ “ ทำได้ตํ่า กว่า มาตรฐาน”
🔥เมื่อต้องการเปรียบเทียบ “ ที่นี้ - ที่นั่น มีมาตรฐาน - ตํ่ากว่า / สูง กว่ามาตรฐาน..

❌เป็น การตัดสิน จากผู้มีอำนาจ เรียก Bias.. ได้ไหม ? หรือฟังดูเหมือน วัด KPI จาก ความรู้ สึก หรือ จริต คน มากกว่า ไหม?

🥵 แล้วแต่ละที่ ( โรงแรม) ก็มีเกณฑ์ วัดไม่ เหมือนกัน อีก Chain VS Owner อาจใช้ด้วยกันไม่ได้ หลายข้อ..หรือ Copy แต่ผลต่างกัน..
🥵 ระดับ 1-5 ดาว ต่างกัน ฟ้า กับดิน และในเมืองกับ รีสอร์ท์ / ตจว. ก็ต่างกัน ..ให้เปรียบเทียบ …
♦️5 ดาว อ้างสิทธิ Standard บางแห่ง มี โรงเรียนสอน มีใบ Cer ให้ และเคลมว่า ที่นี้ มีมาตรฐานสูง ..

👉คำถาม Oriental กับ Dusit เหมือนกันไหม ? ( ขออนุญาต เอย)

⛔️ บอกเลย ” ตัดสินลำบาก“ ใส่ใจ เรื่อง สุภาษิต ว่าไว้ ” เข้า เมืองหลิ่ว ก็หลิ่ว ตาตาม“ หรือ ” กิ้งก่า เปลียนสี“ . เสียเวลา เหนือยเปล่า ..ที่ไหน จ้าง มีรายได้ . เลี้ยง ชีพ เติบโต ได้ ทำไป งานสุจริต . เพราะStandard ใช้ กับ ครอบครัว / ชีวิต ส่วนตัวไม่ได้

🙏ในฐานะ ทำมาแล้ว แบบ Chain & Owner ในเมือง หรือ รีสอร์ท์ / ตจว. ระดับ 2-5 ดาว ว่า Hotel Standards .. เป็นคำ จำกัด ความ ใน บริบท ..ให้ สมบูรณแบบ องค์รวม ของ การบริหาร จัดการ ..
เดียวมี ..เป็น EP : นะค่ะ เรื่อง มันยาว !

Attn: เพื่อน มี Story ของตัวเอง บ้าง กับที่ทำงาน Share กันหน่อยค่ะ .. 😍เรา รับฟัง/ ตอบ ทุกคน ไม่ 2 มาตรฐาน .. เห็นไหม ?

Cr: ภาพประกอบ

กดติดตาม :

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
#จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
03/06/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

🔥“มายา”งาน “ โรงแรม” มันไม่ดี! ทำ..ทำไม? . !..🥵

🔺รุ่น วัยเก๋า โรงแรมรู้ ดี เมื่อ 30-40 ปี ใครทำงานโรงแรม วงนอก . ไม่คบ โดยเฉพาะ คน ตจว. ไม่กล้ายอมบอก เวลา พูดว่า ทำงานโรงแรม . มองเป็นงานอย่างว่า . ด้านลบ..++( คนแก่- คนเฒ่า)
🔺งานโรงแรม งาน คน ระดับ ชั้น กรรมชน . ขี้ ข้าในห้องแอร์. ทำเท่านั้น
🔺งานโรงแรม เป็นงาน สำหรับ คน ไม่มี ทางเลือก เหมือนเป็นงาน คน ตจว.งานหนัก ..โดนดูแคลน …

📌นานาจิตตัง . เมื่อ พูดถึงงานโรงแรม
♦️ปัจจุบันกลายเป็นงาน ติด ระดับ Top 10 ในการ ที่ เด็ก Gen Z ใฝ่ฝันจะได้ เข้าวงการ ..มายา !

💢คำถาม “ ยอดฮิต” ทำไม อยากทำงาน “ โรงแรม” HR. / HODs เอย…ถาม! ก่อนเปิด ขวด ..เมื่อสัมภาษณ์..

🥵นั่นละซิ! ทำไม ? “ โรงละคร” นี้ หลง เข้ามา เมือไหร่ .. บรรลัย+บันเทิง.. เลย นะ “ คนโรงแรม” กลลวง?

👉สายตรง เรียนจบมา โดน ปลูกฝั่ง มุมสวย หรู . “ โรงแรม”ใช่ซิ ใคร ก็อยาก สอนเรื่อง บวก มากกว่า ลบ !เดียว ไม่มีคนเรียน จริงไหม?..
👉หางานอื่น ไม่ได้ !เลยลองสมัคร . แมร่ง เสือกได้พอดี เลย ลองทำ จน สุดท้าย “ มันคือ สิงเสพติด ”
👉ไปเป็น ฝึกงาน/ Casual เกิด ติดใจ เหมือนสบาย ได้เงิน . ( ยังไม่มีกฎระเบียบมาก) เลย หลวมตัวทำ ..จน ถอนตัว . ไม่ทัน ดันอายุมากขึ้น ..เลยทำ ต่อ จน จะเป็น “ ตำนาน” ..นํ้าตา จิไหล!
👉ตามเพื่อน เฮ ไหน เฮนั่น แก๊งค์ ติดเพื่อน เฮัยจริงนะ มุม สนุก มันก็เยอะ ..ผลประโยนช์อีก..
👉พ่อ - แม่ บังคับ มาสายตรง หรือ ต้องหางาน เลี้ยงครอบครัว เรียนไม่สูง . เริ่ม ตำแหน่ง เล็กๆ ไม่เน้นวุฒิการศึกษา . ไปได้.. โว้ย เลย กินยาว ..ถอนตัวไม่ได้แล้ว..
👉พวก ทำ แล้วติดใจ เพราะ ดัน เสือกโต ได้ตำแหน่ง เลือน มี แถม ลูก อีช่างดันกรู อีก .. เออ ดีวะ ไปโลด ! สุดท้าย แมร่ง เป็น HODs หรือ GM ได้ด้วยแฮ่..สุดโค้ย!
👉ใจรัก Love ด้านนี้ สุดติ่ง กระดิ่งแมว.. โดยเเฉพาะ สายเชฟ ต่อยอด เปิด ร้านได้ ..

♦️ข้อนี้ แมร่ง สุดยอดมาก อีติ๋ม! ตายแน่ๆ Benefit ( สิทธิประโยชน์) หรือ บางแผนก ผลประโยนช์แฝง ..อย่าให้เหลา .. เราก็ ทำมาแล้ว .. กิน หรู อยู่สบาย แมร่ง “งานโรงแรม ” โคตระสบาย เรื่อง สิทธิ ประโยนช์ แทบ ไม่จ่ายอะไร ! มรึง เก็บได้ .. เป็น เศษรฐี บ้านนอกได้เลย !! .. เดี๋ยว Ep . หน้า มาเล่า ..

⭕️เบื้องหลังความหรูหรา: 4 ภาพจำ VS ความจริงด้านมืดของคนทำงานโรงแรม

• 💢ทำไมคนอยากทำโรงแรม? ...และทำไมทำไปแล้วถึงอยากลาออก?

• คาดหวังความ Inter แต่เจอความในใจสุดดาร์ก: เหรียญอีกด้านของชีวิตชาวโรงแรม..

1. ภาพจำ: แต่งตัวหรู ดูดี มีออร่าต้อนรับแขก
• ฉากหน้า: ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ยูนิฟอร์มรีดเรียบกริบ สูทคัตติ้งเนียน ตาตุ่มไม่ให้เห็น ยืนอยู่ในล็อบบี้หรูหราหมาเห่า แอร์เย็นฉ่ำ ดูเป็นมืออาชีพสุด ๆ
• ความจริงด้านมืด: * "ร่างพังใต้ชุดหรู" ยูนิฟอร์มที่ดูดี แลกมากับการยืนกดส้นสูงหรือรองเท้าคัทชูวันละ 8–10 ชั่วโมง จนเส้นเลือดขอดถามหา ปวดหลังเรื้อรัง
• และในขณะที่แอร์ล็อบบี้เย็นเฉียบ แต่เบื้องหลังกำแพง (Back of House) หรือห้องอาหารตอนลูกค้าเต็มร้านน่ะ... ร้อนระอุและวุ่นวายเหมือนสมรภูมิรบ

2. ภาพจำ: สังคมดี มีความรู้ ดูอินเตอร์
• ฉากหน้า: ได้เจอคนหลากหลายสัญชาติ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ดูเป็นสังคมของคนมีการศึกษา สุภาพ อ่อนโยน ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กันตลอดเวลา
• ความจริงด้านมืด: * "รองรับอารมณ์แบบไร้ขีดจำกัด" คำว่าสังคมดีใช้ได้เฉพาะตอนที่ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อไหร่ที่มี Complaint (ข้อร้องเรียน) แขกบางคนจะเปลี่ยนจาก "ผู้ดีอินเตอร์" เป็น "มนุษย์ป้า/มนุษย์ลุง" ในทันที
• คนทำงานต้องกลืนความรู้สึก คุมอารมณ์ และท่องคำว่า Customer is always right แม้ว่าแขกจะไร้เหตุผลแค่ไหนก็ตาม นี่ยังไม่นับการเมืองภายในออฟฟิศที่ดุเดือดไม่แพ้ที่ไหน
3. ภาพจำ: ได้ฝึกภาษา มีอนาคต โกอินเตอร์ไปทำงานเมืองนอก..

• ฉากหน้า: สกิลภาษาอัปเลเวลทุกวัน ได้คุยกับฝรั่ง ย้ายสาขาไปทำงานโรงแรมห้าดาวต่างประเทศได้ง่าย เส้นทางอาชีพเติบโตสวยหรู
• ความจริงด้านมืด: * "เก่งภาษา... แต่เอาไว้รองรับแรงกระแทก" ได้ใช้ภาษาจริง แต่ส่วนใหญ่คือการเจรจาในสภาวะกดดัน
• ส่วนโอกาสโกอินเตอร์หรือเลื่อนตำแหน่ง (Promotion) บางครั้งก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับจังหวะ โควตา และระบบอุปถัมภ์ในองค์กร หลายคนตันอยู่ที่เดิมจนหมดไฟ (Burnout) ไปก่อนจะได้บิน

4. ภาพจำ: รายได้ดี มีความมั่นคง
• ฉากหน้า: เงินเดือนบวก Service Charge (เงินค่าบริการ) ทะลุเป้า ยิ่งช่วง High Season เงินยิ่งสะพัด โรงแรมใหญ่ ๆ ไม่มีวันเจ๊ง มั่นคงแน่นอน
• ความจริงด้านมืด: * "รายได้ที่แขวนอยู่บนความผันผวน" เงินเดือนการันตี (Base Salary) ของพนักงานโรงแรมส่วนใหญ่ค่อนข้างน้อย รายได้หลักที่ทำให้ลืมตาอ้าปากได้คือ Service Charge ซึ่งขึ้นลงตามเศรษฐกิจ โรคระบาด หรือสภาพอากาศ ถ้าช่วง Low Season หรือเจอวิกฤต รายได้จะฮวบฮาบทันที
• ความมั่นคงนี้แลกมาด้วย "เวลาชีวิตที่หายไป" ต้องทำงานเป็นกะ (Shift) ไม่ได้หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ได้เคาท์ดาวน์ปีใหม่กับครอบครัว เพราะยิ่งคนอื่นหยุด... พวกเรายิ่งต้องทำหนักขึ้นสองเท่า..

❌ถึงจะดาร์กขนาดนี้ แต่คนที่ยังอยู่ตรงนี้ได้ คือคนที่มีใจรักในงานบริการ Service mind 💯% + Attitude ดีมากๆ และมีความอดทนสูงที่สุด... คาราวะ หัวใจคนทำโรงแรมทุกคนค่ะ..💌

Note: ความจริง มีมากกว่านี้ เล่า กีปี กีชาติก็ไม่จบ ..ที่แน่ๆ หลายคนเจอ! เข้าง่าย .. ออกยากส์..เสน่ห์มนต์ขลัง . เหมือน “คนโดนของ”.. เหมาะกับคน “ลองของ”

Attn: เพื่อนๆ เข้าสู่ วงการ มายา นี้ เพราะอะไร อยากทราบ มาตาม ที่ เล่าไหม ? หรือ แตกต่าง ..อยากอ่าน 🙏.. Please!

Cr: ภาพประกอบ
กดติดตาม:

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
#จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
28/05/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

🤵🏻‍♂️🧑‍💼เวทีนี้ .ใคร คือตัวจริง! “ คนโรงแรม” ระดับฝ่ายบริหาร !

📌เปรียบเทียบ แบบ Owner บริหาร แต่ใช้ “ ต่างชาติ”
📌เปรียบเทียบ แบบ Chain บริหาร แต่ใช้ ต่างชาติ+ ไทย..
👉ข้อดี+ ข้อเสีย มี ด้วยกัน ทั้ง2 แบบ..อยู่ที่“มุมมอง”
👉หลายที่ มีปัญหา การ บริหาร ระหว่างทีม ต่างชาติ VS คนไทย..แบ่ง พรมแดน ชัดเจน . ในที่เดียวกัน..มรึง ไปบอก เจ้านายมรึงนะ ( คิดในใจแบบได้ยิน)
👉HODs บอก ขี้เกียจ เขียน Report ภาษาอังกฤษ . ประชุม/ หารือ / เคลียร์ เหมื่อย มือ เบย!
👉ถ้า เรื่อง“ การเมือง” ในองค์กร คนไทย กินขาด . ต่างชาติ ไม่สน!

⭕️หากต้องสู้รบในเวทีนี้...

🧑‍💼 ต่างชาติคือ "นักล่าในสูทสากล"
🔥ที่ฆ่าคุณด้วยตัวเลข ระบบ และกฎหมายอย่างเลือดเย็น

🤵🏻‍♂️ส่วนคนไทยคือ "ขุนนางในวังโบราณ" ที่อาจจะไม่ได้ฆ่าคุณต่อหน้า แต่จะปล่อยข่าวลือ ตัดแขนตัดขา และบีบให้คุณกระอักเลือดลาออกไปเอง..

⚖️การเปรียบเทียบการทำงานของ "ผู้บริหารไทย (Thai GM/ExCom)" กับ "ผู้บริหารต่างชาติ (Expat GM/ExCom)" ในวงการธุรกิจโรงแรมแบบ "มุมมืด (Dark Side)" นั้น มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร การเมืองภายใน และวิธีรักษาเก้าอี้ของตัวเอง ..

💢นี่คือความจริงเทาๆ ในมุมมองแบบเจาะลึกและตรงไปตรงมาครับ

1. ความเฉียบ (Decisiveness & Ex*****on)
วัดกันที่ความเร็ว ความเด็ดขาด และผลลัพธ์ในการสั่งการ

• 🧑‍💼ผู้บริหารต่างชาติ (เด็ดขาดบนตัวเลข - Data-Driven Coldness):
• ความเฉียบของต่างชาติคือ "ความเย็นชา" ถ้าตัวเลข (KPI/P&L) ไม่ได้ตามเป้า เขาจะตัดงบ เลิกจ้าง หรือปรับโครงสร้างทันทีโดยไม่มีข้อผูกมัดทางอารมณ์
• สั่งการเร็ว ทะลุทะลวง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ถ้ามองว่ากระบวนการไหนช้า เขาจะทุบและเปลี่ยนระบบทันที

• 🤵🏻‍♂️ผู้บริหารไทย (เฉียบแบบดูทิศทางลม - Political Decisiveness):
• มักจะไม่ตัดสินใจอะไรแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า แต่จะเฉียบขาดก็ต่อเมื่อ "มั่นใจว่าปลอดภัยกับตัวเอง" หรือได้รับสัญญาณไฟเขียวจากเจ้าของ (Owner) แล้วเท่านั้น
• ความเฉียบมักถูกใช้ไปกับการควบคุมบริวารและการจัดระเบียบอำนาจภายใน มากกว่าการหักดิบเพื่อเปลี่ยนระบบโครงสร้าง

2. การเชือดเฉือน (Corporate Politics & Elimination)
เมื่อต้องเขี่ยคนออก หรือเล่นเกมการเมืองเพื่อเอาตัวรอด

• 🧑‍💼ผู้บริหารต่างชาติ (เชือดตามระบบยืมมือฆ่า - Systemic Assassination):
• ต่างชาติเวลาจะเขี่ยใครออก เขาจะไม่มานั่งทะเลาะให้เสียภาพพจน์ แต่จะใช้ "ระบบ" และ "เอกสาร" เป็นอาวุธ เช่น การตั้งเป้าหมาย PIP (Performance Improvement Plan) ที่ยากจนเป็นไปไม่ได้ เพื่อบีบให้ออกตามกระบวนการกฎหมาย
• มักใช้คำพูดสุภาพ ยิ้มแย้ม (Diplomatic Smile) แต่ข้างหลังคือเตรียมเอกสารฝ่ายบุคคล (HR) ไว้รอเชือดเรียบร้อยแล้ว

• 🤵🏻‍♂️ผู้บริหารไทย (ศึกสายเลือดและวิชาไสยศาสตร์การเมือง - Emotional & Relational Warfare):
• การเชือดเฉือนของผู้บริหารไทยจะมีความเป็น "Personal" (เรื่องส่วนบุคคล) สูงมาก
• มักใช้การเตะสกัดขาด้วยการ "นินทา/ดิสเครดิต" ในวงเหล้าหรือไลน์กลุ่มลับ, การริบอำนาจหน้าที่ (ดองเค็ม), หรือการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ มาขยายผล
• ถ้าไม่ชอบใคร จะใช้วิธีสร้างสภาพแวดล้อมให้ "อยู่ไม่ได้" ผ่านการกดดันทางอารมณ์และสังคม (Toxic Environment)

3. กฎระเบียบ (Rules & Compliance)
วิธีรับมือกับมาตรฐาน (SOP) และกฎหมาย

• 🧑‍💼ผู้บริหารต่างชาติ (ใช้กฎเป็นเกราะกำบัง - Weaponized Compliance):
• มองกฎระเบียบและ SOP เป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เพราะมันคือสิ่งที่จะปกป้องเก้าอี้ของเขาจาก Owner และสำนักงานใหญ่ (Corporate)
• แต่ในมุมมืด ต่างชาติมักจะ "เล่นตามตัวอักษร" (Strictly by the book) จนขาดความยืดหยุ่น ถ้าเกิดความผิดพลาด เขาจะกาง SOP ทันทีเพื่อพิสูจน์ว่า "เขาทำถูกตามขั้นตอนแล้ว คนที่ผิดคือคนปฏิบัติงาน"

• 🤵🏻‍♂️ผู้บริหารไทย (กฎมีไว้เลือกปฏิบัติ - Selective Enforcement):
• กฎระเบียบของโรงแรมผู้บริหารไทยจะมีความ "ยืดหยุ่นสูง" ซึ่งในมุมมืดแปลว่า "แล้วแต่ว่าเป็นคนของใคร"
• ถ้าเป็น "เด็กในคาถา" ทำผิดกฎระเบียบร้ายแรงมักจะได้รับการลูบหน้าปะจมูก หรือช่วยกันปกปิด แต่ถ้าเป็น "ฝั่งตรงข้าม" แม้จะทำผิดพลาดเพียงเล็กน้อย กฎระเบียบข้อบังคับจะถูกขุดขึ้นมาบังคับใช้อย่างรุนแรงที่สุดทันที

4. การบริหารภาพรวม (Overall Management & Corporate Image)
สไตล์การคุมบังเหียนและการเอาใจ Stakeholders

• 🧑‍💼ผู้บริหารต่างชาติ (ภาพลักษณ์อินเตอร์ หน้าตาต้องเป๊ะ - Cosmetic Management):
• เน้นบริหารแบบ "ภาพสวย" รายงานสรุป (Presentation) ต้องดูหรูหรา ตัวเลขกราฟต้องดูดี แขกต่างชาติเห็นแล้วประทับใจ
• ในมุมมืด บางครั้งเป็นการบริหารแบบ "ซุกขยะไว้ใต้พรม" ปัญหาหน้างานภายใน (เช่น ความขัดแย้งของพนักงาน หรือระบบหลังบ้านที่กำลังพัง) มักถูกมองข้ามตราบใดที่มันยังไม่กระทบกับคะแนนรีวิว (TripAdvisor/GSS) หรือผลกำไรที่จะส่งผลต่อโบนัสและพอร์ตโฟลิโอส่วนตัวของเขาในการย้ายไปโรงแรมถัดไป

• 🤵🏻‍♂️ผู้บริหารไทย (บริหารแบบระบอบอุปถัมภ์และตามใจเจ้าของ - Feudal & Owner-Centric Management):
• มักเป็นการบริหารแบบ "เจ้าขุนมูลนาย" คุมคนด้วยบารมีและความกลัว เน้นสร้างระบบบริวาร (Loyalty เหนือ Performance)

• ❌จุดมืดที่สุดคือ "การบริหารเพื่อเอาใจ Owner" มากกว่าเอาใจตลาดหรือพนักงาน ยอมหักระบบ ยอมทำลาย SOP ที่ดี เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการชั่วคราวหรืออารมณ์ของเจ้าของโรงแรม เพื่อรักษาความมั่นคงในตำแหน่งของตนเอง

5. อื่นๆ (มุมมืดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ)

♦️ความภักดี ( Loyalty)
🧑‍💼ต่างชาติ “ สถานี อัปเกรด โปรไฟล์ 2-3 ปี พร้อมบิน ไม้มี ควาทผูกพันธ์
🤵🏻‍♂️คนไทย ”มาเฟียท้องถิ่น“ อยู่ให้เป็นตำนาน สร้างมรดก เลือด.

♦️ความรับผิดชอบ ( Accountability)
🧑‍💼ต่างชาติ พลาด “ โยนบาปให้ระบบ”อ้างสภาวะ เศรษกิจ มหาภาค “ ได้อย่างแนบเนียน คำศัพท์ เวลา เขียน Business plan อาจ โดดเด่นกว่า คนไทย!

🤵🏻‍♂️คนไทย “ โยนบาปให้ลูกน้อง ” สือสารไม่ดี / ไม่เข้าใจระบบ อ้าง ดิน อ้างฟ้า ..

♦️การดูแลลูกน้อง
🧑‍💼ต่างชาติ มองพนักงาน คือ “ ทรัพยากร( Resource) ” หมดประโยชน์ ก็เปลียนใหม่ไม่เน้น ความผูกพันธ์..

🤵🏻‍♂️คนไทย พนักงาน เป็น “ คนในสังกัด” ถ้า กราบ ไห้ว / เชื่อฟัง เลี้ยงไว้ แม้ ผลงาน ห่วย แต่ ถ้าไม่ใช่ เรียกว่า “ เนรคุณ” ไปไกล ตรีน..

Note: “ กบเลือกนาย“ เป็นไป ได้ยากส์ ในวงการโรงแรม . ความชอบ หรือ ” จริต“ Mindset คน ไม่เหมือนกัน ..ส่วนตัว ดีคนละแบบ แย่ คนละมุม..

Attn:วงการ นี้ เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ เจออยู่แล้ว แต่ ตจว. รีสอร์ท อาจน้อยกว่า City Hotel..

😍เพื่อนๆ อ่านแล้ว มีมุมในใจ ที่ อยาก share เพิ่มไหม ค่ะ 🙏

กดติดตาม:

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
#จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
24/05/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

💢ใคร ไม่เป็น ไม่รู้หรอก” ได้ยินบ่อยๆ คำพูดนี้! มีนัยยะ !ผู้นำ คือ “ มนุษย์” รัก/โลภ/โกธร/หลง/ กิเลส/ตัญหา..พกพา มา กับ ..ตอนเกิด…หรือ สร้างขึ้น..!

💢การเกิดมา .. ของผู้นำ .. อาจไม่ใช่ สูตร สำเร็จรูป .
💢สัดส่วนผู้นำ จึงมีน้อย กว่า ผู้ตาม เช่น 1:5/1:10 หรือ 1: 1,000/ 1: 5,000 จึงมีหลายระดับ . ผู้นำ
💢ผู้นำ มาจาก เส้นทางที่ถูกต้อง หรือ มาจากทางสายผิด .
🔥ผู้นำ หรือ หัวหน้า จึง แตกต่างกัน .. อยู่ที่เรา จะเจอแบบไหน!
มีศักยภาพ หรือ ด้อย คุณภาพ …

ปล: ผู้นำ ไม่จำกัด เพศ .. ขาย- หญิง- เพศทางเลือก..อยู่ที่บริบท …

⭐️มุมมอง “ ผู้นำ” แบบ “ คนโรงแรม” …

❌ "พนักงานไม่ใช่ Amenity ที่ใช้แล้วทิ้ง", "นโยบาย Lean ที่กำลังรีดเลือดกับปู", "คะแนน Review 9+ ที่แลกมาด้วยคราบน้ำตา" ความท้าทาย ของผู้นำ …ที่ ท้าทาย..

❌ ผู้นำก็ไม่ได้อยากเลว แต่ระบบของธุรกิจโรงแรมบังคับให้เขาต้องเลือก ระหว่าง "ผลประโยชน์ของโรงแรม" หรือ "ความสุขของพนักงาน"

⛔️จี้จุดใจดำ (Pain points) ขยี้ภาพลักษณ์ที่ดูสวยหรูของธุรกิจบริการ แต่เบื้องหลังเต็มไปด้วยแรงกดดันและการบริหารที่ผิดพลาด….

🎯 กระตุกใจ (Idea Headlines)
เบื้องหลังความหรูหรา 5 ดาว กับ "ผู้นำ" ที่ฆ่าลูกน้องทั้งเป็น
Toxic Leadership: เมื่อ "ผู้นำโรงแรม" กลายเป็นกับดักที่ทำลายคนทำงาน..
👉จาก Service Mind สู่ สภาพจิตใจที่พังทลาย: ปัญหาผู้นำที่โรงแรมไม่เคยบอกคุณ

🖤 1. กับดัก "ผู้นำที่ดี" (The Good Leader's Trap)
ในโลกความเป็นจริงของคนโรงแรม บางครั้งการเป็นผู้นำที่ดีเกินไป...ก็คือยาพิษ

⛔️กับดัก "แบกทับถม" (The Martyr): ผู้นำที่เกรงใจลูกน้อง รักลูกน้องมากเกินไป จนยอมแบกรับแรงกดดันจาก Executive Management หรือ Owner ไว้คนเดียว สุดท้ายผู้นำ Burnout หรือลาออกไปก่อน ทิ้งให้ทีมเคว้งคว้างเพราะไม่มีเกราะกำบัง

⛔️กับดัก "ใจดีจนเสียระบบ" (Too Soft to Survive): ในวันที่หน้างาน (Operation) วุ่นวาย แขก Complain แต่ผู้นำไม่กล้าเด็ดขาด ไม่กล้าตักเตือนคนที่ทำผิดเพราะกลัวลูกน้องไม่รัก ผลลัพธ์คือ คนตั้งใจทำงานหมดไฟ (Demotivated) เพราะรู้สึกว่า "ทำดีแทบตาย ค่าเท่ากับคนที่ไม่ทำอะไรเลย"

⛔️กับดัก "Yes Man" ของเบื้องบน: พยายามเป็นผู้นำที่ดีขององค์กรด้วยการรับทุกนโยบาย ตัดงบ ตัดคน (Lean) ตามสั่ง โดยลืมคิดไปว่ากำลังส่งลูกน้องในทีมไปตายที่หน้างาน

🤬 2. ผู้นำที่เลว / แย่ (The Toxic Leader)
ผู้นำประเภทที่ขับเคลื่อนโรงแรมด้วย "ความกลัว" ไม่ใช่ "ความเคารพ"

⭕️พวก Micromanage / จ้องจับผิด: ผู้นำที่ไม่เคยไว้ใจใคร ตรวจแม้กระทั่งรอยพับผ้าปูเตียง วางช้อนส้อม หรือคอยจับตาดูเวลาเข้าห้องน้ำของพนักงาน ทำให้ทีมงานสูญเสียความมั่นใจและรู้สึกเหมือนเป็นแค่หุ่นยนต์

⭕️พวก "เครดิตเป็นของฉัน ปัญหาเป็นของเธอ" (Glory Hog): เวลาแขกชมหรือยอด Revenue ทะลุเป้า จะยืดอกรับความดีความชอบคนเดียว แต่พอเกิด Case Complains หรือ Audit ไม่ผ่าน กลับโยนบาปให้ Staff หน้างานรับกรรม

⭕️พวก "เก่งทฤษฎี แต่ไม่เคยจับงานจริง" (The Armchair General): นั่งสั่งงานอยู่ในห้องแอร์ ดูแต่ตัวเลขและ KPI แต่ไม่เคยลงมาดูสภาพหน้างานในช่วง Peak Hours ว่าพนักงานขาดแคลนและเหนื่อยล้าขนาดไหน ดีแต่พูดคำว่า "ทำไมแค่นี้ทำไม่ได้?"

⭕️ผู้นำที่ใช้ "อารมณ์" เหนือเหตุผล: เปลี่ยนนโยบายตามอารมณ์วันต่อวัน ลูกน้องต้องคอย "เดาใจ" มากกว่า "ดู SOP" สร้างบรรยากาศการทำงานที่เต็มไปด้วยความระแวง

💣 3. ปัญหาของผู้นำ ในมุมคนโรงแรม (The Hotelier's Leadership Dilemma)
ทำไมคนโรงแรมหลายคนพอขึ้นเป็นใหญ่ แล้วมักจะติดกับดักเหล่านี้?
♦️โตมาจากสาย "Technician" ไม่ใช่ "Management": คนโรงแรมจำนวนมากได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Supervisor หรือ Manager เพราะ "ทำงานเก่ง/บริการดี" (Technical skills) แต่พอย้ายมาคุมคน กลับไม่มีทักษะการบริหาร (Leadership skills) สุดท้ายใช้วิธีสั่งงานแบบเดิม ๆ หรือใช้อำนาจไม่เป็น

♦️แรงกดดันแบบ "แซนด์วิช" (The Sandwich Pressure): ผู้นำระดับกลาง (เช่น DM, HOD) ถูกบีบจากสองทาง ด้านบนคือ Owner และ GM ที่บดขยี้เรื่อง Revenue, Cost, และ Profit ส่วนด้านล่างคือพนักงานที่เรียกร้อง Welfare และความเห็นใจ กลายเป็นคนตรงกลางที่ต้องทำตัวร้ายเพื่อรีดเค้นงานจากลูกน้อง

♦️วัฒนธรรม "Silo" (ต่างคนต่างอยู่): ผู้นำโรงแรมมักติดปัญหาปกป้องผลประโยชน์ของแผนกตัวเอง (เช่น Front VS Housekeeping หรือ F&B VS Kitchen) แทนที่จะร่วมมือกัน ผู้นำกลับพาขัดแย้งกันเอง จนพนักงานระดับปฏิบัติการกลายเป็นหญ้าแพรกที่แหลกลาญในสงครามระหว่างแผนก

♦️การบูชา "Guest is King" จนลืมพนักงาน: ผู้นำที่ยอมหักหลังลูกน้องตัวเองเพื่อเอาใจแขกที่ไม่มีเหตุผล (Toxic Guest) เพียงเพื่อรักษาคะแนนรีวิว (เช่น Tripadvisor หรือ Booking.com) โดยไม่สนว่าลูกน้องจะโดนย่ำยีศักดิ์ศรีขน..

📌คุณ เป็น ผู้นำ แบบไหน หรือ เป็น ลูกน้อง ที่เจอ ผู้นำ ชนิดใด!

Attn:เรา มาช่วย สังเคราะห์ แบบ เป็นวิทยาทาน ฉบับคนโรงแรมกัน 🙏Open mind ค่ะ ..

กดติดตาม:

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
#จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
23/05/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

🏨 โรงแรม. มีชีวิต !..
"Built by design, driven by staff, lived by guests."

⭕️วัฎจักร .. ของโรงแรม ในมุมมอง คนโรงแรมมีหลาย “มิติ“ ในความ มี DNA แบบ 💯% ทุกอย่าง มี จุดเริ่ม และมี จุดจบ …
💢3 ชีวิต ในวงจร..พึ่งพากัน แบบที่เรา บางที ไม่ได้ นึกถึง หรือ เห็นภาพ …มาดูกัน ..

🏨ตัวตึก/ อาคาร ชีวิต แรก ที่ เริ่ม กำเนิด ก่อเกิด ของ สรรพสิ่ง ใน วงจร .. “ คนโรงแรม”

👉มีอายุขัย มาก หรือ น้อย อยู่ที่ความมั่นคง / แข็งแรง การก่อสร้าง เริ่มต้น .
👉การบำรุง/ ซ่อมแซม ดูแลรักษา คงสภาพ ให้ใช้งาน บางทีมีอายุ 100-200 ปี…
👉ความ ซับซ้อน ลึกลับ สามารถสร้าง เรื่อง ราว Sotrytelling ได้
👉มีความลี้ลับ ตัวตน ประวัติศาสตร์ ทั้งด้านบวก และ ลบ
จากรุ่น-สูรุ่น…
👉อาจมี 1 ชีวิต ที่แอบ ซ่อน ร่วม กับตัวตึก ” Owner”..ผู้ให้กำเนิด

💢เห็นไหม ตัวตึก ก็มี “ ชีวิต”

❌สิ่งที่เป็นอันตราย/ ภัยกับชีวิตนี้

⏺️ภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว/ นำ้ท่วม..หรือ ฟ้าผ่า เคยมี . ตจว…
⏺️ภัยจาก สงคราม . ตึก โดนระเบิด
⏺️ภัย จากภายใน ไฟ้าลัดวงจร/ ไฟไหม หรือการกระทำ อื่นๆ

👨‍🍳พนักงาน / ลูกจ้าง สิ่งมีชีวิต ที่ จะ ก่อเกิด ให้มีผล ตามมา ของ วงจร..

👉มีเริ่มต้น ..ก็ต้องมีชีวิต มา สานต่อ ให้ เกิด เรื่องราวต่างๆ
👉ผู้ สร้างสรรค ให้ ตัวตึก มีชีวิต สร้างรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ ตัวตึก มี มูลค่า-คุณค่า..
👉ผู้ สร้าง ตัวตึก ให้เปรียบเสมือน โรงละคร มีทั้ง ผู้กำกับ - นักแสดง และ ผู้อยู่ เบื้องหลัง หลังม่าน จน ผู้ อยู่หน้าเวที่ ….

❌สิ่งที่เป็นอันตราย/ ภัยต่อ ชีวิตนี้

⏺️คนและการคัดสรรค ( HR) หา นักแสดง” ผิดพลาด ไม่ไ้ด้คุณภาพ
⏺️ผู้กำกับ( หัวหน้า/ HODs) ไม่เก่ง ไม่สามารถ ให้นักแสดง เล่นได้ ตามบท ..มีผลประโยนช์ กับนักแสดง..
⏺️นักแสดง ( พนักงาน) ตีบท ไม่แตก ..หรือ บางคน เล่นนอกบท
⏺️บางกลุ่ม แบ่งพรรคพวก ร่วม หัวกัน เพืือผลประโยชน์ ในโรงละคร

🤵🏻‍♂️ลูกค้า/ แขก สิ่งมีชีวิต ที่จะ หล่อ เลี้ยง .. ร่างกาย ทั้ง ข้อ1 และ 2

👉ผู้มา เยือน แบบ “เติมเต็ม ” ทั้ง ข้อ 1 และ 2 ให้ สมบูรณ์ มีตัวตน ของชีวิตที่แทร่ True มากขึ้น..
👉เสมือน เลือด ที่หล่อเลี้ยง ทุก อณู ใน วงจร “ชีวิต” ให้ดำเนินไป ..
👉เป็นผู้สร้าง ทั้ง“แรงบันดาลใจ ”และ ในขณะ เดียวกันเป็นผู้ สร้าง“แรงกดดัน ”อย่าง สุดติ่งกระดิ่งแมว ..
👉ผู้มาโปรด . ไถ่ถอน. ครู ชั้น ยอด ที่ทำให้ เกิด บทเรียน .. JD- SOPs- KPI.. อื่นๆ เหมือน ไบเบิ้ล..
👉ผู้เปรียบเสมือน ให้ ทุก ชีวิต ในระบบ “ Hotel Society” มี่ เรื่องเล่า ไม่รู้จบ..

Note: 3 ชีวิต สิ่งที่น่ากลัว ที่สุด คือข้อ 2 เป็น สิ่งที่ควบคุมได้ ได้ยากส์ สุด ..เพราะ..
👉มาจาก ถิ่นฐาน ที่แตกต่าง เหนือ- ใต้ - ออก- ตก วัฒนธรรม เชิงลึก
👉การศึกษา ไม่เท่ากัน เกิดวุฒิภาวะ ที่ สือสาร มี ช่องว่าง มากขึ้น
👉ประสบการณ์ / การเรียนรู้ ไม่เท่ากัน แต่บางที ตำแหน่งเดียวกัน ..
👉ความกดดัน/ เก็บกด จาก งาน - หัวหน้า- เพื่อน - สังคม
👉ความเห็น แก่ตัว ประโยนช์ ส่วนตน มากกว่า ส่วนร่วม ..

⛔️สำคัญ .. Mindset .. ด้าน งานบริการ ไม่ ปัง ..ไม่ลึกซึ้ง ใน Service mind “ จิตบริการ“ แทนที่จะปัง.. แต่พัง เสียก่อน !

💢สุดท้าย มันคือ มนต์ตา ..เสน่ห์ .. มนต์ขลัง .. ของ ชีวิต สุข.. ทุกข์ โศก
มี ให้สัมผัส ทุกวัน - วินาที!.“ ชีวิตคนโรงแรม .. มีจุดเริ่ม.. มีจุดจบ!

Attn: เพื่อน “คนโรงแรม ”คงเข้าใจ วงจร ” ชีวิต“ นี้ มากว่า คนอื่น แน่นอน ..ใช่ไหม มีมากว่า โปรด share
ก้ฟัง .. 🙏

Cr: ภาพประกอบ

กดติดตาม:

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
#จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
22/05/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

📣คนโรงแรม! ได้อะไร ?
💰เงินกู้ 4 แสนล้าน ภาษีเรา !

👉2 แสน ล้าน ใช้จ่าย ประจำวัน / สินค้า อุปโภค- บริโภค ..
❌ ธุรกิจ โรงแรม ร่วมโครงการ ไม่ได้ ! ร้านอาหาร ใช้ได้ บางร้าน

👉2 แสน ล้าน อุดหนุน การใช้ พลังงาน Solar cell พลังแสงอาทิตย์
❌ ยังมองไม่เห็นโอกาส แพงมากๆ ปัจจัยหลายอย่าง ..จำกัดสิทธิ ได้น้อย คน ..( ช่วยแบ่งผ่อนชำระ)

🗝️สำคัญ โครงการ ช่วย ธุรกิจภาคบริการ ท่องเที่ยว / โรงแรม ยังไม่เห็น เป็นรูปร่าง ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ คนโรงแรม” …เข้า Low season แล้วนะ .. ฝีมือถึงไหม .. รมต. หรือ เป็นตามที่เขาว่า “กลุ่มลูก เทพ-เทวดา”

🔔เคาะแล้ว! ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) 25 พ.ค.นี้ คาดมีผู้ใช้สิทธิราว 30 ล้านสิทธิ ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจ่อพิจารณาเงื่อนไข

ปล. ยังก็ยินดี กับ คนโรงแรม ทีได้สิทธิ ..(คือประชาชน คนหนึ่ง ).. แต่โครงการ ไม่ครอบคลุม ธุรกิจโรงแรม…

#จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม
ะครึ่งพลัส #ไทยช่วยไทย #บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ #บัตรคนจน #โหนกระแส

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Food and Beverage Management Association, Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์

ประเภท