03/04/2026
🔥 เจาะลึก "ฮีทสโตรก" (Heatstroke) ภัยเงียบที่ปิดสวิตช์ร่างกาย
ฮีทสโตรก ไม่ใช่แค่การเป็นลมธรรมดา แต่คือภาวะที่ร่างกาย "ระบบระบายความร้อนพังทลาย" เมื่อต้องเผชิญกับอากาศที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน ทำให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายพุ่งสูงเกิน 40°C จนส่งผลให้เซลล์ อวัยวะภายใน และสมองทำงานล้มเหลวครับ
🚩 สัญญาณเตือนขีดสุด (Red Flags) ที่ห้ามมองข้าม
อาการของฮีทสโตรกมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากพบอาการเหล่านี้ ต้องรีบจัดการทันที:
ไม่มีเหงื่อออก: นี่คือจุดสังเกตที่สำคัญที่สุด! แม้อากาศจะร้อนจัด แต่ร่างกายกลับไม่มีเหงื่อออกมาเลย เพราะระบบระบายความร้อนล้มเหลวไปแล้ว
ตัวร้อนจัด ผิวหนังแดงและแห้ง: สัมผัสตัวจะรู้สึกร้อนจี๋ (อุณหภูมิ > 40°C)
ระบบประสาทผิดปกติ: มีอาการสับสน กระสับกระส่าย พูดจาไม่รู้เรื่อง มึนงง หรือเดินเซ
หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบถี่: ร่างกายพยายามสูบฉีดเลือดอย่างหนักเพื่อระบายความร้อน
ปวดศีรษะตุบๆ คลื่นไส้ อาเจียน และอาจหมดสติในที่สุด
👥 ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ?
ผู้สูงอายุ และ เด็กเล็ก: ร่างกายปรับตัวต่อความร้อนได้ช้ากว่าคนวัยหนุ่มสาว
ผู้มีโรคประจำตัว: เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือผู้ที่ต้องทานยาบางชนิดที่ส่งผลต่อการระบายความร้อน (เช่น ยาขับปัสสาวะ)
ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง: เช่น กรรมกรก่อสร้าง เกษตรกร นักวิ่งมาราธอน ทหารเกณฑ์
ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและปรับตัวกับความร้อนได้แย่ลง
🚑 นาทีชีวิต! การปฐมพยาบาลเมื่อพบผู้ป่วยฮีทสโตรก
เป้าหมายหลักคือ "ลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด"
พาเข้าที่ร่ม: รีบนำผู้ป่วยหลบแดด เข้าที่ร่ม หรือห้องแอร์ทันที
จัดท่านอน: ให้นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
คลายความร้อน: ถอดเสื้อผ้าที่รัดแน่นออกให้หมด
ลดอุณหภูมิร่างกายด่วน: ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น (หรือน้ำแข็ง) ประคบตามซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ พร้อมกับใช้พัดลมเป่าเพื่อช่วยระบายความร้อน
โทร 1669 ทันที: รีบติดต่อสายด่วนฉุกเฉินเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
ข้อควรระวัง: ห้าม กรอกน้ำเข้าปากหากผู้ป่วยหมดสติ หรือสำลัก เพราะอาจทำให้เศษอาหารหรือน้ำหลุดเข้าปอดและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ข้อมูลโดย ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร
#ฮีทสโตรก