22/07/2026
🙏🙏พระธาตุเจดีย์หลวง วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร
มรดกโลก มรดกธรรม แห่งเมืองล้านนาเชียงใหม่
จากในอดีตสู่ปัจจุบัน...🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺
🙏🙏จากในอดีต วัดเจดีย์หลวง มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่
ราชกุฏาคาร หรือ วัดโชติการาม ซึ่งสร้างขึ้นในรัชสมัยของ
พระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย
ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้าง
ขึ้นในปีพุทธศักราช 1934 นับมาจนถึงปัจจุบันนี้พุทธศักราช
2569 มีอายุ 635 ปี...🌺🌺🌺
🙏🏻🙏🏻ซุ้มพระธาตุเจดีย์หลวง วัดเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่
ด้านทิศตะวันออก ในอดีตเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ซึ่งเป็น
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย เป็นเวลายาวนาน
ถึง 80 กว่าปี และพระพุทธรูป"พระคงหลวง" ประดิษฐานอยู่
ที่ซุ้มด้านทิศเหนือคู่บารมีกับองค์ พระธาตุเจดีย์หลวง ตั้งแต่
เริ่มสร้างมาเป็นเวลา 635 กว่าปี สมกับพระนามว่า "พระคง
หลวง" ประดิษฐานมั่นคงสถาพรมาจนถึงปัจจุบันนี้...🌺🌺
🙏🙏จุลศักราช 289 (พ.ศ. 1874) พญาแสนภูโปรดให้สร้าง
เมืองเชียงแสน และต่อมาอีก 4 ปี ได้ทรงสร้างมหาวิหารขึ้นใน
กลางเมืองเชียงแสน คือวัดเจดีย์หลวง องค์ที่ 1 ซึ่งอยู่ภายใน
วัดพระเจ้าตนหลวง เมืองเชียงแสน สมัยพระเจ้าแสนเมืองมา
ซึ่งเป็นโอรสของพญากือนา ขณะมีพระชนมายุ 39 ปี พระองค์
โปรดให้สร้างพระธาตุเจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่ แต่ยัง
ไม่ทันแล้วเสร็จดีก็สวรรคต พระราชินีผู้เป็นอัครมเหสีของพระ
องค์ ได้โปรดให้ทำยอดพระธาตุเจดีย์หลวงจนแล้วเสร็จ
🙏🙏ในปี พ.ศ. 2055 พระเมืองแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังราย
พร้อมด้วยชาวเมืองทั้งหลายเอาเงินมาทำกำแพงล้อมพระธาตุ
เจดีย์หลวง 3 ชั้น ได้เงิน 254 กิโลกรัม จากนั้นจึงได้เอาเงินมา
แลกเป็นทองคำ จำนวน 30 กิโลกรัม แล้วตีแผ่เป็นแผ่นทึบหุ้ม
องค์พระธาตุเจดีย์หลวง เมื่อรวมกับทองคำที่หุ้มองค์พระเจดีย์
หลวงอยู่เดิม ได้น้ำหนักทองคำถึง 2,382.517 กิโลกรัม
🙏🙏ประมาณปี พ.ศ. 2088 สมัยพระนางจิรประภามหาเทวี
ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเชียงใหม่ จึงทำให้ยอดของพระ
เจดีย์หลวงหักพังทลายลงมา หลังจากนั้นพระเจดีย์หลวงจึงถูก
ทิ้งให้ร้างมานานกว่า 400 ปี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2423 พระเจ้า
อินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7 ทรงรื้อพระ
วิหารหลังเก่าและสร้างวิหารหลวงขึ้นใหม่ด้วยไม้ทั้งหลัง
🙏🙏ช่วงปี พ.ศ. 2471-2481 สมัยพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้
ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย ถือได้ว่าเป็นทศวรรษแห่งการ
บูรณะครั้งสำคัญของวัดพระเจดีย์หลวง ได้มีการรื้อถอนสิ่งปรัก
หักพัง แผ้วถางป่าที่ขึ้นปกคลุมโบราณสถานต่างๆ ออก แล้วได้
สร้างเสริมเสนาสนะขึ้นใหม่ ให้เป็นวัดสมบูรณ์แบบ ในเวลาต่อ
มา พระธาตุเจดีย์หลวง ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โดย
กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2533 ซึ่งใช้งบประมาณใน
การบูรณะครั้นนั้น 35 ล้านบาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม
พ.ศ. 2535
🙏🙏แต่เดิมนั้น วัดเจดีย์หลวง ชื่อ โชติการามวิหาร แปลว่า
พระอารามที่มีแต่ความรุ่งเรืองสว่างไสว เนื่องจากเป็นสถานที่
บรรจุพระเกศาธาตุ และพระธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม
พุทธเจ้า มีเรื่องเล่ากันมาว่าในกาลครั้งหนึ่งเมื่อพระเจ้าอโศก
มหาราชส่งสมณะทูต 8 รูป ภายใต้การนำของพระโสณะ และ
พระอุตตะระ เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเขตสุวรรณภูมิ
รวมทั้งภูมิภาคนี้ด้วยได้นำเอาพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ในองค์
เจดีย์องค์เล็กสูง 3 ศอก ที่สร้างขึ้น ณ บริเวณอันเป็นที่ตั้งของ
พระธาตุเจดีย์หลวงในปัจจุบันและในเวลานั้นมีชายผู้หนึ่งอายุ
120 ปี มีใจเลื่อมใส ได้แก้เอาผ้าห่มชุบน้ำมันจุดบูชา และได้
ทำนายว่า ต่อไปในภายภาคหน้าตรงนี้จะเป็นอารามใหญ่ชื่อ
โชติการาม นอกจากนี้ ยังมีความหมายอีกนัยหนึ่งของคำว่า “โชติการาม”คือเวลาที่มีการจุดประทีปโคมไฟไปประดับบูชา
พระธาตุเจดีย์หลวงจะปรากฏแสงสีสว่างไสวมองเห็นองค์พระ
เจดีย์คล้ายเชิงเทียนที่มีเปลวไฟลุกโชติช่วงสว่างไสว ดูแล้วมี
ความงดงามยิ่งนัก สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ต่อมาได้มีการ
เปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดเจดีย์หลวง” เนื่องจากว่าในภาษาเหนือ
หรือคำเมือง หลวงนั้นแปลว่า “ใหญ่” หมายถึง พระธาตุเจดีย์
ที่มีขนาดใหญ่
🙏🙏สรุปประวัติองค์พระธาตุเจดีย์หลวง สร้างขึ้นในรัชสมัย
พญาแสนเมืองมา เพื่อจะอุทิศส่วนกุศลให้พญากือนา พระราช
บิดา แต่สร้างไม่เสร็จได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระนาง
เจ้าติโลกจุฑาราชเทวี พระมเหสีของพญาเมืองมา ก่อสร้างต่อ
จนแล้วเสร็จในรัชสมัยพญาสามฝั่งแกน เรียกกันว่า “กู่หลวง”
พญาติโลกราช โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคต เป็นนายช่างใหญ่
ดำเนินการปฏิสังขรณ์รพระเจดีย์หลวง ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.
2021 ในรัชสมัยของพระเจ้ายอดเชียงราย ได้ปิดทองภายใน
ซุ้มจรนัมของพระธาตุเจดีย์หลวงทั้ง 4 ด้าน ในรัชสมัยพระเจ้า
เมืองแก้ว เมื่อ พ.ศ. 2046 ได้โปรดให้สร้างหอพระแก้ว และ
อัญเชิญพระแก้วมรกตลงมาประดิษฐาน สร้างมหาวิหาร ส่วน
การบูรณะพระธาตุเจดีย์หลวงนั้นได้ดำเนินการเพียงเล็กน้อย
ในที่สุดเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปีพ.ศ. 2088 ในรัชสมัย
พระนางเจ้ามหาเทวีจิรประภา ยอดพระเจดีย์หลวงก็พังทลาย
ลงมา เหลือให้เห็นดังสภาพปัจจุบัน....🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺
🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺
🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺
วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร
เลขที่ 103 ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์
อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50200
🙏🙏ในยุคสมัยตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2471 เป็นต้นมา
จนถึงปัจจุบันนี้...🌺🌺🌺
🙏🙏ในปีพุทธศักราช 2471
พระเดชพระคุณ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาส กรุงเทพมหานคร
สังกัดการปกครองคณะสงฆ์ฝ่าย ธรรมยุต
ได้รับการอาราธนาจาก พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ
เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 9 (องค์สุดท้าย)
ขึ้นมาเมืองเชียงใหม่เพื่อดำเนินการรวบรวมวัด 4 วัด คือ
1.วัดเจดีย์หลวง 2.วัดสบฝาง 3.วัดสุขมิ้น 4.วัดหอธรรม
รวมเข้าด้วยกันเป็นวัดเดียว ตั้งชื่อวัดว่า “ วัดเจดีย์หลวง “
สังกัดการปกครองคณะสงฆ์ฝ่าย ธรรมยุต
ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง รูปแรก
🙏🙏ในปีพุทธศักราช 2481
ได้รับการยกสถานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี
“ชนิด วรวิหาร“ 🙏🙏 วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร 🙏🙏
เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่
🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺
🙏🙏ยุคสมัยของ พระราชวชิรสิทธิ (อัมพร กตปุญโญ)
(ขณะนั้นเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระกิตติวิมล)
ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร รูปที่ 9
🙏🙏🌺วันที่ 18 มีนาคม 2563🌺🙏🙏
พระราชวชิรสิทธิ (ขณะนั้นเป็น พระกิตติวิมล)
ดำรงตำแหน่ง
ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร
🙏🙏🌺ปีพุทธศักราช 2563-2564
ดำเนินการรวบรวม วัดร้างหอธรรม กับ วัดร้างสุขมิ้น
รวมวัดเป็นวัดเดียวกับวัดเจดีย์หลวง ให้ถูกต้องตามกฏหมาย
(ตั้งชื่อวัดว่า วัดเจดีย์หลวง สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต
ตามประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนแห่งชาติ 21/04/2564)
เนื่องจากการรวมวัดในปีพุทธศักราช 2471 โดยทางนิตินัย
สำเร็จเพียงวัดเจดีย์หลวงกับวัดสบฝาง ส่วนวัดร้างหอธรรม
วัดร้างสุขมิ้น โดยนิตินัยยังไม่ได้รวม รวมโดยพฤตินัยเท่านั้น
🙏🙏🌺ปีพุทธศักราช 2563-2564
เดินเรื่องออกโฉนดที่ดินของวัด🌺โฉนดใบประวัติศาสตร์🌺
ที่ดินนี้ติดกับวัดร้างหอธรรม ที่วัดครอบครองมาตลอดแต่ต้น
ให้เป็นที่ดินของวัดเจดีย์หลวง เพราะล่วงเลยผ่านมา 630 ปี
ไม่เคยได้ออกโฉนดที่ดินแปลงนี้มาก่อน
(โฉนดใบประวัติศาสตร์ใบสุดท้ายของวัดเจดีย์หลวง)
🙏🙏🌺วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565🌺🙏🙏
พระราชวชิรสิทธิ (ขณะนั้นเป็น พระกิตติวิมล)
รับพระบัญชาให้ ดำรงตำแหน่ง
เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร รูปที่ 9
🙏🙏🌺ปีพุทธศักราช 2565
เดินเรื่องรับโอนที่ดินที่ติดกับด้านหลังของวัดเจดีย์หลวง
โยมได้ถวายที่ดินให้กับทางวัดจำนวน 10.4 ตารางวา
🙏🙏ปีพุทธศักราช 2565 ดำเนินการเพื่อรวมโฉนดทั้ง 6 ใบ
🙏🙏วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ได้ดำเนินการขอรังวัดที่ดินที่ตั้งวัดใหม่ทั้งหมด และดำเนินการ
ขอรวมโฉนดทั้งหมด (มีจำนวน 6 โฉนด) ให้เป็นโฉนดใบเดียว
ประวัติศาสตร์ที่ดินที่ตั้งวัดได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว อายุของวัด
ตั้งแต่อดีตพุทธศักราช 1934 ถึงปัจจุบันพุทธศักราช 2569 นี้
นับอายุได้ 635 ปี และนับตั้งแต่ตั้งนามวัดว่า "วัดเจดีย์หลวง"
ในปีพุทธศักราช 2471 เป็นต้นมา นับอายุได้ 98 ปี และได้รับ
การยกฐานะให้เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิด วรวิหาร ในปี
พุทธศักราช 2481 นับอายุเป็นพระอารามหลวงได้ 88 ปี....🌺
🙏🙏🙏วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีที่ดินที่ตั้งวัดเจดีย์หลวง จำนวน
32 ไร่ 83 เศษ 8 ส่วน 10 ตารางวา...
(สามสิบสองไร่แปดสิบสามเศษแปดส่วนสิบตารางวา)