รับ ออกแบบ เขียนแบบ คำนวณโครงสร้างอาคารทุกประเภทโดยทีมงานมืออาชีพ Planxakas

รับ ออกแบบ เขียนแบบ คำนวณโครงสร้างอาคารทุกประเภทโดยทีมงานมืออาชีพ Planxakas รับ ออกแบบ รับ เขียนแบบ คำนวณโครงสร้าง อาคารทุกประเภทโดยทีมงานมืออาชีพติดต่อ m.me/Planxakas

งานก่อสร้างห้องพัก ช่วงเก็บรายละเอียด
01/12/2025

งานก่อสร้างห้องพัก ช่วงเก็บรายละเอียด

13/11/2020
13/11/2020

Planxakas เติมเต็มความสุข ทุกตารางนิ้ว

☑️ บริการรับเหมาต่อเติม ซ่อมแซม บ้าน

☑️ บริการรับ ออกแบบ รับ เขียนแบบ บ้าน สร้างบ้าน บนที่ดินของท่าน

☑️ รับ ออกแบบ รับ เขียนแบบ แพลนโรงงาน โรงแรม โครงการหมู่บ้าน รีสอร์ท อพาร์ทเม้นท์ งานโครงสร้าง คำนวณโครงสร้าง อาคารทุกประเภท

☑️ ผลงานโดยทีมงานมืออาชีพ ประสบการณ์ มากกว่า 30 ปี
การันตีด้วยผลงานคุณภาพ

☑️ รับประกันงานซ่อม 1 ปี

คุณมี Plan กำลังจะสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ซ่อมแซมบ้านอยู่หรือเปล่า?
กำลังหาทีมช่างมืออาชีพ มากประสบการณ์ด้านการรับ ออกแบบ รับ เขียนแบบอยู่ใช่ไหม?

หมดกังวลกับปัญหากวนใจเรื่องบ้าน
เชิญปรึกษาทีมงานคุณภาพจาก Planxakas

ทีมงาน Planxakas ของเรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าที่น่ารักของเรา กับผลงานที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้พื้นที่แห่งความสุขของคุณ ด้วยจุดเริ่มต้นของสิ่งดีๆ มากมาย ที่จะสร้างความประทับใจให้กับคุณตราบนานเท่านาน

ด้วยพันธสัญญา Planxakas เราสรรสร้างสังคมคุณภาพกับบ้านที่เปี่ยมไปด้วยดีไซน์ และความทันสมัยโดยคำนึงถึงการใช้งานจริงทุกพื้นที่ พร้อมการพักผ่อนในวันสบายๆ ออกแบบแพลนบ้านให้สอดคล้องกับการใช้งานของคุณ ทำให้ทุกพื้นที่ภายในบ้านของคุณมีแต่ความคุ้มค่าให้มากที่สุด ด้วยการผสานวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่จะทำให้บ้าน เป็นบ้านที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

สนใจติดต่อสอบถาม รับ ออกแบบ รับ เขียนแบบ รับสร้างบ้าน รับงานออกแบบบ้าน คำนวณโครงสร้าง อาคารทุกประเภทโดยทีมงานวิศวกร ประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ได้ที่ คุณชัยชนะ บุญเกื้อสงค์
ID Line : boon.chaichana
Tel: 063-9935-424
Tel: 090-3071-735
E-mail : [email protected]
https://planxakas.weebly.com
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-บ้านพักอาศัย ทุกรูปแบบ
-อาคารสำนักงาน ,อาคาร 1-4 ชั้น,อาคารสูง
-โรงงาน โกดัง คลังสินค้า ลานจอดรถ และอาคารทุกประเภท
-ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง-BOQ
-งานโครงการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-แปลนบ้าน
-แปลนก่อสร้าง
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-โครงการอาคาร โกดัง โรงงาน คลังสินค้า และอาคารทุกประเภท
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-งานโครงสร้างอาคารต่างๆ
-รับทำรายการคำนวณโครงสร้าง พร้อมเซ็นต์ขออนุญาต
-รับเซ็นต์วิศวกรควบคุม

13/11/2020

การออกแบบบ้าน
บ้าน ควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัย และความเป็นมนุษย์คือการได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ได้สัมผัสธรรมชาติ และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ในการออกแบบบ้านสิ่งที่สำคัญในการนำมาพิจารณา ก็มีอยู่หลายประการ ดังนี้

1. การจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน การจัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนสามารถลดปัญหาขัดแย้งภายในบ้านได้เช่น การฟังเพลง การดูโทรทัศน์ การทำการบ้าน การนอน การทานอาหาร การทำครัว การสังสรรค์ หรือประหยัดพลังงานเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศ หรือป้องกันเสียง และกลิ่นรบกวน หรือป้องกันยุง

2. แสงธรรมชาติ การจัดให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงธรรมชาติ ช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศที่น่า แสงธรรมชาติควรจะมาจาก ส่วนบนของห้อง จะทำให้การกระจายแสงดี และแสงไม่จ้า ดังนั้น สีของเพดานจึงควรจะเป็นสีออกสว่าง ส่วนสีผนัง หากใช้สีสว่างเกินไปจะจ้า จึงควรคล้ำลงบ้าง

3. การระบายอากาศ ห้องที่ควรจะใช้หลักการระบายอากาศตามธรรมชาติ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องพักผ่อน เป็นต้น

4. การปรับอากาศ ห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด ใช้เครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่ ห้องนอนจึงต้องออกแบบให้มีสภาพของห้องเย็น คือมีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี จึงจะใช้เครื่องปรับอากาศเล็กนิดเดียว แล้วจะได้ไม่เปลืองไฟ ตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่นำความร้อนกลับเข้ามา ส่วนของเครื่องเป่าลมเย็น จะต้องไม่เป่าโดนตัวให้การกระจายลมดี และทำความสะอาดได้ง่าย

5. การป้องกันเสียง เสียงรบกวนมักจะมาจาก เสียงรบกวนจากข้างบ้าน จากถนน กิจกรรมในบ้าน เครื่องระบายความร้อน ห้องน้ำ ดังนั้น จึงควรป้องกันเสียงจากที่ต่างๆนี้ เช่น การใช้หน้าต่าง ที่ไม่เปิดรับเสียงรบกวนจากภายนอกโดยตรง, การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานให้เป็นสัดส่วน, การกั้นผนังห้องน้ำยันพื้นเพดาน และใช้ประตูทึบ, การกั้นผนังห้อง การตั้งเครื่องระบายความร้อน ไม่ให้เสียงรบกวนบ้านของตัวเอง และบ้านของคนอื่น

คุณลักษณะของบ้านที่ดี

บ้าน ที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร? คำถามนี้สำหรับบางคนอาจจะตอบได้อย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องคิดเลยว่าบ้านที่ ดีควรจะเป็น บ้านที่มี ขนาดใหญ่โต ออกแบบไว้อย่างหรูหรา และมีราคาแพง อันที่จริงคำตอบเช่นนี้ก็คงมีส่วนถูกอยู่บ้างสำหรับบางมุมมองหรือ สำหรับบางคน แต่คงไม่ถูกต้องเสมอไปสำหรับทุกคน เพราะบ้านหลังใหญ่ก็ย่อมจะมีปัญหาด้านการดูแลรักษาเป็นธรรมดา บ้านที่หรูหราเกินไปอาจจะไม่ตรงกับรสนิยมของบางคน ซ้ำร้ายยังอาจเป็นเครื่องล่อตาล่อใจบรรดาโจรขโมยได้เป็นอย่างดี

ส่วนบ้านที่มีราคาแพง ก็อาจจะเกิดจากผู้ขาย หรือผู้รับเหมาต้องการกำไรสูงๆ มากกว่าการที่จะได้บ้านดีสมราคาก็เป็นไปได้เช่นกัน ถ้าเช่นนั้นแล้วบ้านที่ดีควรจะเป็นอย่างไร บ้านแบบไหนจึงจะเรียกได้ว่าเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุก ๆ คนโดยไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เรามาลองพิจารณา ถึงคุณลักษณะของบ้านที่คิดว่าน่าจะเป็นบ้านที่ดีสำหรับทุกคน แล้วลองถามตนเองดูว่าเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ บ้านที่ดีจะต้องประกอบด้วย คุณลักษณะพื้นฐานอย่างน้อย 4 ประการ ดังต่อไปนี้

1. มีความสวยงามเรียบร้อย

2. มีความมั่นคงแข็งแรง

3. ให้ประโยชน์ใช้สอยได้ดี

4. บำรุงรักษาง่าย

จากคุณลักษณะทั้ง 4 ประการดังกล่าว จะเห็นได้ว่าบ้านที่ดีอย่างน้อยควรมีลักษณะที่สอดคล้องกับ ความต้องการพื้นฐานของคน ทั่วๆ ไป กล่าวคือ สามารถให้ความสุข และความสะดวกสบายแก่ผู้อยู่อาศัยโดยมิได้ขึ้นกับ ขนาด ความหรูหราหรือราคาเท่านั้น เพราะสิ่ง เหล่านี้ ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะก่อให้เกิดความสุข และความพอใจแก่ผู้อยู่อาศัยได้เสมอไป และการที่คุณลักษณะของบ้านที่ดีทั้ง 4 ประการนี้ จะเกิดขึ้นได้นั้นย่อมต้องเริ่มจากขั้นตอนการปลูกสร้างบ้านอย่างมีคุณภาพแล้วทำอย่างไรจึงจะสามารถสร้างบ้านที่มีคุณภาพเพื่อให้ ได้บ้าน ที่ดีตามคุณลักษณะข้างต้นได้ เรามาลองพิจารณาถึงองค์ประกอบที่สำคัญอันจะส่งผลต่อคุณภาพของบ้านในหัวข้อต่อไป

องค์ประกอบที่มีผลต่อคุณภาพของบ้าน

คุณภาพของบ้านจะต้องเกิดจากองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการดังนี้

1. การออกแบบ

การออกแบบถือเป็นจุดเริ่มต้น และเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบ้าน เพราะแบบบ้านจะเป็นสิ่งที่ระบุถึงรูปร่างหน้าตา และขนาด ของบ้าน โครงสร้างตั้งแต่การลงเสาเข็มรวมทั้งการวางเสา และคาน ตลอดจนถึงการกำหนดข้อมูลจำเพาะต่าง ๆ (specification) และวัสดุที่จะนำมาใช้ การสร้างบ้านจะต้องยึดถือข้อกำหนด และรายละเอียดต่างๆ ที่ปรากฎในแบบเป็นพื้นฐาน ถ้าการออกแบบไม่ดีหรือการให้ข้อกำหนดในแบบผิดพลาด บ้านที่ออกมาก็จะผิดพลาดตามแบบไปด้วย

เช่น การกำหนดเหล็กเส้นผิดขนาด การกำหนดเสาเข็มผิด ขนาด การออกแบบเสา และคานที่ไม่สัมพันธ์กับ การรับน้ำหนัก เป็นต้น ข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวบ้านได้ ทั้งในด้านของรูปแบบ โครงสร้าง และความแข็งแรง อีกทั้งการแก้ไขในภายหลังก็อาจกระทำได้ลำบาก จึงควรมีการศึกษาแบบบ้านให้รอบ คอบก่อน การสร้างบ้าน หรืออย่างน้อยก็ควรจะใช้ แบบบ้านของผู้ออกแบบ ที่ผลงานมีมาตรฐาน และได้รับความเชื่อถือใน การสร้างบ้านมาก่อน

2. การเลือกใช้วัสดุ

วัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านนับว่ามีความสำคัญต่อตัวบ้านควบคู่กันกับการออกแบบบ้านเลยทีเดียว เพราะในแบบบ้านแต่ละ ฉบับจะมีการระบุถึงวัสดุที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว ยกเว้นเพียงวัสดุในแง่ของความสวยงามบางอย่างเท่านั้นซึ่งอาจละไว้ให้เจ้าของบ้าน ระบุเพิ่มเติมเองในภายหลัง วัสดุที่ใช้จะมีผลต่อคุณภาพของบ้านโดยตรง ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพย่อมส่งผลให้บ้านนั้นมีความมั่นคงแข็งแรง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ต้องซ่อมแซมกับบ่อย ๆ ในภายหลัง

โดยเฉพาะวัสดุที่ต้องติดตรึงเข้ากับตัวอาคาร หรือเป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคาร หรือสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยากในภายหลัง ควรจะมีการศึกษา และพิจารณากันเป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น การเลือกชนิดของท่อน้ำประปา ท่อร้อยสายไฟ บ้านพับประตู ลูกบิดประตู วัสดุทำหลังคา และฝ้าเพดาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ถ้าเจ้าของบ้านมี โอกาสได้ศึกษาหาข้อมูล และมีโอกาสได้เลือกหรือมีส่วนร่วมในการกำหนดก็จะเป็นประโยชน์มาก เพราะจะช่วยให้บ้านที่ปลูกนั้นให้ประโยชน์ใช้สอยได้เต็มที่ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย อีกทั้งมีอายุการใช้งานที่ยาวนานด้วย

3. ขั้นตอน และกรรมวิธีการปลูกสร้าง

ขั้นตอนและกรรมวิธีการปลูกสร้างนับเป็นเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งซึ่งหลายคนอาจมองข้ามหรือไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ ควรเพราะคิดว่า ทุกอย่างถ้าทำตามแบบก็น่าจะเพียงพอแล้ว อันที่จริงแม้ว่าบ้านจะออกแบบไว้ดีเพียงใดหรือเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีขนาดไหนก็ตาม ถ้าขั้นตอนหรือกรรมวิธีการปลูกสร้างทำได้ไม่ถูกต้องก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียอย่างรุนแรงต่อบ้านหลังนั้นได้ เช่น การผสมคอนกรีต ไม่ถูกส่วน การเชื่อมรอยต่อของเหล็กโครงหลังคาไม่แน่นหนา การให้พื้นรับน้ำหนักขณะที่คอนกรีตที่ใช้เทพื้นยังแข็งตัวไม่เต็มที่ การทาสี โดยไม่ทำความสะอาดพื้นผิวเสียก่อน ฯลฯ



เหล่านี้ล้วนมีผลต่อคุณภาพของบ้านทั้งสิ้นทั้งในแง่ของการใช้งาน และความสวยงามการป้องกันปัญหาเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นเลยนั้นมักกระทำได้ยาก เพราะต้องอาศัยการควบคุมดูแลจากหลายฝ่ายอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง เป็นระยะเวลายาวนาน นับตั้งแต่เริ่มปลูกบ้านจนกระทั่งแล้วเสร็จ แต่การลดปัญหาดังกล่าวก็อาจทำได้โดยการเลือกผู้รับเหมาที่มีความชำนาญงาน และไว้ใจได้ ในขณะเดียวกันเจ้าของบ้านก็ควรศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้บ้างหรืออย่างน้อยก็ควรจะสละเวลาไปตรวจสอบดูแลการปลูกสร้างบ้าน สิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะก่อให้เกิดความลำบาก และเสียเวลาบ้างในช่วงแรก แต่ถ้าได้บ้านที่เรียบร้อยและมีคุณภาพตามที่คาดหวังไว้แล้วผู้อยู่อาศัยก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุขไปได้อีกนานเท่านาน

4. ฝีมือช่าง

บ้านที่ปลูกสร้างได้อย่างสวยงามมีความประณีตเรียบร้อยย่อมจะเป็นที่ตรึงตาตรึงใจแก่ผู้พบเห็นหรือผู้มาเยือน และสร้างความสุข ความภูมิใจใ ห้แก่เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัย การสร้างบ้านแต่ละหลังจำเป็นต้องใช้ความรู้ทั้งทางด้านเทคนิค และศิลปะควบคู่กันไป หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ต้องมีทั้งศาสตร์ และศิลป์ผสมผสานอยู่ด้วยกัน บ้านที่ขาดประณีตศิลป์ ในการปลูกสร้าง อาทิ การปูกระเบื้อง ที่ไม่ได้แนว หรือเว้นห้องห่างเกินไป การก่อผนังที่ไม่ได้ฉากหรือผนัง มีลักษณะเป็นคลื่นเป็นลอน การทำร่องประตู หรือหน้าต่างใหญ่เกินไป การติดตั้ง ดวงโคมเอียง หรือไม่ได้แนว เป็นต้น จริงอยู่ถึง แม้ว่าสิ่งเหล่านี้ จะยังคงสามารถ ใช้งานได้ แต่บ้านที่ได้ก็ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็น บ้านที่สมบูรณ์เรียบร้อย ทำให้เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัย อาจจะยังมีความขัดข้องใจแฝงอยู่

การป้องกันปัญหาเหล่านี้เจ้าของบ้านสามารถทำได้โดยการหาโอกาสศึกษาจากตัวอย่างบ้านที่ปลูกเสร็จแล้วหลาย ๆ หลังแล้ว นำมา เปรียบเทียบกัน และปรึกษากับผู้รับเหมาถึงรายละเอียดต่างๆในจุดที่ต้องการ เพื่อให้การปลูกสร้างบ้านกระทำอย่างระมัดระวังยิ่ง ขึ้นซึ่งจะช่วยแก้ หรือลดปัญหาเหล่านี้ได้ ถ้าปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงคิดแก้ไขภายหลังก็อาจจะเหลือวิธีแก้ปัญหาเพียงวิธีเดียว เท่านั้นนั่น คือ การทำใจให้ยอมรับสภาพบกพร่องที่เกิดขึ้น

ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้ก็เพื่อเป็นแนวทางให้ได้ทราบว่า บ้านที่ดีหรือบ้านที่มีคุณภาพดีควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร บ้านที่ดีเกิดจาก องค์ประกอบ อะไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านหรือผู้อ่านมองเห็นภาพของการปลูกสร้างบ้านได้กว้างขึ้น และเพื่อเป็นแนวทาง พิจารณาถึง ความต้องการ ของแต่ละคนว่าต้องการจะได้บ้านอย่างไร และทำอย่างไรจึงจะได้ผลตามที่ต้องการนั้น เพราะการปลูกบ้าน หรือ ซื้อบ้าน แต่ละหลังอาจจะหมายถึง การใช้เงินทองที่เก็บสะสม มาทั้งชีวิต และบ้านก็อาจเป็นถาวรวัตถุอันมีค่าที่จะอยู่กับเราไปตราบ ชั่วชีวิต ฉะนั้นการเตรียมการให้พร้อม และเข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ เท่าที่โอกาสจะอำนวยย่อมจะช่วยให้บ้านอันมี ค่าเสร็จสมบูรณ์ และได้ผลดังใจปรารถนา
ขอขอบคุณบทความจาก :
Credit: www.tmmhome.com

ติดต่อสอบถามได้ที่
https://planxakas.weebly.com
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-บ้านพักอาศัย ทุกรูปแบบ
-อาคารสำนักงาน ,อาคาร 1-4 ชั้น,อาคารสูง
-โรงงาน โกดัง คลังสินค้า ลานจอดรถ และอาคารทุกประเภท
-ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง-BOQ
-งานโครงการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-แปลนบ้าน
-แปลนก่อสร้าง
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-โครงการอาคาร โกดัง โรงงาน คลังสินค้า และอาคารทุกประเภท
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-งานโครงสร้างอาคารต่างๆ
-รับทำรายการคำนวณโครงสร้าง พร้อมเซ็นต์ขออนุญาต
-รับเซ็นต์วิศวกรควบคุม

ความสำคัญของการเขียนแบบก่อสร้าง การสร้างอาคารบ้านเรือนในปัจจุบัน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีแบบแปลนของอาคารเพื่อเป็น...
13/11/2020

ความสำคัญของการเขียนแบบก่อสร้าง
การสร้างอาคารบ้านเรือนในปัจจุบัน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีแบบแปลนของอาคารเพื่อเป็นแบบที่ใช้ในการก่อสร้าง การกำหนดพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ เช่น พื้นที่รับแขกห้องนอน ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องพระ พื้นที่รับประทานอาหาร ตลอดจนบริเวณเฉลียงชานซักล้าง โรงรถและอื่น ๆ ต้องจัดวางตำแหน่งให้มีความสัมพันธ์กัน การก่อสร้างในสมัยก่อนนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องเขียนแบบ เพียงแจ้งความประสงค์ว่าต้องการอย่างไร ห้องนอนกี่ห้อง เสากี่ต้นเช่น เสา 9 ต้น 12 ต้น 15 ต้นหรือมากกว่านั้น สามารถนำมาเป็นแบบในการก่อสร้างได้ ในปัจจุบัน ความต้องการที่อยู่อาศัยสูงมาก เนื่องจากผู้คนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการก่อสร้างที่อยู่อาศัย จึงยังเป็นปัจจัยหลักของผู้คน อาคารที่สร้างในเขตเทศบาล ไม่ว่าเขตกรุงเทพมหานคร ฯ หรือเขตเทศบาลเมืองทั่วประเทศ จะต้องให้ผู้ที่มี่ส่วนเกี่ยวข้องออกแบบเขียนแบบ เพื่อยื่นความจำนงต่อเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในเขตเทศบาลนั้น ๆ แบบแปลนจะได้รับการตรวจสอบจากนายช่างประจำเขต สถาปนิก วิศวกร ผู้อำนวยการกองช่าง เทศมนตรีฝ่ายโยธา สุดท้ายที่เกี่ยวข้องคือนายกเทศมนตรี แบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น จึงจะสามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างได้ จังหวัดใด ที่มีพื้นที่และประชากรเป็นจำนวนมาก จะมีหน่วยงานโยธาจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ เกี่ยวกับการก่อสร้างนอกเขตเทศบาล ช่างสุขาภิบาลจะรับผิดชอบพื้นที่การก่อสร้างในเขตสุขาภิบาลต่าง ๆ
ผู้รับผิดชอบงานเขียนแบบก่อสร้างแบ่งได้เป็น 3 ฝ่าย คือ
1. สถาปนิก (Architect) หมายถึง “นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง“
มีหน้าที่เป็นผู้ออกแบบเขียนแบบ กำหนดพื้นที่ใช้สอยของอาคารต่าง ๆ จัดการจราจรภายในอาคารกำหนดความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม ประมาณการการก่อสร้าง ประสานงานกับวิศวกรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่จะทำให้งานออกแบบเขียนแบบสำเร็จลงได้ด้วยดี
2 วิศวกร (Engineer) หมายถึง “นายช่างที่มีความรู้สูงในทางช่างต่าง ๆ เช่น ช่างกล ช่างไฟฟ้า”
นอกจากนั้นยังมีวิศวกรด้านอื่น ๆ เช่นด้านโครงสร้าง โยธา ซึ่งมีหน้าที่ในการออกแบบคำนวณ ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร กำหนดขนาดของโครงสร้างและการเสริมเหล็ก
3 ช่างเขียนแบบ (Draftsman) หมายถึง ช่างที่เป็นผู้ช่วยสถาปนิกหรือวิศวกรในการเขียนแบบก่อสร้าง โดยปกติสถาปนิกมีหน้าที่ในการออกแบบอาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ วิศวกรจะมีงานเกี่ยวกับการคำนวณโครงสร้าง ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร นอกจากนั้นสถาปนิกและวิศวกรยังต้องบริหารงานโครงการก่อสร้างอาคาร จึงไม่ค่อยมีเวลาในการเขียนแบบด้วยตนเอง จึงต้องอาศัยช่างเขียนแบบเป็นผู้เขียนแบบก่อสร้างแทน ดังนั้นช่างเขียนแบบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในงานก่อสร้างอาคาร
ประเภทของแบบก่อสร้าง แบบก่อสร้างสามารถแยกได้ 2 ประเภทดังนี้
1. งานเขียนแบบก่อสร้างทางด้านสถาปัตยกรรม (Architectural Drawing) แบบก่อสร้างทางด้านสถาปัตยกรรม เป็นแบบที่สถาปนิกเป็นผู้กำหนดรูปแบบและโครงสร้างทั่วไป ซึ่งได้รับข้อมูลจากการสำรวจสถานที่ นำรายละเอียดจัดเป็นรูปแบบของพื้นที่ใช้สอย ข้อมูลดังกล่าวได้จากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโครงการว่า มีความต้องการเป็นพื้นฐานอย่างไร สถาปนิกจะเขียนเป็นแบบร่างนำเสนอเจ้าของบ้าน เพื่อร่วมปรึกษาถึงความเหมาะสม จากนั้นจะนำความคิดร่วมกัน เขียนแบบก่อสร้าง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการศึกษาแบบและการอธิบาย การเขียนจะใช้มาตราส่วนย่อ โดยกำหนดมิติที่เป็นความกว้างความยาว หรือทุกส่วนของอาคาร แบบสถาปัตยกรรม จำแนกได้หลายลักษณะ คือ
1). ผังพื้นของอาคารทุกชั้น (Floor Plans) 2. รูปด้าน (Elevation)
3) รูปตัด (Section)
4). รูปขยายรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม (Architectural Details)
5). ผังบริเวณก่อสร้าง (Lay Out Plan)
6). ผังที่ตั้งหรือผังสังเขป (Site Plan)
7). ตารางแสดงรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม (Architectural Schedules)
แบบก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมแต่ละแผ่น กำหนดอักษรย่อกำกับแบบเพื่อได้ทราบลักษณะของแบบแต่ละด้าน โดยใช้ตัวอักษร สถ. (A) ในช่องหมายเลขแบบเช่น สถ.- 1, สถ.-2 หรือ A-1, A-2, A-3 เป็นต้น
2 งานเขียนแบบทางด้านวิศวกรรม (Engineering Drawing) เป็นงานเขียนแบบเพื่อให้มีความสัมพันธ์กับการเขียนแบบก่อสร้างทางด้านสถาปัตยกรรมการกำหนดขนาด รูปร่าง ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เป็นหน้าที่โดยตรงของวิศวกรโยธา หรือ วิศวกรโครงสร้าง นอกจากนั้น ยังมีงานเขียนแบบทางด้านวิศวกรรมสุขาภิบาลและวิศวกรรมไฟฟ้า แบบวิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Drawing) แบบทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างประกอบด้วย
1. ผังฐานราก (Foundation Plans)
2. ผังโครงสร้าง (Framing Plans)
3. รูปขยายรายละเอียดทางวิศวกรรม (Engineering Details)
4. ตารางแสดงรายละเอียดทางวิศวกรรม (Engineering Schedules)
อักษรย่อที่เขียนกำกับ จะใช้ต่างจากการเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม โดยกำหนดอักษรย่อ นำหน้าหมายเลขแบบ วย. (S) เช่น วย.-1, วย.-2 หรือ S-1, S-2 เป็นต้น
แบบวิศวกรรมสุขาภิบาล (Plumbing Drawing) งานเขียนแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่
- ผังการเดินท่อ (Floor Plans)
- แบบแสดงการเดินท่อในแนวดิ่ง (Riser Diagram)
- รูปขยายรายละเอียดระบบท่อ (Piping Diagram)
- ตารางแสดงรายละเอียดระบบท่อ (Piping Schedules)
อักษรย่อใช้กับแบบวิศวกรรมสุขาภิบาล ใช้เขียนนำหน้าหมายเลขแบบ วส. (P) หรือ SN เช่น วส.-1, วส.-2 หรือ P-1, P-2 เป็นต้น
แบบวิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Drawing)
- ผังไฟฟ้า (Electrical Floor Plans)
-ผังไฟฟ้าแสดงตำแหน่งดวงโคมและสวิตช์ (Floor Plan Lighting)
- ผังไฟฟ้าแสดงตำแหน่งเต้ารับอุปกรณ์ไฟฟ้า (Floor Plan Power)
- แผนผังการติดตั้งวงจรไฟฟ้า (Single – line Diagram)
- ตารางแสดงรายละเอียดทางไฟฟ้า (Lighting Schedules)
งานเขียนแบบทางไฟฟ้า จะใช้อักษรย่อนำหน้าหมายเลขแบบ วฟ. (E) เช่น วฟ. –1 วฟ. –2 หรือ E-1, E-2 เป็นต้น
แบบวิศวกรรมเครื่องกลในงานพิเศษ (Mechanical Drawing)
ส่วนมากจะพบกับอาคารก่อสร้างขนาดใหญ่ และมีจำนวนชั้นสูง ๆ ได้แก่อาคารที่กำหนดให้มีลิฟท์เลื่อนขึ้นลง เพื่อส่งผู้โดยสาร มีบันไดเลื่อนเพื่อความสะดวกในการขึ้นและลงระหว่างชั้น หรืออาคารที่มีเครื่องจักรกลพิเศษ ต่างจากแบบอาคารธรรมดา จำเป็นต้องมีวิศวกรเครื่องกลรับรองแบบทุกแผ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การกำหนดอักษรย่อของแบบ จะใช้ตัวอักษร (M) เช่น M-1, M-2 หรือ Mech-1, Mech-2 103.
การเขียนสารบัญแบบก่อสร้าง
แบบแปลนที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารแต่ละชุด ประกอบด้วยจำนวนหลายแผ่น การกำหนดสารบัญแบบก่อสร้าง เป็นส่วนที่มีความสำคัญยิ่ง นอกจากนั้นยังสะดวกต่อการค้นหาแบบแต่ละงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสารบัญแบบ กำหนดหมายเลขแบบเป็น สถ.-1, สถ.-2 หรือ A-1, A-2 หมวดเขียนแบบทางวิศวกรรม ใช้อักษรย่อหมายเลขแบบเป็น วส.-1, วส.-2 หรือ P-1, P-2 หมวดเขียนแบบไฟฟ้าหมายเลขแบบเป็น วฟ.-1, วฟ.-2 หรือ E-1, E-2 เป็นต้น การลำดับหมายเลขแบบ ตามสารบัญแบบก่อสร้าง จะเขียนเรียงตามจำนวนแผ่นของแบบก่อสร้าง ดังนี้
การจัดเรียงแบบก่อสร้างทางสถาปัตยกรรม
1 แบบผังบริเวณก่อสร้าง ผังที่ตั้ง
2 แบบผังพื้นทุกชั้น
3 แบบรูปด้าน
4 แบบรูปตัด
5 แบบรูปขยายรายละเอียดทางวิศวกรรม
การจัดเรียงแบบวิศวกร
6 ผังฐานราก
7 ผังโครงสร้างพื้นแต่ละชั้น
8 ผังโครงสร้างหลังคา
9 แบบขยายรายละเอียดทางวิศวกรรม
10 แบบผังไฟฟ้า
11แบบผังการเดินท่อในอาคาร

ขนาดของกระดาษเขียนแบบ
ขนาดของกระดาษเขียนแบบที่นำเสนอ เป็นการทบทวนความรู้เดิมที่เรียนในวิชาเขียนแบบพื้นฐาน “ขนาดกระดาษที่ต้องใช้ ขึ้นอยู่กับวัตถุที่จะเขียน ดังนั้นกระดาษขนาดเล็กจึงเหมาะสำหรับวัตถุสิ่งของที่เล็ก ๆ กระดาษขนาดใหญ่จึงเหมาะสำหรับส่วนประกอบใหญ่ ๆ หรือสำหรับนำเอาส่วนต่าง ๆ มารวมกัน ความจริงแล้วอุตสาหกรรมทุกขนาด จะใช้กระดาษเขียนแบบหลาย ๆ ขนาด แม้ว่าขนาดจะได้มาตรฐานสำหรับงานแต่ละประเภทก็ตาม”
A0 841 x 1189 มม.
A1 594 x 841 มม.
A2 420 x 594 มม.
A3 297 x 420 มม.
A4 210 x 297 มม.

การวางรูปขอบและเส้นกรอบกระดาษ
การเขียนแบบที่ดีและได้มาตรฐานนั้น ผู้เขียนแบบต้องศึกษาเกี่ยวกับการเตรียมการเขียนโดยเฉพาะการเขียนเส้นกรอบกระดาษ
กระดาษเขียนแบบขนาด A0 และ A1
กรอบควรมีระยะห่างจากขอบกระดาษไม่น้อยกว่า 20 มม.
เส้นกรอบของกระดาษเขียนแบบ ควรเขียนติดต่อกันและเส้นกรอบควรมีความหนาของเส้นไม่น้อยกว่า 0.5 มม.
กรอบบอกชื่อ การเขียนแบบจะต้องมีผู้รับผิดชอบในงานนั้น ๆ เนื่องจากแบบที่เขียนเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้าง หรือใช้ประโยชน์ในงานใดก็ตาม สถาปนิกและวิศวกรเมื่อผลิตผลงานแล้ว จะต้องรับผิดชอบจนกว่าอาคารจะทำการก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่งมอบงานเรียบร้อย ถึงกระนั้นผู้รับผิดชอบทั้งสองฝ่าย ก็ยังต้องรับผิดชอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารต่อไปอีก เพื่อความมั่นใจและสบายใจของเจ้าของบ้าน นอกจากนั้น การกำหนดกรอบบอกชื่อ ยังเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเรื่องการเขียนแบบทางสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง

มิติของกรอบบอกชื่อ
“กรอบบอกชื่อความยาวไม่เกิน 170 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างใช้ตามความเหมาะสมของ กรอบชื่อแบบ“
การเขียนชื่อแบบลงในกระดาษเขียนแบบ
การเขียนแบบสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง การเขียน กรอบบอกชื่อ สามารถนำเขียนได้ทั้งในแนวนอน แนวดิ่ง ความยาวไม่เกิน 170 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างตามความเหมาะสม ดังนั้นการออกแบบจึงพิจารณาตามความเหมาะสม
การใช้เส้นในการเขียนแบบ เส้นที่ใช้ในการเขียนแบบ เพื่อให้เกิดความสวยงาม ประณีต และมีการเน้นเส้นที่ถูกแบบจะเขียนด้วยดินสอหรือปากกาเขียนแบบตามขนาดที่เหมาะสม ด้วยเส้นบาง เส้นหนาและเส้นหนามาก นอกจากนั้นการใช้เส้นจะเขียนตามชนิดและลักษณะของเส้น
การเขียนตารางแสดงรายละเอียดต่าง ๆ การเขียนตารางแสดงรายละเอียดในแบบก่อสร้างมีหลายลักษณะ เพื่อเป็นการรวบรวมและจัดไว้เป็นหมวดหมู่ และสะดวกในการดูแบบ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการรวบรวมลักษณะ ขนาด ชื่อของบริษัทที่จำหน่ายสินค้าและอื่น ๆ ซึ่งประกอบด้วยตารางแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เช่น
1. ตารางแสดงรายละเอียดประตู
2. ตารางแสดงรายละเอียดหน้าต่าง
3. ตารางแสดงรายละเอียดผนัง
4. ตารางแสดงรายละเอียดพื้น
5. ตารางแสดงรายละเอียดฐานราก
6. ตารางแสดงรายละเอียดเสา
7. ตารางแสดงรายละเอียดคานคอดิน คานชั้นต่าง ๆ ตลอดจนคานหลังคา
8. ตารางแสดงรายละเอียดเครื่องสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ห้องน้ำห้องส้วม
9. ตารางแสดงรายละเอียดอื่น ๆ
การเขียนแบบก่อสร้างมีความจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะเขียนแบบที่เป็นภาพทั่วไป ๆ ไปแล้ว เพื่อให้แบบมีรายละเอียดมากขึ้น สามารถอ่านแบบได้ง่ายและเพิ่มความเข้าใจ จึงต้องเขียน ตารางแสดงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณบทความจาก : วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ

ติดต่อสอบถามได้ที่
https://planxakas.weebly.com
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-บ้านพักอาศัย ทุกรูปแบบ
-อาคารสำนักงาน ,อาคาร 1-4 ชั้น,อาคารสูง
-โรงงาน โกดัง คลังสินค้า ลานจอดรถ และอาคารทุกประเภท
-ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง-BOQ
-งานโครงการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-แปลนบ้าน
-แปลนก่อสร้าง
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-โครงการอาคาร โกดัง โรงงาน คลังสินค้า และอาคารทุกประเภท
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-งานโครงสร้างอาคารต่างๆ
-รับทำรายการคำนวณโครงสร้าง พร้อมเซ็นต์ขออนุญาต
-รับเซ็นต์วิศวกรควบคุม

บทความเรื่อง " วิศวกรโครงสร้างที่ดี "โดย ดร.วีระ วีสกุลการก่อสร้างต่างๆ ในปัจจุบันย่อมอาศัยวิศวกรโครงสร้างเป็นผู้ทำการคำ...
13/11/2020

บทความเรื่อง " วิศวกรโครงสร้างที่ดี "

โดย ดร.วีระ วีสกุล

การก่อสร้างต่างๆ ในปัจจุบันย่อมอาศัยวิศวกรโครงสร้างเป็นผู้ทำการคำนวณออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างให้สำเร็จแทบทั้งสิ้น การที่จะเป็นวิศวกรโครงสร้างที่ดีย่อมต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ต่างๆเป็นพื้นฐาน ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นวิศวกรโครงสร้าง และได้ประสพปัญหาต่างๆ มาพอสมควรก็อยากจะถือโอกาสเล่าสู่กันฟังถึงประสบการณ์ต่างๆ เพื่อเป็นข้อคิดแนะนำพาให้วิศวกรรุ่นน้องๆ ได้ประสบผลสำเร็จในอาชีพวิศวกรโครงสร้างนี้

สมัยที่ผู้เขียนเรียนอยู่คณะ วิศว ฯ จุฬา ปีที่ 3 เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เพื่อนๆที่เรียนต่างเลือกเรียนวิศวโครงสร้างเป็นส่วนใหญ่ เพราะพวกเราคิดกันว่า เมื่อจบแล้วคงจะหารายได้พิเศษ เช่น รับออกแบบตึกแถว หรือรับงานจากสถาปนิกมาทำ คิดกันว่าจบแล้วคงจะร่ำรวยดีกว่าจบจากสาขาอื่นๆ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ มีวิศวกรโครงสร้างเพียงส่วนหนึ่งที่สามารถทำได้เช่นนั้น คือมีงานคำนวณโครงสร้างเป็นประจำ หรือบางคนก็สามารถรับงานใหญ่ๆ จนมีชื่อเสียง การที่จะเป็นวิศวกรโครงสร้างที่ดีและประสบผลสำเร็จนั้นอาจจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะของวิศวกรผู้นั้นซึ่งพอจะแยกเป็นหัวข้อได้ดังนี้

1. ความเข้าใจในลักษณะการทำงานของโครงสร้าง
ในข้อนี้วิศวกรโครงสร้างต้องเข้าใจคุณสมบัติโครงสร้าง ( Structural Behaviour) เป็นอย่างดี คือพูดง่ายๆก็จะต้องเก่งวิชา STRUCTURE รู้จักวิธีที่จะคำนวณแรงต่างๆ และจะต้องคิดให้ลึกซึ้งไปอีกขั้นหนึ่งว่า เมื่อแรงออกมาอย่างนี้แล้ว โครงสร้างชนิดนี้มีจุดดีและจุดอ่อนที่ใดบ้าง และสามารถจะนำไปใช้ได้อย่างไร เช่นโครงสร้างที่เป็น TRUSS มีจุดดีที่สามารถทำให้ความลึกของโครงสร้างมาก ก็เหมาะที่จะนำไปใช้กับอาคารที่มีช่วงกว้างไม่มีเสารับ เช่น เหมาะสำหรับหลังคาโรงงาน หรือเหมาะสำหรับไปทำโครงสร้างของสะพานอีกอย่างหนึ่งคืออาคารสูงๆในกรุงเทพฯ ต้องออกแบบเป็น Concrete Frame แทบทั้งหมดเพราะ Concrete Frame สามารถช่วยรับแรงลมและยิ่งเมื่อคิดคำนวณรวมกับกำแพงต่างๆก็สามารถทำให้อาคารมีความแข็งแรงขึ้น และนอกจากนี้ Concrete Frame ยังทำการก่อสร้างได้ง่ายและถูกกว่าโครงสร้างชนิดอื่นๆ วิศวกรโครงสร้างที่ไม่เข้าใจคุณสมบัติของโครงสร้างเพียงพอ อาจจะเลือกใช้โครงสร้างชนิดที่ไม่เหมาะกับสภาพการณ์ และทำให้ราคาก่อสร้างสูงขึ้นโดยไม่มีความจำเป็นก็เห็นได้ง่ายๆว่า เมื่อวิศวกรผู้นั้นทำเช่นนี้เข้าสัก 2-3 ครั้ง ต่อไปก็คงไม่มีใครมาว่าจ้างให้ทำการคำนวณออกแบบอีก

2. ความเข้าใจถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆในการก่อสร้าง
ในข้อนี้วิศวกรโครงสร้างต้องเข้าใจถึงอุปสรรคในการก่อสร้าง และวิธีที่จะเข้าใจได้ดีที่สุดก็คือต้องทำงานอยู่ในงานสนามสักระยะหนึ่ง และในขณะที่อยู่ในงานสนามจะต้องหมั่นสังเกตและสอบถามถึงปัญหาอุปสรรคของการก่อสร้าง นำข้อมูลมาวิจัยเพื่อประกอบในการพิจารณาการคำนวณออกแบบเพื่อนำไปก่อสร้างในงานต่อๆไป ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ ก็คือวิศวกร ไปคุมงานตอกเสาเข็มในบริเวณกรุงเทพมหานคร และหากมีโอกาสได้ทำการทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มก็จะทราบว่าในบริเวณ กทม. หากใช้เสาเข็มคอนกรีตยาว 21 เมตร ตอกถึงชั้นทรายเบื้องล่าง เสาจะรับน้ำหนักได้มาก และการทรุดตัวของเสาเข็มก็มีน้อย หากใช้เสาเข็มสั้นและตอกไม่ถึงชั้นทรายเสาเข็มลอยตัวอยู่แต่ในชั้นดินเหนียว เข็มจะรับน้ำหนักได้น้อยและมีการทรุดตัวมาก ถ้าวิศวกรผู้นั้นหมั่นสังเกต และนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ ก็จะมีข้อสรุปได้ข้อหนึ่งว่าในอาคารหลังเดียวกัน การจะใช้เสาเข็มก็ต้องใช้ชนิดเดียวกัน คือใช้เข็มยาวก็ใช้เข็มยาวทั้งหมด หรือถ้าใช้เข็มสั้นก็สั้นทั้งหมด ถ้าใช้ปนกันทั้งเข็มยาวและเข็มสั้นในอาคารหลังเดียวกันจะทำให้อาคารทรุดไม่เท่ากันและทำให้อาคารร้าวและเกือบจะกล่าวได้ว่าวิศวกรนั้นคงจะต้องเปลี่ยนอาชีพไปทำงานอย่างอื่นในไม่ช้า
ในข้อนี้สรุปได้ง่ายๆ ก็คือปัญหาทั้งหลายในการก่อสร้างวิศวกรต้องเข้าใจและต้องหมั่นจดจำนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการออกแบบให้มากที่สุด

3. ความเข้าใจความต้องการของเจ้าของ
ในข้อนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับวิชาการเท่าใดนัก เพราะส่วนใหญ่เจ้าของก็ไม่มีความเข้าใจในวิชาวิศวกรรมโครงสร้าง แต่คงจะเกี่ยวกับมนุษย์สัมพันธ์และความเข้าใจและความเอาใจใส่ผู้จะมาว่าจ้างมากกว่า วิศวกรที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เช่นสามารถทำงานร่วมกับทีมกับสถาปนิกได้ มีนิสัยดี หรือเข้าใจความต้องการของเจ้าของดีย่อมมีโอกาสที่จะได้รับงานมาทำมาก และเมื่อทำงานมากก็มีความชำนาญ มีโอกาสทำงานใหญ่ขึ้น และมีชื่อเสียงขึ้น
ผู้เขียนเคยได้รับงานคำนวณออกแบบอาคารหลังหนึ่งซึ่งสถาปนิกออกแบบหลังคาเป็นทรงไทย ซึ่งก็มีลักษณะเป็นทรงไทยทั่วๆไป คือหลังคาสูง ใช้กระเบื้องปูนแผ่นเล็กซึ่งหนัก เมื่อหลังคาสูง ก็รับแรงลมมาก ตัวโครงหลังคาก็จำเป็นจะต้องออกแบบอย่างแข็งแรงมาก ในกรณีเช่นนี้ผู้เขียนทดลองคำนวณแบบหยาบๆ คิดเทียบราคากับหลังคาชนิดธรรมดาๆทั่วไป ตัวเลขออกมาแสดงว่าหลังคาทรงไทยมีราคาแพงกว่าหลังคาธรรมดามาก ก็ต้องมีความจำเป็นแสดงตัวเลขให้เจ้าของดูเพื่อการตกลงใจเลือก เมื่อได้ทำเช่นนี้จะได้ประโยชน์หลายประการ เช่น เจ้าของเห็นถึงความเอาใจใส่ของผู้คำนวณออกแบบที่จะช่วยประหยัดเงินให้ ทำให้เจ้าของสามารถรู้ข้อมูลและตัดสินใจได้ในขณะออกแบบ และประการสำคัญก็คือ แสดงให้เห็นว่าผู้คำนวณให้ความสนใจกับงานชิ้นนี้ไม่ใช่สักแต่ว่าทำการคำนวณออกแบบเพื่อให้เสร็จและรับเงินแต่อย่างเดียว สำหรับในเรื่องนี้เจ้าของเปลี่ยนมาใช้หลังคาธรรมดาแทนหลังคาทรงไทย เพราะสามารถประหยัดเงินได้จำนวนมาก

4. ความเอาใจใส่ในการคำนวณออกแบบ
เมื่อวิศวกรโครงสร้างได้งานคำนวณมาทำแล้ว ความเอาใจใส่ในงานคำนวณออกแบบเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้เขียนขณะที่ทำงานอยู่ที่อเมริกาเคยได้ฟังผู้จัดการสำนักงานปรารภอยู่เสมอๆว่าเขาต้องการทำงานกับวิศวกรที่มีผลการเรียนปานกลาง (Grade C) แต่ทำงานดีเอาใจใส่ในการคำนวณมากกว่านักเรียนสมองชั้นเลิศ (Grade A) แต่ไม่สู้ให้ความเอาใจใส่กับการงานเท่าใด วิศวกรโครงสร้างจะต้องทำการคำนวณ ให้ละเอียดและขณะที่ออกแบบก็จะต้องตรวจสอบแรงต่างๆโดยละเอียด อย่าเป็นวิศวกรโครงสร้างชนิดที่ออกแบบบ้านทั้งหลังมีคานอยู่ 4 ตัว รากฐานเหมือนกันหมด เพราะถ้าขืนทำเช่นนี้ผู้ว่าจ้างจะหาว่าวิศวกรผู้นั้นชุ่ย ไม่ช่วยประหยัดเงิน และต่อไปก็ไม่มีคนนำงานมาให้ทำอีก

5. การถ่ายทอดงานคำนวณเป็นแบบก่อสร้างเพื่อนำไปก่อสร้าง
ในประเด็นนี้ วิศวกรโครงสร้างจะต้องเข้าใจแบบก่อสร้างโดยละเอียด และจะต้องเข้าใจวิธีจัดรูปแบบให้ง่ายเป็นระเบียบและสามารถเขียนเสนอรายละเอียดได้ทั้งหมด วิศวกรจะต้องเข้าใจว่าแบบใดที่ให้รายละเอียดมาก ปัญหาในระหว่างก่อสร้างก็มีน้อย ผู้รับเหมาก็เบี้ยวได้น้อยหรือไม่เปิดโอกาสให้ช่างผู้ควบคุมงานพลิกแพลงได้ สมัยผู้เขียนไปทำงานที่อเมริกาใหม่ๆ ถูกจับให้เขียนแบบอยู่หลายเดือน ถามหัวหน้าดู เขาก็บอกตรงๆว่า จบได้ปริญญามาก็ยังไม่สำคัญเท่าความเข้าใจในแบบก่อสร้าง ผู้เขียนก็เลยต้องนั่งเขียนแบบจนมีความชำนาญ และทำให้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องประสานระหว่างผลการคำนวณกับเขียนแบบให้มีความรัดกุม และจะต้องตรวจสอบอย่างนี้ด้วย นอกจากนี้แบบทางสถาปัตยกรรมก็มีความสำคัญและเป็นความรอบคอบของวิศวกรโครงสร้างที่จะต้องตรวจแบบครั้งสุดท้ายว่า แบบทางสถาปัตยกรรม และทางวิศวกรรมสอดคล้องกันหรือไม่ ถ้าไม่สอดคล้องกันจะต้องรีบแก้ไขก่อนที่จะมีการก่อสร้าง
ทั้งหมดที่ได้เขียนมานี้เป็นเพียงเกร็ดย่อยๆหรือเครื่องชี้นำให้วิศวกรโครงสร้างใหม่ๆที่จะเริ่มปฏิบัติงานหากได้ปฏิบัติตามนี้ก็เชื่อว่าประสบผลสำเร็จ
ขอขอบคุณบทความจาก:
หมายเหตุ :
บทความเรื่องวิศวกรโครงสร้างที่ดี โดย ดร.วีระ วีสกุล
นำเสนอโดย คุณ Komsan Boonnitichote

ติดต่อสอบถามได้ที่
https://planxakas.weebly.com
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-บ้านพักอาศัย ทุกรูปแบบ
-อาคารสำนักงาน ,อาคาร 1-4 ชั้น,อาคารสูง
-โรงงาน โกดัง คลังสินค้า ลานจอดรถ และอาคารทุกประเภท
-ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง-BOQ
-งานโครงการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-แปลนบ้าน
-แปลนก่อสร้าง
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-โครงการอาคาร โกดัง โรงงาน คลังสินค้า และอาคารทุกประเภท
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-งานโครงสร้างอาคารต่างๆ
-รับทำรายการคำนวณโครงสร้าง พร้อมเซ็นต์ขออนุญาต
-รับเซ็นต์วิศวกรควบคุม

13/11/2020

รู้จักบ้าน เข้าใจแบบ ดูแปลนให้ออก ก่อนคิดสร้างบ้าน (ตอนที่2)

ใครที่มีที่ดินเปล่าอยู่ในมือ หรือ คิดที่จะกู้เงินเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินเปล่าแล้ว สิ่งสำคัญไม่เพียงมีทุนทรัพย์ หรือ กู้สร้างบ้านผ่านเท่านั้น แต่จะต้องมีผู้รับเหมาที่ดี วิศกรที่ใช่ และสถาปนิกที่โอเค เพื่อให้ตัวบ้านออกมาดูดีสวยงาม รวมถึงเจ้าของบ้านเองก็ต้องดูแบบแปลนในการสร้างบ้านเป็นด้วย เพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมาภายหลัง

แบบแปลนในการสร้างบ้านประกอบไปด้วย 4 แบบแปลนหลักด้วยกัน คือ แบบสถาปัตยกรรม แบบวิศวกรรมโครงสร้าง แบบวิศวกรรมไฟฟ้า และ แบบสุขาภิบาล

แบบแปลนก่อสร้างที่ถูกต้องจะต้องมีรายชื่อ เลขประจำตัว และลายเซ็นของสถาปนิกและวิศวกร และมีใบอนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานราชการเสมอ

จากความเดิมตอนที่แล้ว รู้จักบ้าน เข้าใจแบบ ดูแปลนให้ออก ก่อนคิดสร้างบ้าน (ตอนที่ 1) ที่ว่าด้วยเรื่องส่วนประกอบหลักในการสร้างบ้านแล้ว

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของภายในแบบบ้าน โดยเบื้องต้นแบบก่อสร้างที่ถูกต้องจะต้องมีรายชื่อ เลขประจำตัว และลายเซ็นของสถาปนิกและวิศวกร และมีใบอนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานราชการ ซึ่งมีอายุ 1 ปี จึงควรให้ผู้รับเหมาต่ออายุใบอนุญาตก่อนหมดอายุเสมอ

โดยแต่ละบริษัทอาจมีการใช้ฟอร์มของแบบก่อสร้างแตกต่างกัน แต่มีหัวข้อสำคัญที่ควรมี คือ รูปแบบการก่อสร้าง, สถานที่ก่อสร้าง, เจ้าของ , สถาปนิก, วิศวกรโยธา, วิศวกรไฟฟ้า, วิศวกรสุขาภิบาล, เขียนแบบ, วันที่, แผ่นที่

พร้อมกับกำกับมาตราส่วนของแผนผัง และบอกรหัสและหมายเลขแบบแปลนว่าเป็นในส่วนของงานระบบอะไร โดยจะแบ่งออกเป็น

A แบบสถาปัตยกรรม
S แบบวิศวกรรมโครงสร้าง
EE แบบระบบไฟฟ้า
SN แบบประปา – สุขาภิบาล

นอกจากรายละเอียดสำคัญที่อยู่ในหัวกระดาษแล้ว อีกหนึ่งส่วนประกอบก็คือองค์ประกอบต่าง ๆ ของบ้าน อาทิ คาน เสา โครงสร้างต่าง ๆ ซึ่งในส่วนนี้จะถูกจัดยู่ในส่วนของแบบสถาปัตยกรรม

แบบสถาปัตยกรรม
แบบสถาปัตยกรรมคือรายละเอียดที่สถาปนิคจะเป็นผู้จัดการในส่วนนี้ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการออกแบบตัวบ้าน ขนาดจำนวนห้อง รวมถึงความสวยงามหน้าตาของบ้าน ซึ่งจะประกอบไปด้วย

แปลนพื้น บอกตำแหน่งและขนาดห้องต่างๆ ตำแหน่งประตู – หน้าต่าง ตำแหน่งบันได ฯลฯ
รูปด้าน แสดงภาพการมองบ้านจากภายนอกบ้านทั้ง 4 ด้าน ใช้ดูวัสดุและส่วนประกอบของบ้าน
รูปตัด แสดงภาพบ้านที่ถูกตัดให้เห็นโครงสร้าง ภายในบ้าน ใช้ดูระดับความสูงในชั้นต่างๆ
รายการประกอบแบบ บอกรายละเอียดวัสดุที่จะใช้ เช่น ผนัง ฝ้า พื้น หลังคา ประตู และหน้าต่าง
แบบขยาย เสมือนการ Zoom เข้าไปดูรายละเอียดเป็นส่วนๆ ไป เช่น ห้องน้ำ ส่วนบันได

จากแบบแปลนต่างๆ จะเห็นว่าภายในแบบบ้านจะมีสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันไปในแบบแปลน ดังนั้นผู้ว่าจ้างสร้างบ้านควรเข้าใจว่าสัญลักษณ์เหล่านั้นในแบบแปลนบ้านว่ามีความหมายถึงอะไร โดยสัญลักษณ์ที่มักปรากฎในแบบแปลนบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอยู่ในแบบสถาปัตยกรรม

แต่ยังแบ่งออกเป็นแบบบ้านทั้งหมดอีก 3 รูปแบบ คือแบบวิศวกรรมโครงสร้าง, แบบระบบไฟฟ้า และ แบบประปา – สุขาภิบาล ซึ่งแบบบ้านแต่ละแบบจะแตกต่างกันไป และมีสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติมเข้ามา

ดังนั้น ผู้ว่าจ้างสร้างบ้านจำเป็นต้องมีข้อมูลเบื้องต้นในการดูแบบแปลนอื่น ๆ เหล่านี้ด้วย

แบบวิศวกรรมโครงสร้าง
เมื่อทำความรู้จักกับส่วนประกอบของบ้านจากตอนที่แล้ว จะทำให้สามารถตรวจงานอย่างคร่าว ๆ ของแบบวิศวกรรมโครงสร้างได้ โดยแบบวิศวกรรมนี้จะเป็นรายละเอียดในส่วนของโครงสร้างความแข็งแรงของตัวบ้าน และมีวิศวกรโยธาเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างเพื่อรองรับแบบสถาปัตยกรรมที่สถาปนิคได้ออกแบบมา

แบบวิศวกรรมโครงสร้างประกอบไปด้วย
แปลนฐานราก แสดงตำแหน่งฐานราก (ซึ่งฝังอยู่ใต้ดิน) และเสาเข็ม
แปลนเสา คาน พื้น แสดงตำแหน่งเสา แนวคาน และพื้นต่าง ๆ
แปลนโครงหลังคา แสดงแนวโครงหลังคาที่ใช้รองรับกระเบื้องมุงหลังคา
แบบขยายหน้าตัดเสา คาน พื้น แสดงการเสริมเหล็กเส้นในเสาคอนกรีต คานคอนกรีต แบะพื้นคอนกรีต
รายการประกอบแบบ แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชนิของคอนกรีต เหล็ก รวมถึงวิธีการทำงานและวิธีทดสอบต่าง ๆ

แบบวิศวกรรมไฟฟ้า
แบบวิศวกรรมไฟฟ้า คือ แบบที่แสดงงานระบบไฟฟ้าทั้งหมด รวมไปถึงระบบแสงสว่าง สำหรับงานส่วนนี้สำหรับแบบบ้านอยู่อาศัยทั่วไป อาจจะออกแบบโดยวิศวกรรมโครงสร้างได้ เนื่องจากไม่มีความซับซ้อนถึงระดับที่ต้องใช้วิศวกรไฟฟ้าแต่อย่างใด ซึ่งแบบวิศวกรรมไฟฟ้าจะประกอบไปด้วย

แปลนดวงโคมแสงสว่าง แสดงตำแหน่งดวงโคมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งบ้าน พร้อมระบุชนิดของดวงโคมและอุปกรณ์
แปลนเต้าเสียบ สวิตซ์ บอกตำแหน่งปลั๊กไฟ ปลัก๊กโทรทัศน์ ปลั๊กโทรศัพท์ ปลั๊กคอมพิวเตอร์ สวิซต์ไฟ พร้อมระบุชนิดของอุปกรณ์ทั้งหมด
รายการประกอบแบบ ระบุขนาดสาย ชนิด และขนาดของท่อร้อยสาย ตู้เมนไฟฟ้า และอุปกรณ์ในการทำงาน
จุดสำคัญของแบบระบบไฟฟ้าคือตำแหน่งของตู้เมนบอร์ดที่เป็นสัญลักษณ์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คาดด้วยสีดำทะแยงมุมครึ่งหนึ่งสีขาวครึ่งหนึ่ง ส่วนเส้นโค้งๆ ที่ลากจากสัญลักษณ์ดาวน์ไลท์จากหนึ่งจุดไปถึงอีกจุดคือการแสดงการต่อสายไฟ เพื่อกำหนดจำนวนโคมไฟที่จะเปิดและปิดในสวิตซ์เดียวกัน

แบบวิศวกรรมสุขาภิบาล
แบบวิศวกรรมสุขาภิบาล เป็นรายละเอียดของส่วนงานด้านสุขาภิบาล เช่นระบบน้ำทิ้ง น้ำดี ระบบประปา และการเดินท่อน้ำประปาต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย

แปลนท่อ แนวการเดินท่อน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อโสโครก ท่อระบายอากาศ ภายในตัวบ้าน และตำแหน่งบำบัดน้ำเสีย
แปลนท่อระบายน้ำ บ่อพักน้ำ บ่อดักขยะ และบ่อดักไขมัน แนวท่อระบายน้ำรอบเขตที่ดิน ตำแหน่งบ่อพักน้ำ บ่อดักขยะ บ่อดักไขมัน พร้อมตำแหน่งการเชื่อมต่อกับท่อระบายน้ำสาธารณะของทางราชการ
รายการประกอบแบบ ระบุชนิด ขนาดของท่อ และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ข้อต่อ ข้องอ และวาล์วต่างๆ ตลอดจนวิธีการทำงานและวิธีการทดสอบ

ทีนี้พอเรามีความรู้เบื้องต้นในการดูแบบแปลนบ้าน ก็จะทำให้ขั้นตอนในการก่อสร้างหรือพูดคุยกับผู้รับเหมาง่ายขึ้น จากการตรวจเนื้องานเบื้องต้น และเป็นการป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นหลังจากสร้างบ้านด้วย
ขอขอบคุณบทความ
เขียนโดย กิตติคม พจนี

ติดต่อสอบถามได้ที่
https://planxakas.weebly.com
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-บ้านพักอาศัย ทุกรูปแบบ
-อาคารสำนักงาน ,อาคาร 1-4 ชั้น,อาคารสูง
-โรงงาน โกดัง คลังสินค้า ลานจอดรถ และอาคารทุกประเภท
-ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง-BOQ
-งานโครงการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-แปลนบ้าน
-แปลนก่อสร้าง
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-โครงการอาคาร โกดัง โรงงาน คลังสินค้า และอาคารทุกประเภท
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-งานโครงสร้างอาคารต่างๆ
-รับทำรายการคำนวณโครงสร้าง พร้อมเซ็นต์ขออนุญาต
-รับเซ็นต์วิศวกรควบคุม

ที่อยู่

ม. เสนา 3 ซ. 11 ถ. คู้บอน 27 แยก 10 รามอินทรา ท่าแร้ง บางเขน
Bangkok
10220.เบอร์ติดต่อ0903071735/0639935424

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รับ ออกแบบ เขียนแบบ คำนวณโครงสร้างอาคารทุกประเภทโดยทีมงานมืออาชีพ Planxakasผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แนะนำ

  • Cana Boutique Hotel

    Cana Boutique Hotel

    141 ซ. จรัญสนิทวงศ์ 57/2 แขวง บางบำหรุ เขต บางพลัด

แชร์