Food and Beverage Management Association, Thailand

Food and Beverage Management Association, Thailand -HOTELS
-STAFFS Hotel & Restaurant Management and Consultant

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
03/10/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

✴️ความจริง VS ความลวง..ระบบจัดการ ที่มากเกินไป แบบ ทฎษี .. กับงาน ทีเรียกว่า “ บริการ” ดัชนี ชี้วัด . จึงมีตัวเลือกมากขึ้น ..

💯สำคัญ .. พนักงาน ระดับ ล่าง จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ ไหม.. แค่วันๆ ยัง ไม่มี เวลา กินข้าว - เข้าห้องนํ้า เลย !

🔗JD/SOPs/KPI -OKR . สัมพันธ์ หรือ อสัมพันธ์ หรือหนักสุด ..ISO
🔗ความรู้ ความเข้า ใจ มันคือเอกสาร - ย้อนแย้ง กับหน้างานจริง?
🔗60-80% มาตราฐาน เหล่านี้ ยังใช้ ไม่ได้ ได้ผล เมื่อมี การประเมินงาน แบบเน้น ผลงาน- ผลประโยชน์
ลูกน้อง กับหัวหน้า
🔗งานบริการ “ โรงแรม” อาจไม่เน้น เอกสาร แบบ หลักสูตร เป็นทางการ และ แต่ละ ที่ ก็มี SOPs เป็น เกณฑ์ ควบคุม กำหนดแล้ว ..
🔗รูปแบบ OKR อาจเหมาะ กับ หน่วยงาน ราชการ/ เอกชน แบบ Coporate มากกว่า หรือไม่?

❌มี สักกีคน หัวหน้างาน / ฝ่ายบริหาร จะนำมา อ้าง ตอน วัดผล ..

❌หรือ จะแค่ วลี .. พูดลอยๆ..ให้ เธอ เข้าใจ.. แบบโลกสวย

🔥 จะใช้ระบบนี้ อย่างไร กับ งาน โรงแรม …

🎖️หลักสูตร OKR คือหลักสูตรที่สอนการบริหารงานด้วยระบบ OKR = Objectives and Key Results หรือ “เป้าหมายและผลลัพธ์สำคัญ”

👉พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าว่า “จะทำอะไร” แต่ต้องกำหนดด้วยว่า “ผลลัพธ์ที่วัดได้ต้องออกมาเป็นอย่างไร”

OKR มี 2 ส่วนหลัก

1. Objective (O) = เป้าหมาย

* ต้องการไปให้ถึงอะไร
* ควรชัดเจน ท้าทาย และสร้างแรงจูงใจ

2. Key Results (KR) = ผลลัพธ์สำคัญ

* จะรู้ได้อย่างไรว่าเราบรรลุเป้าหมาย
* ต้องวัดผลได้ด้วยตัวเลขหรือหลักฐานที่ชัดเจน

👉ตัวอย่างในโรงแรม

Objective:

ยกระดับประสบการณ์การเข้าพักของลูกค้า

Key Results:

* คะแนน Guest Satisfaction จาก 85% → 90%
* ลดจำนวน Complaint ลง 20%
* คะแนนรีวิวออนไลน์เพิ่มจาก 4.2 → 4.5
* เพิ่ม Repeat Guest 10%

ดังนั้น OKR ไม่ใช่การบอกว่า “พนักงานต้องบริการให้ดีขึ้น” เพราะวัดผลยาก แต่ต้องเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

🏆สรุปสั้น ๆ:

KPI = วัดผลงานที่ต้องรักษาหรือทำให้ได้
OKR = กำหนดว่าเราต้องการ “เปลี่ยนแปลง/ไปให้ถึงอะไร” และวัดความสำเร็จด้วยผลลัพธ์อะไร

💢ข้อแตกต่าง ระหว่าง OKR กับ KPI มวย ถูก สังเวียน ?

📌KPI (Key Performance Indicator) คือตัววัดผลการทำงานประจำวันเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานไม่ตก ส่วน OKR (Objectives and Key Results) คือการตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงหรือสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด
ถ้าเปรียบกับการขับรถ KPI คือหน้าปัดวัดความเร็วและน้ำมัน (ควบคุมให้รถวิ่งได้ปกติ) ส่วน OKR คือ GPS ที่บอกว่าเราจะเดินทางไปถึงเป้าหมายใหม่ได้อย่างไร

📌KPI (รักษามาตรฐาน): วัดผลเชิงปริมาณแบบ Top-down เน้นความเสถียร ประเมินเป็นรายปี และมักผูกกับโบนัสหรือเงินเดือน

📌OKR (สร้างการเปลี่ยนแปลง): ตั้งเป้าท้าทาย (Aspirational) ผสมผสาน Bottom-up ปรับทบทวนทุกไตรมาส และเน้นการพัฒนามากกว่าการลงโทษ
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในธุรกิจโรงแรม
แผนกพัฒนาธุรกิจ / Revenue Management

KPI: รักษาอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ให้ได้ 75% และ RevPAR ที่ 2,500 บาท

OKR:
Objective: ขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Long-stay ต่างชาติเพื่อเพิ่มรายได้ในฤดู Low Season
Key Results: เพิ่มสัดส่วนการจองตรง (Direct Booking) ผ่านเว็บไซต์ขึ้น 25%, จับมือกับเอเจนซี่ Wellness ต่างชาติ 3 ราย
แผนกต้อนรับและบริการ (Front Office & Guest Experience)

KPI: คะแนนความพึงพอใจลูกค้า (GSS/CSAT) ไม่ต่ำกว่า 90% และเวลา Check-in ไม่เกิน 3 นาทีต่อห้อง
OKR:
Objective: ยกระดับประสบการณ์การเข้าพักด้วยระบบดิจิทัลแบบไร้รอยต่อ
Key Results: ปรับใช้ระบบ Self Check-in Kiosk ให้มีผู้ใช้งาน 40% ของผู้พักทั้งหมด, ลดข้อร้องเรียนเรื่องการคอยคิวในชั่วโมงพีคลง 50%
แผนกอาหารและเครื่องดื่ม (F&B)
KPI: ควบคุมต้นทุนอาหาร (Food Cost) ไม่เกิน 30% และยอดขายห้องอาหารตามเป้าประจำเดือน
OKR:
Objective: เปลี่ยนห้องอาหารโรงแรมให้เป็น Dining Destination สำหรับคนท้องถิ่น
Key Results: เปิดตัวเมนู Farm-to-Table ใหม่ 5 รายการ, เพิ่มสัดส่วนลูกค้านอก (Non-resident) เข้าใช้บริการขึ้น 35% ภายในไตรมาส 3

🎯โรงแรมไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ควรใช้ KPI ควบคู่กับ OKR โดยใช้ KPI ควบคุมงานบริการและมาตรฐานประจำวัน (SOP) และใช้ OKR ขับเคลื่อนโครงการใหม่ๆ เพื่อยกระดับโรงแรมเหนือคู่แข่ง

🚫ประเด็นหลัก มี ฝ่ายบริหาร หรือ ฝ่าย จัดการ ทรัพยากร บุคคล ที่เข้าใจ ถ่องแท้ .. ของ การใช้ คู่มือ นี้ ..ซึ่ง มี หลายช่อง ทาง พยายาม โน้มนาว / สือสาร เพื่อให้ คน ซื้อ package การขายหลักสูตร …
🚫เวลา ที่จะมา ทำสิ่งนี้ แน่ใจ ว่า ทุกคนเสียสละ .. เหตุผล อันเดิม มันก็ดี อยูแล้ว ก็แค่ ปรับแก้ ให้ มัน ทันสมัย ทันยุค ปัจจุบัน

🚫การลงทุน เพิ่ม ของ Owner/ Management ยอม เสี่ยง ไหม เมื่อ ต้นทุนเพิ่ม เพราะ ทีใช้ รองรับ สมัยใหม่ ไม่ว่า จะเป็น Komeche / Oprea- Cloud-Sypony อื่นๆ ระบบ การใช้งานมี ระบบปฎัติการ หลังบ้าน ที่สามารถ จัดการ - ตรวจสอบ ได้ แบบครบวงจร วัด ประสิทธภาพ คนดูแล ระบบได้ เหมือน OKR-KPI..โดยเฉพาะระบบรองรับ Guest Experience .. มันครอบคลุม - วัดผล ได้ ดี…และ Vender ขายระบบ พร้อม การ สอน - อบรม เชิง ระบบOKR+ KPI เพื่อใช้งาน ได้ถูกต้อง และ วัดผลได้ ..

🚫ความเข้า คนที่ดูแล โดยตรง Human Resources - Talents & Culture เข้าใจ มีความรู้ มากพอ หรือยัง ..

ปล: กรณี ศึกษาและ เคย ใช้ แล้วสรุป ยังไม่เห็น ภาพ ชัดเจน ภายใต้ Factor มากมาย แบบ ฉบับ คนโรงแรม..
: โปรดพิจารณา ในการอ่าน 🙏

Cr: ภาพประกอบ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
30/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

🍭วัฎจักร! วนเวียน เปลียนไป ตามกาล เวลา “ คนโรงแรม” รู้ดี .. สักวัน ต้องเป็น “ เรา” …จะรอให้เป็น “ ตำนาน” ทุกวันนี้ .. ยากส์ ?

🏨 GRAND เตรียมขาย The Westin Grande Sukhumvit ให้ RABBIT มูลค่าไม่เกิน 494.6 ล้านบาท

👉บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาขายทรัพย์สินและธุรกิจของโรงแรม The Westin Grande Sukhumvit Bangkok ให้แก่ Rabbit Holdings ในราคาไม่เกิน 494.60 ล้านบาท

👉การขายครอบคลุมทรัพย์สินที่ใช้ประกอบกิจการโรงแรม พื้นที่ร้านค้าปลีก ธุรกิจเสริม และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาเหตุหลักจากปัญหาสภาพคล่องของ GRAND จนผิดนัดชำระค่าเช่าที่ดินบางส่วนและถูกบอกเลิกสัญญา ขณะที่ข้อพิพาทกับเจ้าของที่ดินอีกส่วนยังไม่ยุติ

👉ปัจจุบัน GRAND มีหนี้หุ้นกู้ที่ครบกำหนดและขอเลื่อนชำระประมาณ 593 ล้านบาท พร้อมหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดอีกประมาณ 8,569 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเตรียมสละสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ ROH หรือบริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) ซึ่งอาจทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดจาก 97% เหลือประมาณ 74.71%

👉สำหรับ Rabbit Holdings เดิมใช้ชื่อ U City ก่อนเปลี่ยนชื่อในปี 2022 ปัจจุบันเป็นบริษัทในกลุ่ม BTS Group โดย BTS ถือหุ้นโดยตรงประมาณ 66.82% ธุรกิจหลักครอบคลุมบริการทางการเงิน ประกันภัย และการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจโรงแรม พื้นที่ให้เช่า และการบริหารอสังหาริมทรัพย์

👉อย่างไรก็ตาม ดีลดังกล่าวยังต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 ตุลาคม 2026 จึงยังไม่ถือว่าการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ และขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าแบรนด์หรือการให้บริการของโรงแรมจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่

— ที่ The Westin Grande Sukhumvit, Bangkok

💢ข่าว ลือ .. มักเป็น ข่าวจริง 80-90% แต่ “ คนใน” แบบ Insider รู้ดี สู้ๆ นะค่ะ เป็นกำลังใจ ให้ กัน 🙏

ปล: บทความ - เนื้อหา คัดลอก เพจ

Cr: The Luxury Hotel & Travel Fanclub 🇹🇭

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
28/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

🚦บทเรียน! ที่ ไม่จำ ..แบบไหน เรียก “ วิกฤต” ภาพเดิมกลับมา...คำว่า “ เอาอยู่” ไม่ควร ออกจากปาก ระดับ ผู้บริหาร..

🎯คำถามคาใจ ทุก รัฐบาล ! .. เวลา เกิด “ วิกฤต” รัฐประกาศ เป็นวันหยุด ราชการ! ❌ทำไม ไม่ทำงาน ช่วยประชาชน .. เวลาติดต่อ ฉุกเฉิน .. บอก ราชการหยุด .. แมร่ง ไรว่ะ .. ทำงานซิ ..สวนทาง! ย้อนแย้ง ..มรึงโทรไปเถอะ.. ปิดทำการ

👉 Cell broadcast แจ้ง เมื่อ ผ่าน ไป 3 วัน บ้า.. ไปแล้ว
👉ร้านสะดวกซื้อ ของหมด ทุกชั้นวาง.. Delivery .. ส่งไม่ได้ นํ้าท่วมถนน…
👉เอกชน ช่วย ปชช. เร็วกว่า ราชการ ..ดันโดน ต่อว่า..
👉เครื่องบิน Deley นํ้าท่วม สนามบิน นักท่องเที่ยว ติด สนามบิน รถ . วิ่งไม่ได้ .. นํ้าท่วม .. BTS .. ดันเสีย ..
👉คนพิการ- ป่วย ติดเตียง - ในบ้าน แถมเจอ สัตว์ เลื้อยคลาน ..
👉สถานที่ อื่นๆ อุทยาน - ที่เที่ยว - นํ้าตก - ป่า ทะยอย ปิด หรือ ในพื้นที่ เมือง ห้าง- สถานศึกษา - เอกชน - ตลาดสด หลายที่ ประกาศ บอก . WFH ..นะ..
👉อื่นๆ

➕ย้อยรอย ! อดีต ที่ สะเทือน ใจ
ของ ปทท. “ คนโรงแรม” เห็นอะไร !

🇹🇭ข้อมูลเชิงลึกและตัวเลขสถิติเกี่ยวกับ ผลกระทบจากมหาอุทกภัยปี 2554 ต่อ ภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมถึง ตลาดแรงงาน จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT), สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.), กรมการท่องเที่ยว และกระทรวงแรงงาน สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้…

1. ความเสียหายเชิงมิติเศรษฐกิจและรายได้ภาคโรงแรม/ท่องเที่ยว
มูลค่าความเสียหายรวมของภาคการท่องเที่ยว:
ธนาคารโลก (World Bank) และสภาพัฒน์ (สศช.) ประเมินมูลค่าความเสียหายและสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมทั้งประเทศที่ 1.43 ล้านล้านบาท โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการติดอันดับ Top 5 ของภาคส่วนที่เสียหายหนักที่สุด

💰รายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งประเทศ สูญเสียไปไม่น้อยกว่า 25,000 – 30,000 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 เพียงไตรมาสเดียว
👉อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ร่วงมหาโหด:
👉กรุงเทพฯ และปริมณฑล: อัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนพฤศจิกายน 2554 ดิ่งลงไปเหลือเพียง 20% – 30% (จากระดับปกติที่ควรจะเป็น High Season อยู่ที่ 75% – 85%)
👉อยุธยาและพื้นที่ภาคกลาง: โรงแรม/ที่พักปิดให้บริการ 100% เป็นเวลานานกว่า 1–2 เดือน เนื่องจากน้ำท่วมสูงในตัวเมืองและนิคมอุตสาหกรรม
🚫ผลกระทบทางอ้อมต่อพื้นที่ไม่ท่วม: จังหวัดท่องเที่ยวที่ไม่ถูกน้ำท่วม เช่น ภูเก็ต สมุย พัทยา ก็ได้รับผลกระทบ โดยยอดจองลดลง 15% – 25% เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติสับสนข้อมูลข่าวสาร (เข้าใจว่าท่วมทั้งประเทศไทย) และการสัญจรผ่านสนามบินดอนเมืองถูกสั่งปิด
การยกเลิกเที่ยวบินและการสัญจร:
การปิด สนามบินดอนเมือง (ช่วงปลายเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2554) ส่งผลกระทบต่อสายการบินต้นทุนต่ำและการเดินทางเชื่อมโยงภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
👫นักท่องเที่ยวต่างชาติยกเลิกการเดินทางเข้าไทยฉับพลันในไตรมาส 4 หายไปประมาณ 500,000 – 800,000 คน จากประมาณการเดิม

2. ผลกระทบเชิงลึกต่อพนักงานและตลาดแรงงานโรงแรม
ตัวเลขสถานประกอบการและแรงงานที่ได้รับผลกระทบ (ภาพรวมบริการและท่องเที่ยว):
กระทรวงแรงงานบันทึกข้อมูล ณ ช่วงวิกฤต พบสถานประกอบการในพื้นที่น้ำท่วมได้รับผลกระทบกว่า 25,000 แห่ง และแรงงานได้รับผลกระทบโดยตรงมากกว่า 1 ล้านคน

🎯เฉพาะภาคโรงแรมและบริการอาหารในพื้นที่ภาคกลางและ กทม. มีพนักงานที่ต้องหยุดงานชั่วคราวชะงักเยียวยามากกว่า 70,000 – 100,000 คน
👉โครงสร้างรายได้พนักงานที่หายไปอย่างสิ้นเชิง:
Service Charge ดิ่งลงเกือบ 0 บาท: พนักงานโรงแรมระดับ 3-5 ดาว ปกติจะมีรายได้จาก Service Charge อยู่ที่ 5,000 – 15,000+ บาท/เดือน แต่ช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค. 2554 เงินส่วนนี้หายไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงหลักร้อยบาทตามรายได้จริงที่เข้ามา
👉การใช้มาตรการลดต้นทุนแรงงาน:
Leave Without Pay: โรงแรมหลายแห่งจำใจให้พนักงานลางานโดยไม่รับค่าจ้างสลับกัน สัปดาห์ละ 2-3 วัน
การเลิกจ้างแรงงานชั่วคราว (Casual/Outsource): กลุ่มแรกที่ถูกเลิกจ้างทันทีคือ พนักงานสัญญาจ้างรายวัน พนักงาน Outsource และนักศึกษาฝึกงาน เพื่อรักษาเงินสด (Cash Flow) ของโรงแรมไว้จ่ายพนักงานประจำ
การย้ายถิ่นฐานและภาวะสมองไหล (Brain Drain):
👉เนื่องจากโรงแรมใน กทม. และอยุธยาหยุดกิจการชั่วคราว พนักงานที่มีทักษะ (เช่น เชฟ, ช่างเทคนิค, พนักงานต้อนรับภาษาต่างประเทศ) จำนวนมากเคลื่อนย้ายไปทำงานในพื้นที่ภาคใต้ (ภูเก็ต, พังงา, กระบี่) หรือต่างประเทศ ส่งผลให้เกิด ภาวะขาดแคลนแรงงาน skilled labor อย่างหนักเมื่อโรงแรมกลับมาเปิดบริการในต้นปี 2555

3. ต้นทุนฟื้นฟูและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหลังน้ำลด
งบฟื้นฟูอาคารและระบบงานวิศวกรรม (Renovation Cost):
👉โรงแรมขนาดกลางถึงใหญ่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง (เช่น กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, อยุธยา) ต้องใช้เงินซ่อมแซมเฉลี่ย 10 – 50 ล้านบาทต่อแห่ง
ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจาก ตู้ไฟ MDB, เครื่องปั่นไฟสำรอง, เครื่องสูบน้ำ และห้องเครื่องลิฟต์ ที่ในสมัยก่อนนิยมวางไว้ชั้นใต้ดิน (Basement) หรือชั้น 1 ซึ่งถูกน้ำจมทั้งหมด
ระยะเวลาในการฟื้นตัว (Recovery Time):
💢โรงแรมส่วนใหญ่ใช้เวลา 3 – 6 เดือน หลังน้ำลด ในการเคลียร์คราบน้ำ กำจัดเชื้อรา ทำลายเฟอร์นิเจอร์ที่บวมน้ำ และรีโนเวทระบบไฟฟ้าก่อนจะได้รับใบอนุญาต/ความปลอดภัยในการเปิดรับแขกอีกครั้ง
✔️ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว (Occupancy Rate) ใช้เวลากว่า 6–9 เดือน ถึงจะกลับเข้าสู่ระดับปกติก่อนเกิดน้ำท่วม (เริ่มกลับมาสมบูรณ์ในช่วงกลางปี 2555)

4. บทเรียนและการปรับตัวเชิงโครงสร้างของธุรกิจโรงแรมหลังปี 2554
เหตุการณ์ปี 2554 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของมาตรฐานการบริหารจัดการโรงแรมในไทย (Hotel Risk Management):

1. การย้ายตำแหน่งเครื่องจักรสำคัญ (Relocation of Critical Assets): โรงแรมที่สร้างใหม่หลังปี 2554 เลิกวางห้องควบคุมไฟฟ้า (MDB) และเครื่องปั่นไฟไว้ชั้นใต้ดิน โดยย้ายขึ้นไปไว้ชั้น 2 หรือชั้นลอย
2. แนวป้องกันน้ำท่วมถาวร (Flood Barrier System): มีการลงทุนสร้างคันกั้นน้ำถาวร และติดตั้งระบบไดโว่/ปั๊มน้ำอัตโนมัติพร้อมกำลังไฟสำรอง
3. เงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยเปลี่ยนไป: บริษัทประกันภัยปรับเพิ่มเงื่อนไข Sub-limit (จำกัดวงเงินคุ้มครองภัยน้ำท่วม) และปรับขึ้นเบี้ยประกันภัยอุทกภัยสูงขึ้นถึง 200% – 300% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เสี่ยง..

📌 รอสรุป สถิติ หลัง ทุกอย่าง สงบ ผลกระทบ .. ความเสียหาย จะเทียบเท่า ปี 2554 มาก- น้อย เท่าไหร่! สถิติ ที่เรา.. ไม่อยากทำลาย .. คือ สถิติความเสียหาย!

ปล: เป็น กำลังใจ ให้คน โรงแรม/ ที่พัก / งานบริการ 😍🙏..

Cr: ภาพประกอบ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดคนโรงแรม #นํ้าท่วม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
23/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

🤵คุณ จัดการยังไง 💥เมื่อลูกน้อง คนสำคัญ ขอลาออกแบบ กระทันหัน !คุณต้องพึ่งเขา ! โจทย์ ที่ต้องหาคำตอบ …

✴️ เหตุผล : ลาออก !
- เพื่อน ไม่ ให้ความร่วมมือ
-ปรับตัวกับวัฒนธรรม ไม่ได้
-การเมือง Toxic ภายใน
- บุคลิก ส่วนตัว ( โลกส่วนตัวสูง)
- คิดว่า ตัวเอง สำคัญ กว่า คนอื่น ขาด เขา งาน จะสะดุด ..

🎯สำคัญ ลูกน้อง คนนี้ !
👉ทำงาน ที่คน อื่น ทำไม่ได้
👉มีอัตตาสูง ทะนง ตน ในความสามารถ
👉เป็นงาน เฉพาะด้าน คนอื่นทำแทนได้ยาก หรือ ทำได้ดีไม่เท่า
👉เราต้องการ งาน กับเขา แบบ เร่งด่วน .. แต่ มา แจ้ง.. ไม่ทำแล้ว

❌ประเด็น
▶️ขั้นตอน การรับสมัคร - สัมภาษณ์ ใช้เวลาร่วม15-30 วัน จึงจะหาคนแทนได้ - มีแก๊บ ทีต้อง Handover อีก..ช่วงรอยต่อ งานล่ะ !
▶️คน ที่ มีอยู่ ทำ งาน แทน ไม่ได้ เท่าเขา หรือทำไม่ได้เลย
▶️คุณ ต้อง การ งานเร่ง ด่วน ซึงมี เขา ที่ทำได้ ..

🎯สำคัญ.. ตำ แหน่งนี้ มีความต้องการ ในตลาด แรงงานสูง..และมี บุคลากร จำกัด … เป็นไปตาม trend “‘ ค่านิยม“ ที่ต้องมี …

💢คำตอบ อาจเป็นแค่วลี .. เพื่อ ให้มันจบ . ส่วนกระบวนการจัดการ แมร่ง โตระ ปวด Head เลยล่ะ .

❇️รู้ไหม มีตำแหน่ง ไหนบ้าง..

🔥คำถาม คุณเป็น หัวหน้า จะทำยังไง ! กับ case นี้ ! เพื่อนๆ มา share ไอเดีย ความรู้กัน…

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #ตามติดชีวิตคนโรงแรม #จุดจบคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
21/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

✴️มากไปไหม! มาตรฐาน ..คือ
เรา “ คนโรงแรม” ได้ อะไร แบบ จับต้อง ได้ ….
🎖️เพิ่งประกาศ The 50 Best Hotels 2026 ยังไม่ถึง 1 อาทิตย์ มี ใหม่อีกแล้ว ! ..
:บางที่ ถ้วย / เหรียณ/ ประกาศนียบัตร เต็มตู้ Hall of Fame ..นักล่ารางวัล….
: ตกลง เราให้ คนอื่น ประเมินเรา เพื่อ ได้ มาตราฐาน ? จริงเหรอ!
: ใครๆ ก็อยาก เข้ามา มีส่วนร่วม . เพื่อผลประโยชน์ ..
: เกณฑ์ วัด “ คนโรงแรม” มีส่วนร่วม กับ วิธิวัด KPI ไหม!
: มีคน ถามว่า“ อยากเข้าร่วม” กิจกรรมนี้ ไหม ! แต่ต้อง บราๆๆ
: เบืิองหลัง รางวัล อาจไม่ได้วัด “ คุณค่า” งาน บริการ คนโรงแรมแบบ100% แต่มาจาก..?
💥เชื่อไหม? จะมีหน่วย งานเหล่านี้ โผล่มา ให้ รางวัล … จะเกลือน เหมือน s.. ชวน ชิม.. ร้าน อาหาร M . Star เพื่อ เรียก กระแส …และ แบบ ผลประโยชน์ คนบางกลุ่ม!

🔑อีกหนึ่งงานประกาศรางวัลที่คนโรงแรมรอคอยกับ ‘MICHELIN Key 2026’ ที่เพิ่งประกาศไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อค่ำวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นไทย โดยปีนี้ประเทศไทยมีโรงแรมได้รับรางวัลทั้งหมด 71 แห่ง แบ่งเป็น กุญแจมิชลิน 3 ดอก จำนวน 6 แห่ง กุญแจมิชลิน 2 ดอก จำนวน 22 แห่ง และกุญแจมิชลิน 1 ดอก จำนวน 43 แห่ง ดังนี้

🎯ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ Capella Bangkok ซึ่งขยับขึ้นมารับ Three MICHELIN Keys เป็นครั้งแรก สมทบกับโรงแรมระดับสูงสุดอีก 5 แห่งที่รักษารางวัลไว้ได้ ได้แก่ Mandarin Oriental Bangkok, The Siam, Four Seasons Resort Chiang Mai, Phulay Bay, A Ritz-Carlton Reserve และ Amanpuri ทำให้ประเทศไทยมีโรงแรมระดับ Three Keys รวมทั้งหมด 6 แห่ง

💢ส่วนกลุ่ม Two MICHELIN Keys มีหลายโรงแรมที่ขยับขึ้นมาในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น Dusit Thani Bangkok, 137 Pillars House Chiang Mai, Iniala Beach House และ Trisara ขณะที่ Four Seasons Resort Koh Samui เป็นโรงแรมใหม่ที่เข้ามาอยู่ในระดับ Two Keys ตั้งแต่ปีแรก

💢ฝั่ง One MICHELIN Key ก็มีหน้าใหม่ที่น่าจับตามองหลายแห่ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ อย่าง Andaz One Bangkok, Chakrabongse Villas, Kimpton Maa-Lai Bangkok และ Siri Sala Private Thai Villa รวมถึงสาย Wellness อย่าง Chiva-Som Hua Hin ที่ได้รับ One MICHELIN Key เป็นครั้งแรกในปีนี้

MICHELIN Key ใช้แนวคิดคล้ายกับ MICHELIN Star แต่เปลี่ยนจากการประเมินร้านอาหารมาเป็นประสบการณ์การเข้าพัก โดยระดับ One Key หมายถึง ‘ประสบการณ์สุดพิเศษมีเอกลักษณ์ชัดเจน’, Two Keys คือ ‘ประสบการณ์ยอดเยี่ยมเปี่ยมเสน่ห์
’ และ Three Keys ซึ่งเป็นระดับสูงสุดคือ ‘ประสบการณ์เหนือชั้นที่น่าจดจำ’

🔑🔑🔑
THREE MICHELIN KEYS 6 โรงแรม

Bangkok
Capella Bangkok (Promoted)
Mandarin Oriental Bangkok
The Siam

Chiang Mai
Four Seasons Resort Chiang Mai

Krabi
Phulay Bay, A Ritz-Carlton Reserve

Phuket
Amanpuri

🔑🔑
TWO MICHELIN KEYS 22 โรงแรม

โรงแรมที่น่าจับตาปีนี้ ได้แก่

Dusit Thani Bangkok (Promoted)
137 Pillars House (Promoted)
Iniala Beach House (Promoted)
Trisara (Promoted)
Four Seasons Resort Koh Samui (New)

🔑
ONE MICHELIN KEY 43 โรงแรม

มีโรงแรมใหม่ติดลิสต์หลายแห่ง เช่น

Andaz One Bangkok (New)
Chakrabongse Villas (New)
Kimpton Maa-Lai Bangkok (New)
Siri Sala Private Thai Villa (New)
Onsen at Moncham (New)
Sela Chiangmai (New)
Villa Mahabhirom (New)
Chiva-Som Hua Hin (New)
Devasom Hua Hin (New)
Maison Mystique Khao Yai (New)
Garrya Tongsai Bay Samui (New)
Cape Fahn Hotel, Koh Samui (New)
The Retreat Koh Chang (New)
Devasom Khao Lak Beach Resort & Villas (New)

📌ใครกำลังมองหาโรงแรมสำหรับทริปครั้งต่อไป เปิดลิสต์ดูได้รับรองไม่ผิดหวัง

ปล: ยังมี อีกโรงแรม / ที่พัก มากมาย .. ที่มี มาตราฐาน - คุณภาพ ระดับสูง ที่ อาจ ไม่ ได้ รางวัล หรือเอ่ยถึง ..อย่าน้อยใจ ! .. คุณค่า “ คนโรงแรม” อยู่ที่ Mindset ที่ มี “ จิตบริการ” Service Mind แบบ ไม่ต้องมี ถ้วย รางวัล .. หรือ เกรียติบัตร
ดๆ มา ประดับ …..

ดูรายชื่อฉบับเต็มได้ที่ http://guide.michelin.com

Cr: Standard Life

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม #


https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
18/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

📌ขอแสดงความยินดี กับ โรงแรมไทย อีกครั้ง กับความภาคภูมิใจ ..

: เบื้องหน้า อัน หอมหวน อบอวล ด้วย Rewards .. ความเป็น เลิศ.
: เบื้องหลัง ที่มี หนาม อันแหลม . และหอก คอย ทิ่มก้น จ่อกระตุ้น เตือนว่าต้อง “ เกินมาตราฐาน ” หรือ เรียกอีกแบบว่า “ บริการเหนือความคาดหมาย” ของ “ มนุษย์โรงแรม” ดีงาม ..ตามบริบท ..
: ผลสำเร็จ คือ ความภาคภูมิใจ .. ตามมาด้วย ผลตอบแทน “ ค่าบริการ-สวัสดิการ“ ที่ดี ด้วยจาก หยาดเหงือ ที่ แลกมา “ คนโรงแรม”
🎯เป้าหมาย มี ไว้ “ กระหาย” ใน ความ สำเร็จ . ตามประสงค์ “ตนเอง” หรือ“ องค์กร“ ..สู้ๆ 🎖️

💥กลับมาอีกครั้งกับการจัดอันดับ The 50 Best Hotels 2026 หรือทำเนียบ 50 โรงแรมที่ดีที่สุดในโลก โดยปีนี้ Rosewood Hong Kong โรงแรมซึ่งตั้งอยู่ในส่วนหนึ่งของอาคารสูง 65 ชั้นที่มองเห็นวิวอ่าววิกตอเรีย ได้รับการยกให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดในโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนอันดับ 2 คือโรงแรมในกรุงเทพฯ อย่าง Capella Bangkok

Rosewood Hong Kong ครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับ The 50 Best Hotels ประจำปี 2026 ที่เพิ่งประกาศออกมา โดยคว้าอันดับสูงสุดเป็นปีที่สองติดต่อกัน และกลายเป็นโรงแรมแห่งแรกที่สามารถคว้าตำแหน่งนี้ได้ถึง 2 ครั้ง

💢การจัดอันดับดังกล่าว ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า The World’s 50 Best Hotels ประกาศผลเมื่อวันที่ 15 กันยายน ณ กรุง Paris โดยรวบรวมโรงแรมจาก 6 ทวีปทั่วโลก ตั้งแต่วิลล่าขนาด 24 ห้องริมทะเลสาบ Como ไปจนถึงรีสอร์ตกลางทะเลทรายอันห่างไกล และโรงแรมระดับตำนานที่มีชื่อเสียงที่สุดหลายแห่งของโลก
Rosewood Hong Kong เปิดให้บริการในปี 2019 ตั้งอยู่ภายในโครงการ Victoria Dockside ซึ่งเป็นอาคารสูง 65 ชั้นริมฝั่งน้ำของเกาลูน ขนาดของโรงแรมทำให้การคว้ารางวัลครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะมีห้องพักและห้องสวีตรวม 419 ห้องแล้ว โรงแรมยังมีร้านอาหารและบาร์ 11 แห่ง รวมถึง Asaya Spa by Guerlain และพนักงานราว 1,200 คน

❇️ผู้จัดอันดับระบุว่า แม้โรงแรมจะมีขนาดใหญ่ แต่ยังสามารถมอบรายละเอียดเล็กๆ ที่เป็นส่วนตัวและใส่ใจเฉพาะบุคคลได้ในระดับเดียวกับโรงแรมขนาดเล็กและมีความเป็นส่วนตัวสูง
ฮ่องกงไม่ได้เป็นเพียงเมืองเดียวที่ติดอันดับสูงสุด โดย Capella Bangkok ขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 2 ขณะที่ Four Seasons Bangkok at Chao Phraya River อยู่ในอันดับ 3 ทั้งนี้ มีโรงแรมจากเอเชียติดอันดับ 50 อันดับแรกทั้งหมด 18 แห่ง ซึ่งรวมถึง Mandarin Oriental Qianmen ในกรุงปักกิ่ง อันดับ 7, The Upper House Hong Kong อันดับ 8, Mandarin Oriental Bangkok อันดับ 10 และ Aman Tokyo อันดับ 11

❇️นอกจากนี้ ใน 50 อันดับนี้ ยังมีโรงแรมไทยติดทำเนียบอีก 1 แห่งด้วยกัน คือ Aman Nai Lert Bangkok ในอันดับที่ 48
สำหรับ 10 อันดับแรก มีดังต่อไปนี้
1. Rose Wood Hongkong - ฮ่องกง
2. Capella Bangkok - กรุงเทพฯ
3. Four Seasons Bangkok at Chao Phraya River – กรุงเทพฯ
4. Atlantis The Royal - ดูไบ
5. Passalacqua - Lake Como
6. Rosewood São Paulo - São Paulo
7. Mandarin Oriental Qianmen – Beijing
8. Upper House Hong Kong – ฮ่องกง
9. Chablé Yucatán – Chocholá
10. Mandarin Oriental Bangkok – กรุงเทพ

ปล: ไปมาแล้ว ..หลายครั้ง ของ เขาดีจริง“ โรงแรมไทย” ที่ได้ รับ รางวัล . ชื่นชม จากใจจริงๆ 🙏

กดอ่านเพิ่ม:
https://forbesthailand.com/newstravelglobal/4-thai-hotels-in-50-best-hotels-2026
Cr:Forbes Thailand Magazine

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
12/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

✴️จริต ❗️คนไม่เหมือนกัน ! ชอบน้อยสุด .. อาจดีสุด ! “ คนโรงแรม”

“3 แผนกที่คนโรงแรมอยากทำงานมากที่สุด” ตามมุมมอง และผลสำรวจ การสมัคร งาน ของฝ่าย HR และ สถิติ การสัมภาษณ์.งาน …

1. 🥇 Front Office — Career Path ชัด
2. 🥈 F&B — รายได้รวม + Tips/Service Charge+ มี Skill ติดต้ว+ เติบโต ตามฝีมือ

3. 🥉 Sales & Marketing -ฝ่ายขาย&การตลาด มี Connection ติดตัว + นายหน้า-Freelancers

🥇 1. Front Office — แผนกต้อนรับ

❇️เหตุผล

* ได้พบลูกค้าและผู้คนหลากหลาย
* ได้ใช้ภาษาและพัฒนาทักษะการสื่อสาร
* มีโอกาสเติบโตเป็น Supervisor → Manager → GM
* ได้รู้ภาพรวมการทำงานของโรงแรมค่อนข้างมาก
* สำหรับคนที่ชอบเข้าสังคม งานไม่น่าเบื่อ
* ความต้องการตลาดสูง เพราะโรงแรม สมัยใหม่ แบบ Budget Hotel จะรับ พนักงานที่โต จากสายนี้ เยอะ เช่น เป็น Hotel Manger เพราะไม่ เน้น Outlet ขายแค่ ห้องพัก เช่น B2 , HOP INN …
❇️เปลียน หน้างาน ได้ หลากหลาย เช่น Air hostess- Steward - Customer service- งานต้อนรับใน บริษัทเอกชน .ใหญ่ๆ

✅ข้อดีที่คนชอบ: Career Path ชัด + ได้พัฒนาตัวเองเร็ว

🥈 2. Food & Beverage — อาหารและเครื่องดื่ม
2.1 FB Service - ส่วนบริการ
❇️เหตุผล

* มีหลายสายให้เลือก เช่น Restaurant, Bar, Banquet, Room Service
* ได้พบลูกค้าและสร้างประสบการณ์โดยตรง
* มีโอกาสได้ Service Charge + Tips ในหลายโรงแรม
* คนที่ชอบงานเร็วและมีความท้าทายจะรู้สึกว่าสนุก
* สามารถต่อยอดไปเป็น F&B Manager / Director / GMได้

✅ข้อดีที่คนชอบ: รายได้รวม + ความหลากหลายของงาน

2.2 Kitchen -ครัว

❇️เหตุผล

* เป็นสายอาชีพที่มี Skill เฉพาะทาง ชัดเจน
* ฝีมือดีสามารถต่อยอดไปโรงแรม/ร้านอาหารระดับสูงได้
* มีเส้นทางอาชีพชัดจาก Commis → CDP → Sous Chef → Executive Chef
* คนที่รักการทำอาหารมักมี Passion สูง
* ไม่จำเป็นต้องพบลูกค้าตลอดเวลาเหมือน Front Office
✳️เปิดร้าน เป็นของตัวเองได้ เช่น Bakery หรือร้าน อาหารที่ถนัด - หรือ เป็นที่ปรึกษา - อาจารย์สอน หรือ เป็นกรรม การตัดสิน การแข่งขัน ประกวดการทำ อาหาร เรียกว่า .มีความต้องการ ตลาดสูง ..

✅ข้อดีที่คนชอบ: มีวิชาชีพติดตัว และฝีมือสามารถพาไปได้ไกล

3. แผนกการขายและการตลาด (Sales & Marketing)

👉ผลตอบแทนและสวัสดิการสูง: มีฐานเงินเดือนที่ดี และมักจะมีค่าคอมมิชชัน (Commission) ตามยอดขายห้องพักหรืองานจัดเลี้ยงที่ทำได้
เวลาทำงานเป็นระบบ: มักทำงานเวลาทำการปกติ (Office Hours) จันทร์-ศุกร์ ไม่ต้องเข้ากะเหมือนแผนกปฏิบัติการอื่นๆ ทำให้บริหารเวลาชีวิต (Work-Life Balance) ได้ง่ายกว่า
✳️สร้างคอนเนกชันกว้างขวาง: ได้ติดต่อกับบริษัท เอเจนต์ท่องเที่ยว และลูกค้าองค์กรระดับสูง เป็นการสะสมคอนเนกชันที่ดีต่อสายอาชีพในอนาคต- ทีปรึกษาการขายได้ - เป็น นายหน้า ขาย Affiliates partner …

❇️ ข้อมูลส่วนหนึ่ง จาก สถาบันการศึกษา ที่มีหลักสูตร การเรียน การสอน สาขาวิชาการ ท่องท่องเที่ยว และ การโรงแรม…
👨‍🍳สาขา วิชาการ ด้านงานครัว
จัดเป็นสายวิชา ที่มี นักศึกษา ลงทะเบียน เรียนสูงสุด ..เป็นที่นิยม ของเด็ก GEN. Z ตามกระแส social ที่มี เวทีต่างๆให้แสดง - แข่งขัน ..

Note: ส่วนแผนกอื่นๆ อาจ มีคนสนใจ แต่ ตำแหน่งจำกัด - แข่งขันสูง - รายได้ ไมตอบโจทย์ - อื่นๆ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนฉรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr
07/09/2026

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr

✝️ความเจ็บปวด! ที่ต้องแลก คุ้มไหม❗️“คนโรงแรม” Work life balance มีอยู่จริงเหรอ …

💰วงการนี้ ” กิเลส ตัญหา“ เกาะกิน จิตใจคน ..วางแผนชีวิตให้ดี มีสติ..

👉ความไม่มีโรค . เป็นลาภ อันประเสริฐ อาจ ไม่ใช่ .. สำหรับเรา
👉แต่ความจน..มันน่ากลัว กว่า!
👉หลายคน ทำงาน จนลืมว่า ..การใช้ชีวิต ..แบบ lifestyle เป็นไง!
👉หลาย คน ลืม โรคภัย เป็นไง เมื่อ เห็นเงิน ก้อนโต ..ผลประโยนช์..

😇สุดท้ายอาจ“ ตุย“ ก่อนได้ ใช้เงิน

🏥คำตอบ ..ดีที่ยังมีชีวิต ได้ทำงาน ใช้ สิทธิ ของบริษัท .. กลับกัน เมื่อเรา พิการ..เกษียณอายุล่ะ ..❗️

💟ลำดับปัญหาสุขภาพที่พบมากที่สุดในกลุ่มคนทำงานโรงแรม..

1. โรคกระเพาะอาหาร / กรดไหลย้อน..

💢เหตุผล: ทำงานไม่เป็นเวลา เข้ากะเช้า-บ่าย-ดึก ส่งผลให้เวลารับประทานอาหารคลาดเคลื่อน วันที่แขกเข้าพักเยอะ (Occupancy สูง) หรือช่วง Rush Hour มักจะต้องผัดวันประกันพละในการกินข้าว หรือต้องรีบกินอย่างรวดเร็ว

2. โรคปวดศีรษะไมเกรน / โรคเครียด..

💢เหตุผล: ต้องรับแรงกดดันจากทั้งลูกค้า (Service Mind) และเป้าหมายขององค์กร ต้องมีสติปัญญาและอารมณ์ที่รองรับข้อร้องเรียน (Complaints) อยู่ตลอดเวลา รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เป็นจังหวะตามนาฬิกาชีวิตปกติ

3. โรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (เช่น ออฟฟิศซินโดรม, ปวดหลัง, ปวดขา/ข้อ)

💢เหตุผล: ฝ่ายปฏิบัติการ (Housekeeping, F&B, Front Office) ต้องยืน เดิน หรือยกของหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน ส่วนฝ่ายบริหารหรือสนับสนุนต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

4. โรคความดันโลหิตสูง

💢เหตุผล: สะสมมาจากความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากการเข้ากะ และพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลในระหว่างการทำงาน

5. โรคซึมเศร้า / ภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome)

💢เหตุผล: เกิดจาก Emotional Labor หรือการต้องเก็บกดอารมณ์และยิ้มรับสถานการณ์ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับเวลางานที่ไม่ตรงกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง ทำให้ขาดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมปกติในระยะยาว
..
💥โลกสวยงามเสมอ…ในวันที่เราสุขภาพดี ..มีงานทำ .. มีสวัสดิการ..และตราบที่เรา..ใส่ชุด ยูนิฟอร์ม. มีป้ายติดหน้าอก….

Note: เพื่อนๆ วางแผนสุขภาพ ด้วย นะค่ะ หรือ บอกว่า โรคที่น่ากลัวที่สุด คือ..“ โรค ทรัพย์จาง” 🙏
Cr: ภาพประกอบ

https://www.facebook.com/share/1AsNMT73LR/?mibextid=wwXIfr #จุดจบคนโรงแรม #ตามติดชีวิตคนโรงแรม

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Food and Beverage Management Association, Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์

ประเภท