13/11/2020
ความสำคัญของการเขียนแบบก่อสร้าง
การสร้างอาคารบ้านเรือนในปัจจุบัน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีแบบแปลนของอาคารเพื่อเป็นแบบที่ใช้ในการก่อสร้าง การกำหนดพื้นที่ใช้สอยต่าง ๆ เช่น พื้นที่รับแขกห้องนอน ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องพระ พื้นที่รับประทานอาหาร ตลอดจนบริเวณเฉลียงชานซักล้าง โรงรถและอื่น ๆ ต้องจัดวางตำแหน่งให้มีความสัมพันธ์กัน การก่อสร้างในสมัยก่อนนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องเขียนแบบ เพียงแจ้งความประสงค์ว่าต้องการอย่างไร ห้องนอนกี่ห้อง เสากี่ต้นเช่น เสา 9 ต้น 12 ต้น 15 ต้นหรือมากกว่านั้น สามารถนำมาเป็นแบบในการก่อสร้างได้ ในปัจจุบัน ความต้องการที่อยู่อาศัยสูงมาก เนื่องจากผู้คนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการก่อสร้างที่อยู่อาศัย จึงยังเป็นปัจจัยหลักของผู้คน อาคารที่สร้างในเขตเทศบาล ไม่ว่าเขตกรุงเทพมหานคร ฯ หรือเขตเทศบาลเมืองทั่วประเทศ จะต้องให้ผู้ที่มี่ส่วนเกี่ยวข้องออกแบบเขียนแบบ เพื่อยื่นความจำนงต่อเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในเขตเทศบาลนั้น ๆ แบบแปลนจะได้รับการตรวจสอบจากนายช่างประจำเขต สถาปนิก วิศวกร ผู้อำนวยการกองช่าง เทศมนตรีฝ่ายโยธา สุดท้ายที่เกี่ยวข้องคือนายกเทศมนตรี แบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น จึงจะสามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างได้ จังหวัดใด ที่มีพื้นที่และประชากรเป็นจำนวนมาก จะมีหน่วยงานโยธาจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ เกี่ยวกับการก่อสร้างนอกเขตเทศบาล ช่างสุขาภิบาลจะรับผิดชอบพื้นที่การก่อสร้างในเขตสุขาภิบาลต่าง ๆ
ผู้รับผิดชอบงานเขียนแบบก่อสร้างแบ่งได้เป็น 3 ฝ่าย คือ
1. สถาปนิก (Architect) หมายถึง “นายช่างผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง“
มีหน้าที่เป็นผู้ออกแบบเขียนแบบ กำหนดพื้นที่ใช้สอยของอาคารต่าง ๆ จัดการจราจรภายในอาคารกำหนดความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม ประมาณการการก่อสร้าง ประสานงานกับวิศวกรและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่จะทำให้งานออกแบบเขียนแบบสำเร็จลงได้ด้วยดี
2 วิศวกร (Engineer) หมายถึง “นายช่างที่มีความรู้สูงในทางช่างต่าง ๆ เช่น ช่างกล ช่างไฟฟ้า”
นอกจากนั้นยังมีวิศวกรด้านอื่น ๆ เช่นด้านโครงสร้าง โยธา ซึ่งมีหน้าที่ในการออกแบบคำนวณ ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร กำหนดขนาดของโครงสร้างและการเสริมเหล็ก
3 ช่างเขียนแบบ (Draftsman) หมายถึง ช่างที่เป็นผู้ช่วยสถาปนิกหรือวิศวกรในการเขียนแบบก่อสร้าง โดยปกติสถาปนิกมีหน้าที่ในการออกแบบอาคารบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้าง ต่าง ๆ วิศวกรจะมีงานเกี่ยวกับการคำนวณโครงสร้าง ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร นอกจากนั้นสถาปนิกและวิศวกรยังต้องบริหารงานโครงการก่อสร้างอาคาร จึงไม่ค่อยมีเวลาในการเขียนแบบด้วยตนเอง จึงต้องอาศัยช่างเขียนแบบเป็นผู้เขียนแบบก่อสร้างแทน ดังนั้นช่างเขียนแบบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในงานก่อสร้างอาคาร
ประเภทของแบบก่อสร้าง แบบก่อสร้างสามารถแยกได้ 2 ประเภทดังนี้
1. งานเขียนแบบก่อสร้างทางด้านสถาปัตยกรรม (Architectural Drawing) แบบก่อสร้างทางด้านสถาปัตยกรรม เป็นแบบที่สถาปนิกเป็นผู้กำหนดรูปแบบและโครงสร้างทั่วไป ซึ่งได้รับข้อมูลจากการสำรวจสถานที่ นำรายละเอียดจัดเป็นรูปแบบของพื้นที่ใช้สอย ข้อมูลดังกล่าวได้จากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของโครงการว่า มีความต้องการเป็นพื้นฐานอย่างไร สถาปนิกจะเขียนเป็นแบบร่างนำเสนอเจ้าของบ้าน เพื่อร่วมปรึกษาถึงความเหมาะสม จากนั้นจะนำความคิดร่วมกัน เขียนแบบก่อสร้าง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการศึกษาแบบและการอธิบาย การเขียนจะใช้มาตราส่วนย่อ โดยกำหนดมิติที่เป็นความกว้างความยาว หรือทุกส่วนของอาคาร แบบสถาปัตยกรรม จำแนกได้หลายลักษณะ คือ
1). ผังพื้นของอาคารทุกชั้น (Floor Plans) 2. รูปด้าน (Elevation)
3) รูปตัด (Section)
4). รูปขยายรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม (Architectural Details)
5). ผังบริเวณก่อสร้าง (Lay Out Plan)
6). ผังที่ตั้งหรือผังสังเขป (Site Plan)
7). ตารางแสดงรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม (Architectural Schedules)
แบบก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมแต่ละแผ่น กำหนดอักษรย่อกำกับแบบเพื่อได้ทราบลักษณะของแบบแต่ละด้าน โดยใช้ตัวอักษร สถ. (A) ในช่องหมายเลขแบบเช่น สถ.- 1, สถ.-2 หรือ A-1, A-2, A-3 เป็นต้น
2 งานเขียนแบบทางด้านวิศวกรรม (Engineering Drawing) เป็นงานเขียนแบบเพื่อให้มีความสัมพันธ์กับการเขียนแบบก่อสร้างทางด้านสถาปัตยกรรมการกำหนดขนาด รูปร่าง ความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร เป็นหน้าที่โดยตรงของวิศวกรโยธา หรือ วิศวกรโครงสร้าง นอกจากนั้น ยังมีงานเขียนแบบทางด้านวิศวกรรมสุขาภิบาลและวิศวกรรมไฟฟ้า แบบวิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Drawing) แบบทางด้านวิศวกรรมโครงสร้างประกอบด้วย
1. ผังฐานราก (Foundation Plans)
2. ผังโครงสร้าง (Framing Plans)
3. รูปขยายรายละเอียดทางวิศวกรรม (Engineering Details)
4. ตารางแสดงรายละเอียดทางวิศวกรรม (Engineering Schedules)
อักษรย่อที่เขียนกำกับ จะใช้ต่างจากการเขียนแบบทางสถาปัตยกรรม โดยกำหนดอักษรย่อ นำหน้าหมายเลขแบบ วย. (S) เช่น วย.-1, วย.-2 หรือ S-1, S-2 เป็นต้น
แบบวิศวกรรมสุขาภิบาล (Plumbing Drawing) งานเขียนแบบที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่
- ผังการเดินท่อ (Floor Plans)
- แบบแสดงการเดินท่อในแนวดิ่ง (Riser Diagram)
- รูปขยายรายละเอียดระบบท่อ (Piping Diagram)
- ตารางแสดงรายละเอียดระบบท่อ (Piping Schedules)
อักษรย่อใช้กับแบบวิศวกรรมสุขาภิบาล ใช้เขียนนำหน้าหมายเลขแบบ วส. (P) หรือ SN เช่น วส.-1, วส.-2 หรือ P-1, P-2 เป็นต้น
แบบวิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical Drawing)
- ผังไฟฟ้า (Electrical Floor Plans)
-ผังไฟฟ้าแสดงตำแหน่งดวงโคมและสวิตช์ (Floor Plan Lighting)
- ผังไฟฟ้าแสดงตำแหน่งเต้ารับอุปกรณ์ไฟฟ้า (Floor Plan Power)
- แผนผังการติดตั้งวงจรไฟฟ้า (Single – line Diagram)
- ตารางแสดงรายละเอียดทางไฟฟ้า (Lighting Schedules)
งานเขียนแบบทางไฟฟ้า จะใช้อักษรย่อนำหน้าหมายเลขแบบ วฟ. (E) เช่น วฟ. –1 วฟ. –2 หรือ E-1, E-2 เป็นต้น
แบบวิศวกรรมเครื่องกลในงานพิเศษ (Mechanical Drawing)
ส่วนมากจะพบกับอาคารก่อสร้างขนาดใหญ่ และมีจำนวนชั้นสูง ๆ ได้แก่อาคารที่กำหนดให้มีลิฟท์เลื่อนขึ้นลง เพื่อส่งผู้โดยสาร มีบันไดเลื่อนเพื่อความสะดวกในการขึ้นและลงระหว่างชั้น หรืออาคารที่มีเครื่องจักรกลพิเศษ ต่างจากแบบอาคารธรรมดา จำเป็นต้องมีวิศวกรเครื่องกลรับรองแบบทุกแผ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การกำหนดอักษรย่อของแบบ จะใช้ตัวอักษร (M) เช่น M-1, M-2 หรือ Mech-1, Mech-2 103.
การเขียนสารบัญแบบก่อสร้าง
แบบแปลนที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารแต่ละชุด ประกอบด้วยจำนวนหลายแผ่น การกำหนดสารบัญแบบก่อสร้าง เป็นส่วนที่มีความสำคัญยิ่ง นอกจากนั้นยังสะดวกต่อการค้นหาแบบแต่ละงานอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสารบัญแบบ กำหนดหมายเลขแบบเป็น สถ.-1, สถ.-2 หรือ A-1, A-2 หมวดเขียนแบบทางวิศวกรรม ใช้อักษรย่อหมายเลขแบบเป็น วส.-1, วส.-2 หรือ P-1, P-2 หมวดเขียนแบบไฟฟ้าหมายเลขแบบเป็น วฟ.-1, วฟ.-2 หรือ E-1, E-2 เป็นต้น การลำดับหมายเลขแบบ ตามสารบัญแบบก่อสร้าง จะเขียนเรียงตามจำนวนแผ่นของแบบก่อสร้าง ดังนี้
การจัดเรียงแบบก่อสร้างทางสถาปัตยกรรม
1 แบบผังบริเวณก่อสร้าง ผังที่ตั้ง
2 แบบผังพื้นทุกชั้น
3 แบบรูปด้าน
4 แบบรูปตัด
5 แบบรูปขยายรายละเอียดทางวิศวกรรม
การจัดเรียงแบบวิศวกร
6 ผังฐานราก
7 ผังโครงสร้างพื้นแต่ละชั้น
8 ผังโครงสร้างหลังคา
9 แบบขยายรายละเอียดทางวิศวกรรม
10 แบบผังไฟฟ้า
11แบบผังการเดินท่อในอาคาร
ขนาดของกระดาษเขียนแบบ
ขนาดของกระดาษเขียนแบบที่นำเสนอ เป็นการทบทวนความรู้เดิมที่เรียนในวิชาเขียนแบบพื้นฐาน “ขนาดกระดาษที่ต้องใช้ ขึ้นอยู่กับวัตถุที่จะเขียน ดังนั้นกระดาษขนาดเล็กจึงเหมาะสำหรับวัตถุสิ่งของที่เล็ก ๆ กระดาษขนาดใหญ่จึงเหมาะสำหรับส่วนประกอบใหญ่ ๆ หรือสำหรับนำเอาส่วนต่าง ๆ มารวมกัน ความจริงแล้วอุตสาหกรรมทุกขนาด จะใช้กระดาษเขียนแบบหลาย ๆ ขนาด แม้ว่าขนาดจะได้มาตรฐานสำหรับงานแต่ละประเภทก็ตาม”
A0 841 x 1189 มม.
A1 594 x 841 มม.
A2 420 x 594 มม.
A3 297 x 420 มม.
A4 210 x 297 มม.
การวางรูปขอบและเส้นกรอบกระดาษ
การเขียนแบบที่ดีและได้มาตรฐานนั้น ผู้เขียนแบบต้องศึกษาเกี่ยวกับการเตรียมการเขียนโดยเฉพาะการเขียนเส้นกรอบกระดาษ
กระดาษเขียนแบบขนาด A0 และ A1
กรอบควรมีระยะห่างจากขอบกระดาษไม่น้อยกว่า 20 มม.
เส้นกรอบของกระดาษเขียนแบบ ควรเขียนติดต่อกันและเส้นกรอบควรมีความหนาของเส้นไม่น้อยกว่า 0.5 มม.
กรอบบอกชื่อ การเขียนแบบจะต้องมีผู้รับผิดชอบในงานนั้น ๆ เนื่องจากแบบที่เขียนเพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้าง หรือใช้ประโยชน์ในงานใดก็ตาม สถาปนิกและวิศวกรเมื่อผลิตผลงานแล้ว จะต้องรับผิดชอบจนกว่าอาคารจะทำการก่อสร้างแล้วเสร็จ ส่งมอบงานเรียบร้อย ถึงกระนั้นผู้รับผิดชอบทั้งสองฝ่าย ก็ยังต้องรับผิดชอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารต่อไปอีก เพื่อความมั่นใจและสบายใจของเจ้าของบ้าน นอกจากนั้น การกำหนดกรอบบอกชื่อ ยังเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเรื่องการเขียนแบบทางสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง
มิติของกรอบบอกชื่อ
“กรอบบอกชื่อความยาวไม่เกิน 170 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างใช้ตามความเหมาะสมของ กรอบชื่อแบบ“
การเขียนชื่อแบบลงในกระดาษเขียนแบบ
การเขียนแบบสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง การเขียน กรอบบอกชื่อ สามารถนำเขียนได้ทั้งในแนวนอน แนวดิ่ง ความยาวไม่เกิน 170 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างตามความเหมาะสม ดังนั้นการออกแบบจึงพิจารณาตามความเหมาะสม
การใช้เส้นในการเขียนแบบ เส้นที่ใช้ในการเขียนแบบ เพื่อให้เกิดความสวยงาม ประณีต และมีการเน้นเส้นที่ถูกแบบจะเขียนด้วยดินสอหรือปากกาเขียนแบบตามขนาดที่เหมาะสม ด้วยเส้นบาง เส้นหนาและเส้นหนามาก นอกจากนั้นการใช้เส้นจะเขียนตามชนิดและลักษณะของเส้น
การเขียนตารางแสดงรายละเอียดต่าง ๆ การเขียนตารางแสดงรายละเอียดในแบบก่อสร้างมีหลายลักษณะ เพื่อเป็นการรวบรวมและจัดไว้เป็นหมวดหมู่ และสะดวกในการดูแบบ โดยเฉพาะเกี่ยวกับการรวบรวมลักษณะ ขนาด ชื่อของบริษัทที่จำหน่ายสินค้าและอื่น ๆ ซึ่งประกอบด้วยตารางแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เช่น
1. ตารางแสดงรายละเอียดประตู
2. ตารางแสดงรายละเอียดหน้าต่าง
3. ตารางแสดงรายละเอียดผนัง
4. ตารางแสดงรายละเอียดพื้น
5. ตารางแสดงรายละเอียดฐานราก
6. ตารางแสดงรายละเอียดเสา
7. ตารางแสดงรายละเอียดคานคอดิน คานชั้นต่าง ๆ ตลอดจนคานหลังคา
8. ตารางแสดงรายละเอียดเครื่องสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ห้องน้ำห้องส้วม
9. ตารางแสดงรายละเอียดอื่น ๆ
การเขียนแบบก่อสร้างมีความจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะเขียนแบบที่เป็นภาพทั่วไป ๆ ไปแล้ว เพื่อให้แบบมีรายละเอียดมากขึ้น สามารถอ่านแบบได้ง่ายและเพิ่มความเข้าใจ จึงต้องเขียน ตารางแสดงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณบทความจาก : วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ
ติดต่อสอบถามได้ที่
https://planxakas.weebly.com
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-บ้านพักอาศัย ทุกรูปแบบ
-อาคารสำนักงาน ,อาคาร 1-4 ชั้น,อาคารสูง
-โรงงาน โกดัง คลังสินค้า ลานจอดรถ และอาคารทุกประเภท
-ยื่นขออนุญาตก่อสร้าง-BOQ
-งานโครงการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-แปลนบ้าน
-แปลนก่อสร้าง
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-โครงการอาคาร โกดัง โรงงาน คลังสินค้า และอาคารทุกประเภท
บริการรับออกแบบ เขียนแบบ
-งานโครงสร้างอาคารต่างๆ
-รับทำรายการคำนวณโครงสร้าง พร้อมเซ็นต์ขออนุญาต
-รับเซ็นต์วิศวกรควบคุม