Insight Hostel A place for mindfulness journey, please make a reservation before check-in, thank you. You can ask for advanced booking or walk-in but we’re not open every day.

Thank you for your visit.

11/04/2026

"อย่าไปตากแดด เดี๋ยวดำ"
ได้ยิน ตั้งแต่เด็ก…
จนกลายเป็น “สัญชาตญาณ”
-เจอแดด แล้วหนี- ถึงปัจจุบัน
แต่ Dr. Roger Seheult
แพทย์ ICU ดูแลคนไข้วิกฤต 20+ ปี
กลับบอกว่า...
สิ่งที่เรา "หนีมาทั้งชีวิต"
อาจเป็นสิ่งที่...
"ร่างกายร้องขอ" มากที่สุด
-มันขนาดนั้น เลยหรอว่ะ-
กับ อีแค่แดด...
ฟังจบ...
"เออ...ขนาดนั้นแหละ 5555"
สรุปให้เพื่อนๆแล้ว เน้นๆ
อ่านจบใน 5 นาทีค้าบบ
----------------------------------------
{KEY 1} "โรงไฟฟ้าในเซลล์ กำลังจะตๅย"

- แสงแดด = วิตามิน D
So... กินเม็ดวิตามิน D
= ทดแทนแดดได้
--------

แสงแดดมี -Infrared Light-
มองไม่เห็น แต่...
ทะลุร่างกายลึก ~8 cm.
เข้าไปกระตุ้น "ไมโทคอนเดรีย"
(โรงไฟฟ้า) ให้ทำงานดีขึ้น
(อายุมากขึ้น...
โรงไฟฟ้านี้ ประสิทธิภาพลดลง 70%)
--------

ผลที่ตามมา:
- ตับ > ไขมันพอกตับ
- หัวใจ > หัวใจล้มเหลว
- สมอง > ความจำเสื่อม
--------
Dr. Roger เชื่อว่า...
วิตามิน D เป็นแค่ "ตัวบ่งชี้"
ว่าคนนั้น ออกไปรับแดดมากแค่ไหน
ตัวที่ทำงานจริง คือ Infrared Light
ซึ่งกินไม่ได้ ต้อง "ออกไปรับเอง" เท่านั้น
Point: กินวิตามิน D
= ทดแทน แสงแดดไม่ได้
----------------------------------------
{KEY 2} "หลักฐานที่ทำให้หมอ ICU เปลี่ยนใจ"
เด็กชายอายุ 15>
มะเร็งเม็ดเลือด + ติดเชื้อรากินเนื้อปอด
- ทำคีโม > ภูมิตก
> เชื้อลาม > ตัดปอด 1 ข้าง
สุดท้าย เชื้อก็ลามอีก…
ไปปอดอีกข้าง
หมอแจ้งครอบครัว ให้ทำใจ
"เหลือเวลา 2 วัน"
--------

"ผมแค่อยาก ออกไปข้างนอก"
แต่ผลลัพธ์ ทำหมออึ้ง ทั้ง รพ.
- วันที่ 1: เม็ดเลือดขาว เริ่มลด
- วันที่ 2: ออกซิเจนที่ต้องใช้ ลดลง
- วันที่ 5: ถอดเครื่องช่วยหายใจได้
- CT scan: เชื้อหายไป 60-70%
ไม่ได้เปลี่ยนยา แม้แต่ตัวเดียว
สุดท้าย... “กลับบ้านได้ เฉย”
--------
Swedish Study
ติดตามกว่า 20,000 คน นาน 20 ปี
แบ่ง 3 กลุ่ม: รับแดดน้อย / ปานกลาง / มาก
พบว่า กลุ่มที่รับแดดมากสุด
ตๅยจากมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคอื่นๆ
-น้อยที่สุด-
--------
สิ่งที่พบใน รพ.
ผู้ป่วยที่ "เตียงใกล้หน้าต่าง"
ออกจาก รพ. เร็วกว่า เพื่อนคนอื่น
Point: แสงแดดไม่ใช่ "ศัตรู" ที่ต้องหนี
แต่เป็น "สิ่งที่ร่างกายขาดมากที่สุด"
----------------------------------------
{KEY 3} "รับแดดยังไง ให้ได้ประโยชน์สูงสุด"
ระยะเวลา
15-20 นาที/วัน
(งานวิจัยพบว่า เพียงพอ
= เปิดสวิตช์ Mitochondria)
--------
เวลาที่ดีที่สุด
- เช้าๆ หรือ เย็นๆ
- Infrared สูง
- UV Index ต่ำ
= ได้ประโยชน์ เต็ม, ผิวไม่ Burn
--------
ใกล้ต้นไม้ ประโยชน์เต็มกว่า
ต้นไม้สะท้อน Infrared Light
(ได้ Infrared มากกว่า ตึกคอนกรีต)
--------
สิ่งที่คนไม่รู้
กระจกสมัยใหม่
= กรอง Infrared ออก
นั่งริมหน้าต่างไป ก็เท่านั้น
= ไม่ได้ Infrared
Point: ไม่ต้องเปลี่ยน ชีวิตทั้งหมด
แค่ "ออกไปข้างนอก" ให้มากขึ้น
แล้วร่างกายจะขอบคุณเอง
----------------------------------------
⛅️ สรุปจากใจกอล์ฟ
ผมนี่ตัว เลี่ยงแดดเลย...
กลัวหน้าแย่ไปกว่านี้ 5555
แต่พอได้ฟัง ข้อมูลพวกนี้...
โดยเฉพาะ เคสเด็กอายุ 15
ต้องยอมรับว่า ไม่เคยคิดว่ามัน...
Powerful ขนาดนี้
- เพิ่ม ภูมิคุ้มกัน
- ตีบวก ไมโทคอนเดรีย
- แก่ช้าลง จากข้างใน
ตอนนี้เลยลองเปลี่ยนดู..
- เช้าออกไปเดินรับแดด 15 นาที
- กินข้าวเสร็จ เดินโดนแดดนิดนึง
อาจะไม่ได้ทุกวัน แต่ก็
ดีกว่าไม่ได้ทำ...
เพื่อนๆ ได้โดนแดดวันละกี่นาที?
หรือเป็นทีม "หนีแดด" เหมือนกอล์ฟ 555
แชร์กันได้นะครับ แลกๆกัน
ขอให้เพื่อนๆทุกคน สุขภาพดี ไปด้วยกัน
สวัสดีครับ ❤️

28/03/2026

เมื่อนักเรียนขอให้รื้อรังนก ครูใหญ่จึงตอบกลับด้วยจดหมายนี้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมเป่าอันในเซินเจิ้น กำลังเป็นไวรัลและซึ้งใจชาวเน็ตจีนในขณะนี้ หลังนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังเครียดกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย (เกาเข่า) เขียนจดหมายร้องเรียนขอให้โรงเรียน "รื้อรังนก" เพราะเสียงนกร้องรบกวนสมาธิ แต่คำตอบของครูใหญ่นั้นกลับกลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ล้ำค่า
ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมเป่าอัน เขียนจดหมายตอบกลับนักเรียนชั้น ม.6 รายหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเสียงนกกาเหว่าที่มาทำรังในโรงเรียน รบกวนการอ่านหนังสือสอบ จนต้องเขียนจดหมายขอให้โรงเรียนช่วยจัดการรังนกเหล่านั้น
แทนที่จะสั่งรื้อหรือเพิกเฉย ผู้อำนวยการหยวนได้เขียนจดหมายเปิดผนึกเพื่อสอน "วิชาการศึกษาชีวิต" นั่นคือ ชีวิตมีจังหวะของมัน ความเข้มแข็งของชีวิตเกิดจากการเติบโตท่ามกลางความไม่สะดวกสบาย และมนุษย์ควรเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสรรพสิ่ง ชวนอ่านจดหมายที่อาจจะดูยืดยาวแต่ช่างอบอุ่นและกินใจ
ถึงนักเรียนที่รัก:
ฉันได้รับจดหมายของเธอแล้ว ตัวอักษรของเธอนั้นเหมือนสายลมโชยในฤดูใบไม้ผลิ แฝงไปด้วยความอ่อนไหวและบทกวีของวัยเยาว์ แต่ก็เต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความคาดหวังบนเส้นทางเตรียมสอบ ขอบใจที่เธอใช้ภาษาที่งดงามเช่นนี้ จนทำให้ฉันดูเหมือนจะได้ยินเสียงนกร้องบนยอดไม้นอกหน้าต่าง และเห็นภาพพวกเธอที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสืออย่างขะมักเขม้นในห้องเรียน
ที่เธอเอ่ยถึงว่า "นกกาเหว่าช่วงนี้คึกคักเป็นพิเศษ ร้องเพลงด้วยความฮึกเหิม" ทำให้ฉันอดขำไม่ได้และรู้สึกตื้นตันใจ ใช่แล้ว แสงแดดฤดูใบไม้ผลิกำลังพอดี สรรพสิ่งเติบโต นกเหล่านั้นก็แค่ใช้วิถีของมันเฉลิมฉลองงานเลี้ยงแห่งชีวิต และท่ามกลางแรงกดดันของการสอบเกาเข่า เธอนั้นก็ยังสามารถสัมผัสถึงพลังชีวิตนี้ได้ ถึงขั้นได้ยินเสียง "รบกวน" เป็นดั่ง "ลมทะเลที่อ่อนโยน" ในเพลง Moonlight Sonata ของบีโธเฟน นี่คือการตระหนักรู้ถึงชีวิตที่หาได้ยากยิ่ง
ในฐานะครูใหญ่ ฉันมักจะคิดอยู่เสมอว่าการศึกษาควรให้อะไรแก่พวกเธอ? คือการสะสมความรู้? การเพิ่มคะแนนสอบ? หรือคือพื้นฐานของชีวิตที่สำคัญกว่านั้น? วันนี้ ฉันอยากถือโอกาสจากจดหมายของเธอมาคุยเรื่อง "การศึกษาชีวิต" ไปด้วยกัน
เสียงนกนอกหน้าต่าง สำหรับเธอคือการรบกวนการสอบ แต่สำหรับครู มันคือบทเรียนชีวิตที่มาพบกันโดยไม่ได้นัดหมาย
◼️ ข้อแรก ชีวิตมีจังหวะของมันเอง
นกร้องตอนโพล้เพล้เป็นธรรมชาติ เป็นการหาคู่ เป็นการประกาศอาณาเขต เป็นการขานรับเพื่อนพ้อง พวกมันจะไม่เปลี่ยนจังหวะชีวิตเพียงเพราะมนุษย์ต้องสอบเกาเข่า โลกนี้ไม่ได้ดำรงอยู่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งคือวิชาบังคับของการเติบโต
◼️ ข้อสอง สิ่งที่รบกวนก็คือทัศนียภาพอย่างหนึ่ง
หลายปีหลังจากนี้ เมื่อเธอระลึกถึงฤดูใบไม้ผลิปี ม.6 สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวอาจไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ แต่เป็นยามโพล้เพล้นั้น กลุ่มนกที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และวินาทีที่พวกเธอสบตากันแล้วยิ้มท่ามกลางเสียงนก ความเข้มแข็งของชีวิตมักเติบโตขึ้นท่ามกลางความไม่สะดวกสบายเสมอ
◼️ ข้อสาม เรียนรู้ที่จะสนทนากับสรรพสิ่ง
ประโยคในจดหมายที่บอกว่า "โปรดปล่อยให้สิ่งมีชีวิตที่เป็นอิสระเหล่านี้บินไปสู่ขุนเขาและสายน้ำ" ทำให้ฉันเห็นความเมตตาของเธอ แต่เธอรู้ไหมว่า วิทยาเขตเป่าจงแห่งนี้ของเรา ก็เป็นบ้านที่พวกมันใช้พักพิงได้ไม่ใช่หรือ การที่พวกมันเลือกมาทำรังที่นี่ ก็เพราะที่นี่ร่มรื่นด้วยแมกไม้ เป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การฝากชีวิตไว้ไม่ใช่หรือ
เกี่ยวกับคำขอ "รื้อรังนก" ฉันเข้าใจความรีบร้อนของเธอ แต่ฉันตอบรับไม่ได้ ไม่ใช่เพราะฉันไม่เห็นใจความลำบากของพวกเธอ แต่เป็นเพราะฉันหวังว่าพวกเธอจะเข้าใจว่า เป้าหมายสูงสุดของการศึกษา ไม่ใช่การทำให้โลกปรับตัวเข้าหาเรา แต่คือการให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับโลก
นกเหล่านี้เดิมทีก็เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน เป็นพยานที่ได้เห็นวัยเยาว์ของพวกเธอในฤดูกาลนี้
ดังนั้น ฉันจึงมีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอ มองเสียงนกเป็น "เสียงรบกวนที่ไพเราะ" ของธรรมชาติ ลองสงบศึกกับมัน หรือแม้แต่ขอบคุณมันที่ทำให้เธอได้เงยหน้าขึ้นจากกองโจทย์บ้างเป็นครั้งคราว เพื่อมองดูใบไม้ภายนอกหน้าต่าง
ช่วงเวลา 18:30-19:10 น. ก็ให้คิดเสียว่าเป็น "คอนเสิร์ตยามเย็น" ที่เหล่านกมอบให้พวกเธอ พวกมันใช้ความกระตือรือร้นของชีวิตเพื่อส่งกำลังใจให้พวกเธอที่กำลังต่อสู้อยู่
การเรียนไม่ใช่การยื้อแย่งทุกวินาที แต่คือการเข้าถึงการเรียนในทุกวินาทีนั้น เมื่อถึงเวลาออกกำลังกายก็ออกกำลังกาย เมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็พักผ่อน เมื่อถึงเวลาผ่อนคลายก็ผ่อนคลาย
หลายปีหลังจากนี้เมื่อกลับมาเยี่ยมโรงเรียนเก่า เธอสามารถชี้ไปที่ต้นไม้ต้นนั้นแล้วพูดว่า "ตอนนั้น เจ้านกพวกนี้แหละที่อยู่เป็นเพื่อนเราจนจบ ม.6"
นักเรียนที่รัก การสอบเกาเข่านั้นสำคัญ แต่มันเป็นเพียงระลอกคลื่นเล็กๆ ในสายธารอันยาวไกลของชีวิต แต่การเรียนรู้ที่จะเคารพชีวิต เข้าใจสรรพสิ่ง และอยู่ร่วมกับสิ่งที่ไม่เป็นใจได้ต่างหาก คือทรัพย์สมบัติที่จะติดตัวเธอไปตลอดชีวิต และนี่คือสิ่งที่พวกเราต้องยึดมั่นไว้ในยุคปัญญาประดิษฐ์
ขอให้เธอสามารถมีสมาธิกับการสอบ ท่ามกลางเสียงนก และสามารถได้ยินเสียงสะท้อนจากส่วนลึกของชีวิต ต้นไม้ทุกต้น นกทุกตัว แมลงทุกตัวในเป่าจง ต่างกำลังเติบโตไปพร้อมกับเธอ
เนื่องจากเธอไม่ได้ลงชื่อ ฉันจึงขอตอบกลับอย่างเปิดเผย ขอให้ปลายปากกาของเธอสร้างสรรค์โลกที่กว้างใหญ่ และขอให้ในใจของเธอนั้นร่มรื่นดั่งป่าเขา
จากเพื่อนของพวกเธอ
ครูใหญ่ หยวนเว่ยซิง

https://www.facebook.com/share/p/1LKLH9R5Fi/
07/03/2026

https://www.facebook.com/share/p/1LKLH9R5Fi/

📜ความสำคัญของพิธีกรรม
ความหมายของการจุดธูปเทียนหน้าโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นประเพณีอันดีงามของไทยที่มีมายาวนาน การจุดธูปเทียนไม่ใช่เพียงการสร้างความสว่างไสวหรือกลิ่นหอม แต่ทุกขั้นตอนและทุกจำนวนล้วนแฝงไปด้วยความหมายทางธรรมที่ลึกซึ้ง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้น้อมรำลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัยอย่างแท้จริงและทำด้วยความเข้าใจ (ปัญญา) ไม่ใช่ทำเพียงเพราะความคุ้นเคย"

📜ความหมายของ ธูป 3 ดอก
โดยธูป 3 ดอกนี้มีไว้เพื่อ บูชาพระพุทธคุณ 3 ประการ ของพระพุทธเจ้า โดยแยกตามแต่ละดอก ดังนี้:
• ดอกที่ 1: พระปัญญาคุณ (สัญลักษณ์สมองและแสงสว่าง) – หมายถึง ปัญญาอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าที่ทรงรู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมทั้งปวงด้วยพระองค์เอง
• ดอกที่ 2: พระบริสุทธิคุณ (สัญลักษณ์ดอกบัวขาว) – หมายถึง ความบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย ทรงเป็นผู้ไกลจากกิเลสโดยสิ้นเชิง
• ดอกที่ 3: พระมหากรุณาคุณ (สัญลักษณ์หัวใจและมือโอบอุ้ม) – หมายถึง ความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อสรรพสัตว์ ทรงยอมเหนื่อยยากสั่งสอนธรรมะเพื่อให้ผู้อื่นได้พ้นทุกข์ตาม"

📜ความหมายของ 'เทียน 2 เล่ม'
โดยเทียน 2 เล่มนี้มีไว้เพื่อ บูชาพระธรรมและพระวินัย โดยแบ่งความหมายดังนี้:
• เล่มที่ 1: พระธรรม – เปรียบเสมือนสัจธรรม ความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและสั่งสอน เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเพื่อให้เกิดความสุข
• เล่มที่ 2: พระวินัย – เปรียบเสมือนกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือศีล ที่ทรงบัญญัติไว้เพื่อให้พุทธบริษัทอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและฝึกหัดตน"

ร่วมสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีไทย' เพื่อย้ำเตือนให้พวกเราพุทธบริษัททุกคน ปฏิบัติกิจบูชาด้วยความเข้าใจในแก่นแท้ของธรรมะ เพื่อให้การบูชานั้นนำมาซึ่งสติและปัญญาในการดำเนินชีวิตสืบไป

#กองศาสนพิธี
#กรมการศาสนา
#เเบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ

01/03/2026

ทุกครั้งที่ผมไปเดินป่าที่ญี่ปุ่น ผมมักจะเจอนักเดินป่าชาวญี่ปุ่นมากหน้าหลายตา มีตั้งแต่เด็กไม่กี่ขวบ ไปจนถึงผู้สูงอายุ 70-80 ปี หลายคนแบกเป้ไปเดินคนเดียว ถ้าผมเดินเจอแบบนี้ที่ไทย ก็คงจะมีคนตั้งคำถามว่า ลูกเต้าไม่ดูแลหรืออย่างไร ปล่อยออกมาคนเดียวแบบนี้ เกิดพลาดล้มขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไร ?

มีอยู่ครั้งนึงผมเจอคุณป้าชาวญี่ปุ่นคนนึง คะแนอายุราว 60 ปี ระหว่างที่เดินลงเขา แกเดินสะดุดรากไม้ลมลงอย่างแรงต่อหน้าต่อตาผม ไม่รู้ทำไมตอนแกล้ม ผมเห็นอิริยาบทตอนล้มของแกชัดเจน เริ่มจากเท้าสะดุดรากไม้ ร่างกายท่อนบนเอนลมลงตามแรง ในขณะที่ท่อนล่างเข่างอลง หัวเข่าทั้ง 2 ข้างวางลงพื้นก่อน แล้วท่อนบนค่อยล้มลงตาม มือทั้ง 2 ข้างกางออก ฝ่ามือแผ่ออกทั้งคู่ ฝ่ามือลงพื้นก่อน แล้วหน้าค่อยลงพื้นตาม สุดท้ายฝ่ามือและใบหน้าแนบกับพื้นดิน

นั่นเป็นท่วงท่าการล้มที่มีศิลปะมาก บ่งบอกได้ถึงประสบการณ์เดินป่าที่สะสมมา ไม่มีทางเลยที่นี่จะเป็นการล้มแบบมือใหม่

หน้าคุณป้าวางแนบพื้นอยู่พักนึง ผู้คนรอบข้างที่เห็นรีบวิ่งเข้าไปช่วย คุณป้าไม่รีบลุกขึ้น รอดูอาการซักพักนึง เห็นว่าไม่มีอาการอะไรตามมา แกค่อยๆ ยกหน้าขึ้นจากพื้น ลุกขึ้นอย่างช้าๆ และสิ่งแรกที่แกทำคือ โค้งตัว กล่าวคำ "ขอโทษ" ขอโทษที่ทำให้คนรอบข้างที่เข้ามาช่วยแกต้องลำบากไปด้วย

ผมยืนมองด้วยความประทับใจ แล้วอดนึกขึ้นมาไม่ได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นมีความผูกพันธ์กับกิจกรรมเดินป่าได้มากขนาดนี้ การเดินป่าเหมือนฝังอยู่ในร่างกายและจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น ผมจึงลองค้นคว้าหาคำตอบดู สรุปออกมาได้เป็นข้อๆ ตามนี้

🔶 สภาพทางภูมิศาสตร์ของญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีพื้นที่ประมาณ 70-80% เป็นภูเขาและป่าไม้ ดังนั้นแล้วสำหรับคนญี่ปุ่น ภูเขาไม่ใช่สถานที่ห่างไกล ที่เดินทางไปได้ยาก แต่เป็นฉากหลังที่มองเห็นอยู่ทุกวัน เมืองส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในที่ราบแคบๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา การเดินขึ้นเขาจึงง่ายพอๆ กับการเดินไปสวนสาธารณะ

🔶 รากฐานทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่น

คนญี่ปุ่นเติบโตมากับแนวคิดว่ามนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ที่เรียกว่า ชินโต ( เก่าแก่มากพอๆ กับศาสนาพุทธ ) สำหรับคนญี่ปุ่น ภูเขาไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ "ที่พำนักของเทพเจ้า" การขึ้นเขาในสมัยก่อนไม่ใช่การไปเที่ยว แต่คือการไปจาริกแสวงบุญ เพื่อแสดงความเคารพต่อเทพเจ้า การเดินป่าจึงเหมือนการกลับบ้านไปหาความสงบมากกว่าการไปพิชิตยอดเขา

ลัทธิชูเก็นโด (ชินโต + พุทธนิกายมหายาน) เชื่อว่า ภูเขาคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการขัดเกลาจิตใจ ทำให้คนญี่ปุ่นมองว่าการเดินป่าหรือปีนเขาคือการ "ชำระล้างจิตใจ" และการได้เกิดใหม่ผ่านความลำบากในธรรมชาติ

🔶 การส่งเสริมจากภาครัฐให้เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

วัฒนธรรม "ชินรินโยกุ" (Shinrin-yoku) ความหมายคือ "การอาบป่า" เกิดขึ้นในช่วงปี 1980 ซึ่งเป้นช่วงที่ญี่ปุ่นมีปัญหาเรื่องคนทำงานหนักมากจนเสียชีวิต
ชินรินโยกุ เป็นศิลปะการเชื่อมต่อกับธรรมชาติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่
▪ การใช้ตาดู สีเขียวบนใบไม้ แสงแดดที่ส่องลงมา
▪ จมูกสูดอากาศ ดมกลิ่นต้นไม้
▪ ลิ้น ดื่มชากลางป่า
▪ หู ฟังเสียงนกร้อง เสียงลม เสียงน้ำไหล
▪ สัมผัส เปลือกไม้ เดินเท้าเปล่าบนหญ้า หรือสัมผัสน้ำในลำธาร
หน่ายงานภาครัฐบาลส่งเสริมวัฒนธรรมการเดินป่านี้ ในฐานะ "เวชศาสตร์ป้องกัน" โดยมีผลวิจัยรองรับว่ากลิ่นไฟตอนไซด์ (Phytoncides) จากต้นไม้ช่วยลดความดันโลหิตและเพิ่มภูมิคุ้มกัน

ด้วยแนวคิดที่ว่า "การป้องกันถูกกว่าการรักษา" มีการส่งเสริมโปรแกรม "Healthy Japan 21" ที่กระตุ้นให้ผู้สูงอายุขยับร่างกาย การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออกมาเดินป่าช่วยลดความเสี่ยงโรค NCDs และสมองเสื่อมได้อย่างมหาศาล รัฐบาลจริงจังถึงขั้นประกาศวันหยุด "วันแห่งภูเขา" (Yama no Hi) และมีการดูแลป่าชุมชน ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อให้การเดินป่าเป็น การรักษาที่ไม่ต้องใช้ยา

🔶 โครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่เอื้อต่อการไปเดินป่า

การเดินป่าที่ญี่ปุ่นนั้น สะดวกและปลอดภัย สามารถไปเช้า-เย็นกลับได้ เพราะการคมนาคมที่ครอบคลุม รถไฟและรถบัสเข้าถึงตีนเขาแทบทุกแห่ง คุณสามารถนั่งรถไฟออกจากโตเกียวเพียง 50 นาทีก็ถึงเส้นทางเดินป่าแล้ว ไปเช้าเย็นกลับได้ หรือไปค้างคืนเสาร์ อาทิตย์ แล้วกลับมาทำงานวันจันทร์ก็ทำได้สบายๆ

นอกจากนั้นเส้นทางเดินมีมาตรฐานความปลอดภัยที่วางใจได้ ระบบการออกแบบเส้นทางเดินที่ชัดเจน มีบอกระดับความยาก - ง่าย มีกระท่อมบนภูเขา อาหารและที่พัก รวมถึงระบบการแจ้งเหตุฉุกเเฉินที่มีมาตรฐาน ทำให้ถึงแม้จะเดินทางไปคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร

🔶 แรงจูงใจ

วัฒนธรรมรางวัลหลังการเดิน: ป่าคู่กับออนเซ็น นี่คือแรงจูงใจมหาศาล เส้นทางเดินป่าส่วนใหญ่มักจะสิ้นสุดหรือมีทางผ่านไปยัง หมู่บ้านออนเซ็น การได้แช่น้ำพุร้อน หลังจากใช้กล้ามเนื้อมาทั้งวันเป็นวัฒนธรรมการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมาก ถ้าใครได้เคยลองจะต้องติดใจ จนต้องกลับมาเดินซ้ำๆอีกแน่นอน ขนาดคนเดินทางแบบประหยัดอย่างผม ก็ยังติดใจจนต้องกันงบเดินทางส่วนหนึ่งอุทิศให้กับการแช่ออนเซ็นหลังจากการเดินป่าเลยครับ

🔶 การทำให้การเดินป่าเป็นเกมส์ ที่มีรางวัล

คนญี่ปุ่นใช้ความชอบในการสะสมมาสร้างวินัย เช่น การทำตราประทับเป็นลายเฉพาะท้องที่ไว้บนยอดเขา ให้คนไปประทับตราสะสม หรือ หนังสือที่คนพูดถึงกันมากอย่าง "100 ภูเขาดังของญี่ปุ่น" กลายเป็น "คัมภีร์" ที่ทำให้คนญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายว่า "ชีวิตนี้ต้องเก็บให้ครบ 100 ยอด" ช่วยกระตุ้นให้คนออกไปเดินป่าอย่างต่อเนื่อง หรือ อย่างน้ำตกน้ำแข็งในฤดูหนาวที่ผมเพิ่งโพสต์ลงวันก่อน ก็มีการจัดอันดับเป็น 1 ใน 3 สุดยอดน้ำตก พอรู้ว่ามีแบบนี้อีก 2 ที่แล้ว ก็ยังรู้สึกอยากจะไปเก็บให้ครบเหมือนกัน

ด้วยเหตุผลข้างต้นผมจึงสรุปได้ว่า ความชื่นชอบในการเดินป่าของคนญี่ปุ่นนั้น มันคือการผสมผสานระหว่าง ภูมิประเทศ + วัฒนธรรมความเชื่อ + นโยบายด้านสุขภาพ + ความสะดวกในการเดินทาง และ ความสุขที่ได้รางวัลหลังความเหนื่อยยาก ทั้งหมดนี้ประสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนเป็นวัฒนธรรมการเดินป่าที่ฝังรากลึกในคนญี่ปุ่น

ใจอยากให้บ้านเราการเดินป่าเป็นกิจกรรมออกกำลังที่ทำกันเป็นประจำบ้าง แต่พอหันไปดูสภาพจริงแล้ว ภูเขาเราก็น้อยกว่าเยอะ การเดินทางไปก็ใช้เวลาเยอะ กว่าจะเดินทางไปถึงภูเขาได้ ไหนจะจองคิวเข้าอุทยาน เขียน resume สมัครอีก ... ดูๆแล้ว เดินป่าไทยมันไปยากเหมือนกันนะครับนี่

หรือ ทุกท่านคิดเห็นกันอย่างไร เล่าสู่กันฟังได้

พีท

ติดตามร้านเราได้ทางช่องทางเหล่านี้ครับ
Line ID : http://line.me/ti/p/~
Facebook : อุปกรณ์เดินป่า Pete & Paul
Tiktok : https://www.tiktok.com/
โทร : 081-639-7575 (พีท)
อีเมล : [email protected]

#เรื่องเล่าการเดินป่า #เดินป่าญี่ปุ่น

07/02/2026
16/01/2026

ออกเดินทางรอบโลก
ด้วยเงินเริ่มต้น 15,000 บาท
ผ่านมา 27 ปีแล้ว
ได้มาบอก บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
Karl Bushby หลุดจากกรอบชีวิตที่น่าเบื่อในกองทัพ ออกเดินทางไม่มีวันกลับ เพราะเขาสัญญาว่า "จะกลับบ้านต่อเมื่อเดินทางรอบโลกให้จบ หรือจะตายก่อน"
ปี 1998 Karl Bushby ชายหนุ่มวัย 29 ปี ลาออกจากกองทัพอังกฤษ เดินทางมาที่ Punta Arenas ประเทศชิลี ด้วยเงินในกระเป๋าแค่ 500 เหรียญสหรัฐ อุปกรณ์เอาชีวิตรอดเล็กน้อย และเป้าหมายที่ไม่มีใครในประวัติศาสตร์ทำสำเร็จมาก่อน นั่นคือ เดินเท้ารอบโลกโดยไม่ขาดตอน
ภารกิจที่ชื่อว่า "Goliath Expedition" มีกฎเพียง 2 ข้อ
Bushby ตั้งกฎง่ายๆ แต่เข้มงวดสำหรับตัวเอง ข้อแรก เดินเท้าหรือว่ายน้ำเท่านั้น ห้าม ใช้ยานพาหนะใดๆ ข้อที่สอง ห้ามกลับบ้าน จนกว่าจะเดินทางไปถึงอังกฤษ
"กฎสองข้อนี้ฟังดูง่าย แต่พอเจอกับความเป็นจริง ทุกอย่างซับซ้อนมาก โดยเฉพาะเรื่องวีซ่า รัฐบาลที่ยากจะติดต่อ และชายแดนที่มีปัญหา"
เขาเดินทางผ่านทวีปอเมริกา เอเชีย และยุโรป โดยเดินวันละประมาณ 30 กิโลเมตร แม้จะมีอุปสรรคมากมาย ปัจจุบันเขาอยู่ในยุโรปแล้ว และคาดว่าจะเดินทางกลับถึงอังกฤษในปีหน้า
จากทหารที่เบื่อหน่าย สู่นักผจญภัยที่ไม่มีวันหยุด
"ผมใช้เวลา 12 ปีในกองทัพอังกฤษ รอที่จะไปที่ไหนสักแห่ง แต่ก็ไม่เคยไปไหนจริงๆ นอกจากไอร์แลนด์เหนือ เราอยู่ในช่วงเวลาที่สงบสุขที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์" เขากล่าว
"เราเบื่อ เหนื่อย เริ่มมีความอยากรู้อยากเห็น และซุกซน บางจุดผมเริ่มวาดเส้นบนแผนที่ ฝันกลางวันเกี่ยวกับระยะทางที่ยาวไกล และขอบฟ้าที่อยู่ไกลออกไป จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มขึ้น"
วันหนึ่ง Bushby วาดเส้นจากสหราชอาณาจักร ผ่านยุโรปและเอเชีย ผ่านไซบีเรีย ข้ามช่องแคบ Bering เข้าสู่อเมริกาเหนือ และลงไปยังปลายสุดของอเมริกาใต้ "พอได้เส้นนี้บนแผนที่แล้ว ก็เหมือนไม่มีทางถอยหลัง ขนลุกเลย"
ปี 1998 Bushby ลาออกจากกองทัพอังกฤษ นั่งเครื่องบินทหารไปหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ แล้วเปลี่ยนเครื่องพาณิชย์ไป Punta Arenas ประเทศชิลี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจ
"วันแรกที่คุณก้าวเท้าลงบนถนนนั้น เป็นวันที่น่าจดจำ เพราะตอนนั้นคุณอยู่ห่างจากบ้านมาก คุณเผาสะพานทุกสายแล้ว คุณบอกทุกคนว่าคุณยอมตายดีกว่ากลับบ้าน" Bushby กล่าว
"คุณมีแค่ 500 เหรียญสหรัฐในกระเป๋า ไม่มีการสนับสนุน ไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือเปล่า แค่มีความเชื่อสุดๆ ว่าคุณจะทำให้มันสำเร็จได้ คุณอยู่บนถนนที่ยาวประมาณ 36,000 ไมล์ โดยไม่รู้เลยว่าจะเจออะไร ณ จุดนั้น คุณอยู่ไกลกว่าภารกิจส่งมนุษย์ไปดาวพฤหัสบดีเสียอีก"
บทเรียนสำคัญที่สุด ไม่ใช่เรื่องความอดทน แต่เป็นเรื่องความสุข ในช่วง 27 ปีที่ผ่านมา Bushby ผ่านเหตุการณ์สุดขีดมากมาย
เขาข้ามช่องเขา Darien Gap ที่มีชื่อเสียงว่าอันตราย ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่รัสเซีย ถูกจำคุกในปานามา เกือบตายแข็งในอลาสกา และว่ายข้ามทะเลแคสเปียนเป็นเวลา 31 วัน
นอกจากนี้ เขาเคยอดอาหารหลายวันหลังจากเดินทางหลายไมล์ พึ่งพาคนแปลกหน้าเพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ และจบหลายคืนด้วยตัวคนเดียวในเต็นท์ที่ตั้งข้างถนน
"จิตวิทยาของความหิวนั้นน่าสนใจ มันไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้นเคยกันจริงๆ เมื่อคุณไม่รู้ว่าจะได้อาหารมื้อต่อไปเมื่อไร คุณจะหมกมุ่นกับการหาอะไรทาน"
"คุณจะเห็นอาหารทุกที่ ทุกเงา ทุกก้อนหิน ดูเหมือนอะไรบางอย่างที่กินได้ คุณจะวิ่งไปรอบๆ ไล่ตามภาพหลอนเป็นส่วนใหญ่"
แม้จะผ่านความท้าทายมากมาย แต่บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาค้นพบ ไม่ใช่เรื่องความเจ็บปวดทางกายภาพหรือความอดทน แต่เป็นเรื่องความสุข และว่ามันมาจากความสัมพันธ์ของคุณกับคนอื่นจริงๆ
"ถ้าคุณถามผมว่า อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดที่คุณทำในช่วง 27 ปีที่ผ่านมา นั่นคือการสูญเสียผู้หญิงที่คุณตกหลุมรักอย่างแน่นอน นั่นเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่คุณต้องเผชิญ เรื่องร่างกาย ความเจ็บปวดนั้นง่าย ความทุกข์ทรมานต่างหาก" Bushby กล่าว
ในทางตรงกันข้าม เขากล่าวว่า "ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดคือเมื่อผมอยู่ในความสัมพันธ์เหล่านั้น เมื่อคุณอยู่กับใครบางคน"
โลกนี้ใจดีกว่าที่คิด
เขายังได้เรียนรู้ว่าผู้คนโดยทั่วไปใจดีมาก ในทุกวัฒนธรรมและภูมิภาคของโลก หลายครั้งตลอดการเดินทาง เขาถูกรับเข้าไป ให้อาหาร และดูแลโดยคนแปลกหน้าที่ไม่ขอแม้แต่สิ่งตอบแทน
"คุณไม่ได้พูดภาษาเดียวกันด้วยซ้ำ มันจึงเป็นแค่รอยยิ้มและพยักหน้า แล้วพวกเขาก็ส่งคุณต่อ มันเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง และมันเกิดขึ้นในทุกวัฒนธรรม ทุกประเทศ"
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

10/11/2025

🌸 เทศกาลชมสวน 2568 | Flora Festival 2025 🌸
ภายใต้แนวคิด Bloom for the Future : Blossoms, Biodiversity & Breaths “การเบ่งบานแห่งชีวิต ธรรมชาติ และความงดงามที่ยั่งยืน”
📅 17 พฤศจิกายน 2568 – 28 กุมภาพันธ์ 2569
🕗 เวลา 08.00 – 18.00 น.
📍 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่
มาร่วมสัมผัสความงดงามของไม้ดอกนานาพันธุ์หลากสีสันนับล้านดอกจากเกษตรกรบนพื้นที่สูง โอบล้อมด้วยกลิ่นไอวัฒนธรรมท่ามกลางธรรมชาติที่ยั่งยืน พร้อมบรรยากาศแห่งความสดใสของฤดูหนาว เพลิดเพลินกับกิจกรรมเสวนาทางวิชาการ กิจกรรม Workshop ช้อปของดีจากยอดดอยและสินค้าจากชุมชนในตลาดนัดชาวดอย พร้อมกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายให้ได้เรียนรู้ สนุก และเก็บความประทับใจกลับบ้าน 💐
🌼 ไฮไลท์เดือนพฤศจิกายน 2568
: ชมสีสันแห่งพรรณไม้เมืองหนาวหลากชนิดที่เริ่มผลิบานต้อนรับเทศกาล
: เช็กอินบน Sky Walk ชมวิวมุมสูงแบบ 360 องศา
: 28 พ.ย. 68 เพลินกับกิจกรรม Walking Tour เดินสวนกับคนสวน “เรือนร่มไม้-Sky Walk-พืชทะเลทราย-พืชเขตร้อนชื้น”
🌸 ไฮไลท์เดือนธันวาคม 2568
: ตระการตากับไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากเกษตรกรบนพื้นที่สูง
: การจัดสวนแบบ Green Wall พร้อมมุมเช็กอินสุดปัง
: 17-20 ธ.ค.68 กิจกรรมสัปดาห์กล้วยไม้ “มหัศจรรย์สีสันพรรณกล้วยไม้” ณ เรือนกล้วยไม้
: 14 และ 17 ธ.ค. 68 กิจกรรม Workshop Herbarium
: 21 ธ.ค. 68 สนุกกับกิจกรรม Workshop ผ้ากอดธรรมชาติ..เรียนรู้สีจากธรรมชาติ
: ช้อปของดีจากเกษตรกรบนพื้นที่สูงและสินค้าจากชุมชนในตลาดนัดชาวดอย
: เพลิดเพลินกับการจัดแสดงไฟยามค่ำคืนในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชน พร้อมเปิดตัว “น้องคูนนี่” Mascot โฉมใหม่ของอุทยานหลวงราชพฤกษ์
🌹 ไฮไลท์เดือนมกราคม 2569
: ตระการตากับไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากเกษตรกรบนพื้นที่สูง
: ต้อนรับปีใหม่กับทุ่งดอกไม้หลากสีสัน ณ สวนพรมบุปผา/ สวนสวัสดี/ สวนเนเธอร์แลนด์
: 15 – 18 ม.ค. 69 สายกาแฟห้ามพลาด! สัปดาห์ Coffee Week เส้นทางแห่งกาแฟแก้วพิเศษที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
: 23 – 25 ม.ค. 69 เพลิดเพลินกับสัปดาห์แห่งความสนุก Kids Week ที่สนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
: 24 – 25 ม.ค. 69 สร้างสรรค์สวนสวยจิ๋วใน Workshop จัดสวนถาด “สวนโลกเล็กแห่งจินตนาการ”
: ช้อปของดีจากเกษตรกรบนพื้นที่สูงและสินค้าจากชุมชนในตลาดนัดชาวดอย

💖 ไฮไลท์เดือนกุมภาพันธ์ 2569
: สัมผัสเสน่ห์ของไม้ดอกโทนสีแดง–ชมพู ต้อนรับเดือนแห่งความรัก
: เพลิดเพลินกับความงามของไม้ยืนต้น อาทิ ส้มสุก ประดู่แดง และกัลปพฤกษ์
: ตื่นตากับกุหลาบกว่า 220 สายพันธุ์ ณ โดมกุหลาบ
: 11-18 กพ.69 กิจกรรม Valentine Day ความรักผลิบาน..ท่ามกลางอุทยานหลวงราชพฤกษ์
: 9 – 13 ก.พ. 69 พบกับสัปดาห์สมุนไพร “เปิดโลกสมุนไพรโลกแห่งองค์ความรู้”
: 14 ก.พ. 69 เตรียมตัวให้พร้อมกับงานวิ่งสุดโรแมนติก Cupid Run
: 25 – 28 ก.พ. 69 กิจกรรมเทศกาลฮานามิ “จิบกาแฟ ปูเสื่อ ชมกัลปพฤกษ์“
: ช้อปของดีจากเกษตรกรบนพื้นที่สูงและสินค้าจากชุมชนในตลาดนัดชาวดอย
นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ Grow Green Journey สีสันพรรณไม้และการเข้าสู่สังคมไร้มลพิษ/ กิจกรรมเสวนาทางวิชาการ/ กิจกรรม Zero Waste in the Park แยกขยะรักษ์โลก ปลูกจิตสำนึกสีเขียว/ กิจกรรม Green Garden Passport หยุดพัก-นั่งสมาธิ-สังเกตธรรมชาติ/ กิจกรรม Coffee & Bikes ปั่น แลก ลด ให้ได้ร่วมชมและร่วมสนุกตลอดเทศกาล
🌿 มาท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนพร้อมสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและแรงบันดาลใจแห่งการเบ่งบานไปด้วยกันที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ 💚
🌳 อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่
📍 Google Map : https://maps.app.goo.gl/LQc9jvvNSbGNGE7X9
⏰ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
📞 สอบถามเพิ่มเติม : 053-114110-2
🎟️ ราคาบัตรเข้าชม 👉 https://bit.ly/4fbUBkN
🗺️ แผนที่อุทยานฯ 👉 https://www.royalparkrajapruek.org/Map

#เทศกาลชมสวน2568 #อุทยานหลวงราชพฤกษ์

Still on my mind.
30/10/2025

Still on my mind.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบพระราชพิธีหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ที่เมือ...

03/08/2025

มช. ขอเชิญ“ปฏิบัติธรรมเนื่องในวันแม่แห่งชาติ” การเข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม : การฝึกอบรมพัฒนาสติและปัญญา ปีที่ 29 ระหว่างวันที่ 10 - 14 สิงหาคม 2568 ณ สถาบันพิโมกมุข ณ สถาบันพิโมกข์มุข จังหวัดเชียงใหม่ สมัครได้ที่ https://cmu.to/vS1vG

ที่อยู่

ซอย 18 บ้านใหม่หลังมอ
Chiang Mai
50200

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66942512709

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Insight Hostelผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Insight Hostel:

แชร์

ประเภท