19/07/2023
“ต่อให้คุณได้เสียงเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่จงรักภักดี ย่อมเท่ากับ การขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี”
“เข้าใจถูกต้องแล้ว และหยุดบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์”
มาตรา ๑๕๘ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน
นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙
ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
มาตรา ๑๖๑ ก่อนเข้ารับหน้าที่ รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ด้วยถ้อยคำ ดังต่อไปนี้
“ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) *ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้า**จะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้ง***จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ในเมื่อคณะรัฐมนตรี อันหมายถึง นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ต้อง*ถวายสัตย์ปฏิญาณว่า **จะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
ดังนั้น ต่อให้คุณได้เสียงเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่จงรักภักดี ย่อมเท่ากับ การขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ทำไมต้องถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จะจงรักภักดี ?
คำตอบคือ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ระบุในคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่ว่า
***จะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ
รัฐธรรมนูญบัญญัติว่า ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
เนื่องจากแต่เดิมอำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของพระมหากษัตริย์ ต่อมาพระองค์ท่านได้พระราชทานอำนาจนั้นให้กับประชาชน แต่มิได้หมายความว่าพระองค์หมดสิ้นในอำนาจนั้น เพียงแต่เปลี่ยนแปลงไปเป็นว่า ประชาชนและพระมหากษัตริย์มีอำนาจปกครองประเทศร่วมกัน
ดูได้จากรัฐธรรมนูญมาตรา ๓ บัญญัติว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
รวมทั้งในระบอบประชาธิปไตย ที่มีประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยนั้น แต่เสียงของประชาชนไม่สามารถทำการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองได้
ดังนั้น ถ้าท่านไม่มีความจงรักภักดี นั้นย่อมหมายความว่า ท่านไม่ได้ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ดังนั้น ต่อให้คุณได้เสียงเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่จงรักภักดี ย่อมเท่ากับ การขาดคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
ซึ่งเป็นความเข้าใจถูกต้องแล้ว
แต่ต้องหยุดบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความแตกแยก
ง่ายๆ และชัดเจนขนาดนี้ อย่าแกล้งไม่เข้าใจ และนำไปบิดเบือนทำให้สังคมแตกแยกและทำให้เกิดเข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
อัษฎางค์ ยมนาค