08/09/2025
📌 Time-Blocking VS Task List
เทคนิคไหนเหมาะกับคุณ? แล้วต้องใช้ยังไงให้ได้ผลจริง
คุณอาจเคยลองทั้ง 2 วิธีนี้มาแล้ว...
แต่ทำไมบางวันยังรู้สึกว่า “ทั้งวันยุ่ง แต่ไม่ได้ทำสิ่งสำคัญเลย”
Centric Place สรุปให้แบบเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคใช้จริง จากการทดลองใช้ กับทีมงาน และแขกหลายร้อยคนที่มาพักกับเราเพื่อทำงานแบบมี Productivity สูงสุด
📝 1. Task List: เหมาะกับคนชอบ “ภาพรวม”
Task List หรือ To-Do List คือ “รายการสิ่งที่ต้องทำ”
ฟังดูง่าย แต่ คนส่วนใหญ่มักพลาดตรงนี้:
❌ ลิสต์ไว้เยอะเกินไป
❌ ไม่มีลำดับความสำคัญ
❌ ลิสต์แล้ว...ไม่ได้ทำ
✅ เคล็ดลับการใช้ Task List ให้ได้ผลจริง:
ลิสต์ให้ไม่เกิน 5 อย่าง/วัน
เริ่มจาก “งานสำคัญ ไม่ใช่งานด่วน” ก่อน
แยก “สิ่งที่ต้องทำเอง” กับ “สิ่งที่รอคนอื่น” ออกจากกัน
🧠 ตัวอย่างจริง:
เช่น ถ้าคุณทำธุรกิจและมีเวลาจำกัด
Task List ที่ดีอาจเป็นแบบนี้:
✅ นัดลูกค้า A เวลา 10.00
✅ ตอบอีเมลการเงิน 5 ฉบับ
✅ บรีฟโปรโมชันใหม่ให้ฝ่ายการตลาด
⬜ วางแผนโพสต์สัปดาห์หน้า
⬜ อ่านรีวิวลูกค้า (ถ้ามีเวลา)
📌 เหมาะกับใคร:
คนที่ชอบเห็น “ภาพรวม”
วันที่มีงานหลายเรื่องย่อย
ใช้กับงานประสานหลายฝ่าย
⏱️ 2. Time-Blocking: เหมาะกับคนที่อยาก “ควบคุมวันทั้งวัน”
ถ้าคุณเคยรู้สึกว่า “ลิสต์ไว้เยอะ แต่หมดวันไม่ได้ทำสักอย่าง”
Time-Blocking คือคำตอบค่ะ
✅ หลักการ:
แบ่งวันเป็นช่วงเวลา แล้ว “ล็อก” แต่ละช่วงไว้กับประเภทของงาน
ตัวอย่าง Time-Blocking:
เวลา กิจกรรม
8.00–10.00 งานวิเคราะห์สำคัญ (Focus Zone)
10.00–11.00 ประชุมทีม
11.00–12.00 ตอบอีเมล & จัดการเรื่องเร่งด่วน
13.00–15.00 เขียน Proposal ใหม่
15.00–16.00 Break & เดินคิดงาน
16.00–17.00 ประสานงาน & follow-up
🧠 เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพ:
ใช้ Google Calendar หรือแอปอย่าง Sunsama / Notion
เว้น “Buffer Time” ไว้ 1 ช่วงต่อวัน เผื่อเรื่องไม่คาดคิด
ใช้สีต่างกันในแต่ละประเภทของงาน เช่น ฟ้า = Focus / เหลือง = Meeting
📌 เหมาะกับใคร:
คนที่มีงานสำคัญต้องใช้สมาธิ
ผู้บริหาร / ฟรีแลนซ์ / คนที่มีอิสระในการจัดวัน
คนที่ต้องสลับบริบทบ่อย ๆ แล้วอยาก “ควบคุมเวลา”
🔀 3. ใช้ผสมกัน = ทางรอดของวันที่วุ่นที่สุด
“งานกรุ๊ปเลื่อนกระทันหัน — ห้องไม่พอ — ทีมแตกตื่น
แต่สุดท้าย...เรารอด เพราะแค่รู้ว่าจะ ‘ทำอะไรก่อน’ ต่างหาก”
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อน ที่ Centric Place มีเคสหนึ่งที่
กลุ่มลูกค้ารับจองกรุ๊ป 23 ห้อง เลื่อนมาเร็วขึ้น 1 วัน
— ชนกับอีกกรุ๊ปที่เป็นน้อง ๆ นศ. มศว ซึ่งจองห้องไว้ทำกิจกรรมเชิงวิชาการ
💥 วิกฤตคือ
ห้องไม่พอ
เวลาไม่พอ
ลูกค้าทั้งสองฝั่งต่างกดดันให้ได้ห้องทันที
แต่สิ่งที่ช่วยชีวิตทีม Reservation กับ Operation ไว้ได้ คือการ
หยิบ Task List แบบ “เฉพาะหน้าวิกฤต” ออกมาเขียน
แล้ว แบ่ง Block เวลาเป็นช่วงละ 30 นาที เพื่อให้ทุกทีมรู้ว่าใครต้องทำอะไรในช่วงไหน
📋 Task List ณ ตอนนั้น เหลือแค่ 4 ข้อสำคัญ:
ประชุมด่วนกับแม่บ้าน & ฟรอนท์เพื่อเช็กห้องว่าง
ประสานนศ. มศว ขอปรับเวลาเช็กอิน
เคลียร์รายการ Amenities ทั้ง 2 กรุ๊ปให้ครบก่อน 15.00 น.
🕑 Time Blocking ที่ช่วยคุมจังหวะ:
10.00–10.30: ประชุม 3 ฝ่าย เคลียร์ภาพรวม
10.30–11.00: ติดต่อทุกลูกค้า พร้อมแจ้งแผนใหม่
11.00–12.00: ลงพื้นที่เช็กห้องจริง & ติดป้าย
13.00–14.00: เตรียมต้อนรับทั้ง 2 กรุ๊ปให้พร้อม
💡 บทเรียนจากวันนั้น:
ถ้าใช้แต่ Task List ลอย ๆ → วุ่น
ถ้า Block เวลาไว้แต่ไม่รู้จะทำอะไรก่อน → ก็พัง
แต่พอผสมกันดี ๆ:
"เรากลายเป็นทีมที่ทั้ง Calm และ Clear ท่ามกลางวันโกลาหล"
✨ อยากมีวันที่วุ่นยังไงก็ “รอด”
ลองเริ่มจากจัดโต๊ะให้พร้อม → แล้วค่อยจัดลำดับงาน
Centric Place มีทุกอย่างที่ช่วยให้คุณ “Begin Better” — ไม่ว่าจะวันไหน
“คุณไม่จำเป็นต้องทำได้ทุกอย่าง”
แค่รู้ว่าอะไรสำคัญในช่วงเวลานั้น...
ก็ถือว่า Productive แล้วค่ะ
🏨 Centric Place: Begin Better
เราคือโรงแรมที่เข้าใจ Productivity จริง
ทั้งการออกแบบห้องทำงาน ห้องพัก และพื้นที่ใช้สอย
เพื่อให้คุณ “เริ่มวันใหม่ได้ดีขึ้น”
ไม่ว่าคุณจะใช้ Task List, Time-Blocking หรือผสมกัน
Centric Place พร้อมให้คุณ “จัดวันของคุณ…ให้ดีกว่าเดิม”