บ้านพระยาล้านนา ริมน้ำ โฮมสเตย์ Banphrayalanna Rimnam Homestay

บ้านพระยาล้านนา ริมน้ำ โฮมสเตย์  Banphrayalanna Rimnam Homestay สถานที่จัดงานหรือพักผ่อนแบบโฮมสเตย์เชิงเกษตรกรรมในบรรยากาศล้านนาโคโลเนียลริมน้ำแม่งัด

สถานที่พักผ่อนแบบโฮมสเตย์เชิงเกษตรกรรมในบรรยากาศล้านนาโคโลเนียลริมน้ำแม่งัด
ชิมกาแฟสดบดด้วยมือบ้านเจ้าพระยา
ลิ้มรสอาหารล้านนา ณ เฮือนขันข้าว-เตาไฟ
เรียนรู้ธรรมชาติกว้างไกลกับกิจกรรมขี่จักรยานเพื่อการท่องเที่ยว ร่วมกิจกรรมการทำนาปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ปลอดสารพิษตามฤดูกาล หรือเก็บผักสดผลไม้ในโครงการใช้รับประทานได้ตามอัธยาสัย
สนใจห้องพัก: 0903196635, 0987892995

13/11/2023

“ไข่ปิ้งขายยังไง?”
พ่อค้าชราก็ตอบว่า.."ฟองละ 5 บาทครับ"
คุณนายถามว่า
"ถ้าฉันซื้อ 6 ฟอง 25 บาทได้ไหม"
(ที่จริงควรจะ 30 บาท)
พ่อค้าชราตอบว่า
"แล้วแต่คุณนายเถอะ
อยากซื้อเท่าไหร่จ่ายเท่าไหร่ก็ตามสะดวก
วันนี้อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของผมก็ได้
เพราะตั้งแต่เช้า ผมยังขายไข่ไม่ได้เลย"
แล้วคุณนายก็หิ้วไข่ 6 ฟอง
เดินไปขึ้นรถเก๋งที่มีเพื่อนๆ นั่งอยู่แล้ว
แล้วคุยกับเพื่อนอย่างภาคภูมิใจ
ว่าซื้อไข่ได้ในราคาถูกกว่าที่พ่อค้าขาย.
หลังจากนั้นคุณนายและผองเพื่อน
ก็ไปภัตตาคารแห่งหนึ่ง
สั่งอาหารมามากมายเต็มโต๊ะ
และทานกันอย่างเพลิดเพลิน
แต่ทานยังไงก็ทานไม่หมด อาหารเหลือทุกจาน
ในที่สุดก็เรียกพนักงานมาเช็คบิล
พนักงานแจ้งว่า "ทั้งหมด 1,400 บาทครับ"
คุณนาย ยื่นเงินไปให้ 1,500 บาท
แล้วบอกว่า “ไม่ต้องทอนนะคะ...”
…..
เงินแค่นี้...
มันธรรมดามากสำหรับเจ้าของภัตตาคาร
แต่สำหรับพ่อค้าชราที่ยืนขายไข่ปิ้ง
ถ้าเขารู้...มันอาจจะเจ็บปวดมากก็ได้นะ
…..
จุดสำคัญคือว่า ...
ทำไมบางคนเวลาซื้อของจากพ่อค้าแม่ค้า
ที่ตลาดสด รถเข็น แผงลอยริมฟุตบาท
หรือชาวบ้านที่ทำมาหาเช้ากินค่ำ
จึงมักต่อรองราคา และรู้สึกพึงพอใจ
หากซื้อได้ถูกกว่าราคาที่เขาตั้งราคาขายไว้??
แต่คนเหล่านั้น เวลาไปเดินห้างสรรพสินค้า
หรือทานอาหารในร้านอาหารดีๆ
หรือช้อปปิ้งสินค้าราคาแพงๆ
กลับไม่เคยคิดที่จะต่อรองราคาแม้แต่บาทเดียว
แถมยังรู้สึกภูมิใจ รู้สึกตัวเองดูดี..
หากได้จ่ายเงินมากกว่าราคาที่เขาขาย
ผ่านการให้ทิปพนักงานบริการ
หรือบอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องทอน
หรือจ่ายง่ายๆ สบายๆ เพื่อดูสวย ดูหล่อ ดูรวย
ทั้งๆที่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้น
ตั้งราคาสินค้าที่บวกกำไร
และผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า
ตามหลักเศรษฐศาสตร์เรียบร้อย
แถมมีต้นทุนชีวิตสูงกว่า มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
พ่อค้าแม่ค้าที่หาเช้ากินค่ำ
และขายสินค้าราคาถูก/ราคามหาชน..
คุณคิดว่าแปลกไหมล่ะ ?..
สักครั้งในชีวิต..
ลองทำแบบนี้ดูไหมคะ??
เวลาที่เราไปซื้อของในตลาด
ตามร้านค้าริมฟุตบาทหรือพ่อค้าแม่ค้ารถเข็น
หรือชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำทั่วไป
ให้เต็มใจซื้อโดยไม่ต่อรองราคา
หรือดีกว่านั้น...
ยินดีจ่ายเงินมากกว่าราคาสินค้าที่เขาขาย
ด้วยใจที่เป็นกุศล ใจของผู้ให้
ใจของผู้พร้อมแบ่งปัน..
เพราะมันเป็นการทำบุญที่มีคุณค่ามาก..
เป็นการให้..
แบบที่คนรับ...ไม่รู้สึกเสียศักดิ์ศรี.......
แล้วลองสังเกตดู...
ว่าทุกครั้งที่เราได้ คิดดี ..พูดดี..ทำดี..
ใจเราจะรู้สึก เบาสบาย อบอุ่น ละมุน
และภูมิใจในตัวเองอย่างที่สุดเลยค่ะ
เพราะยิ่งให้..ยิ่งได้รับ
และการให้...ไม่สิ้นสุด
คนให้ มักมีความสุขกว่า คนรับ เสมอ❤
---------------------------------------
ขอบคุณเจ้าของบทความค่ะ

บ้านพักรับรอง “Dream Knight Nimman” ให้ความรู้สึกเหมือนพักที่บ้านเราเองสามารถเดินช้อป กิน เที่ยว ย่านนิมมานฯ ได้อย่างสะด...
14/10/2023

บ้านพักรับรอง “Dream Knight Nimman” ให้ความรู้สึกเหมือนพักที่บ้านเราเอง
สามารถเดินช้อป กิน เที่ยว ย่านนิมมานฯ ได้อย่างสะดวกทุกซอย ไม่ต้องคอยกังวลหาที่จอดรถ

04/03/2023
จริงที่ยิ่งกว่าจริง ขออนุญาตแชร์ครับ
15/04/2022

จริงที่ยิ่งกว่าจริง ขออนุญาตแชร์ครับ

ในวันที่ 17 เมษายน 1955 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล หมอพบว่าหลอดเลือดเอออร์ตาส่วนท้องปริแตก ทำให้เลือดไหลในช่องท้อง เขาต้องได้รับการผ่าตัด ทว่าอัจฉริยะของโลกบอกหมอว่าเขาไม่ปรารถนาจะรับการผ่าตัดใด ๆ เขากล่าวว่า “ฉันต้องการจากไปเมื่อฉันต้องการ มันไร้รสชาติที่ต่ออายุอย่างผิดธรรมชาติ ฉันทำงานของฉันจบแล้ว ถึงเวลาไปแล้ว ฉันจะจากไปอย่างสง่างาม”

แล้วไอน์สไตน์ก็จากโลกไปในวันรุ่งขึ้น วัยเจ็ดสิบหก ง่าย ๆ เช่นนั้น

เป็นเรื่องอัตโนมัติอย่างยิ่งสำหรับหมอและญาติคนไข้ที่จะยืดชีวิตคนไข้ให้อยู่ในโลกนานที่สุด โดยความคิดว่าการมีชีวิตยืนยาวที่สุดเป็นเรื่องดี ต่อให้รู้อยู่แก่ใจว่าการอยู่ในโลกนานกว่ากำหนดโดยมีสายช่วยชีวิตระโยงระยาง เป็นความทุกข์ที่เราสร้างขึ้นเอง กระนั้นก็ยังทำทุกวิถีทางเพื่อต่อชีวิตให้ยาวที่สุด

คนไข้จำนวนมากในโลกมีชีวิตอยู่ในสภาพตายไปครึ่งตัว บางคนอยู่ในสภาวะโคม่านาน 10-20 ปี บางคนสมองตายแต่ยังหายใจอยู่ เพราะญาติไม่ยอมให้ถอดเครื่องช่วยชีวิต เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะค่านิยมและความเชื่อว่า “ชีวิตเป็นของมีค่า”

ไอน์สไตน์กลับมองว่า ‘ความมีค่า’ กับ ‘ความยาว’ ของชีวิต ไม่ได้อยู่ในสมการเดียวกัน

เขารู้ว่าความยาวของเวลาเป็นเพียงมายา เพราะเวลาเป็นเพียงค่าสัมพัทธ์

ไอน์สไตน์สมแล้วที่เป็นคนฉลาดที่สุดคนหนึ่งในโลก มิเพียงจะเข้าใจหลักฟิสิกส์อย่างดีเยี่ยม หากยังสามารถใช้หลักฟิสิกส์ในชีวิตจริง! เข้าใจสมการชีวิตอย่างลึกซึ้ง และเขาก็ใช้ชีวิตเช่นแนวคิดเรื่องสัมพัทธภาพของเขา!
..........

แนวคิดเรื่องสัมพัทธภาพอาจฟังดูซับซ้อนเกินเข้าใจ แต่เมื่อมองในมุมการเข้าถึงธรรมของพุทธ จะเข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก เพราะปรัชญาพุทธอธิบายหลักการใช้ชีวิตให้มีทุกข์น้อยที่สุดได้โดยการละวางทวิลักษณ์ เนื่องจากมันเป็นมายา

เป็นมายาอย่างไร?

ชายคนหนึ่งเที่ยวรอบโลกอย่างสนุกสนานนานหกเดือน เขารู้สึกว่าเวลาหกเดือนสั้นอย่างยิ่ง แต่หากเขาต้องโทษจำคุกหกเดือน หกเดือนเท่ากันนั้นจะยาวนานอย่างยิ่ง

นี่ก็คือสัมพัทธภาพ มันเกิดจากการเปรียบเทียบเวลาที่บวกความสนุกกับเวลาที่บวกความไม่สนุก ย่อมรู้สึกว่าแตกต่าง ทั้งที่เป็นเวลาเท่ากัน

สมมุติว่าธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ทั้งโลกมีอายุเฉลี่ย 30 ปี เราจะเคยชินกับตัวเลขนี้ และรู้สึกว่าถ้าใครอายุถึง 40 คือยืนยาวมาก

แต่ใน พ.ศ. นี้ อายุเฉลี่ยของมนุษย์คือ 70-80 ปี ตัวเลข 40 ก็กลายเป็น ‘สั้น’ ขึ้นมาทันที ทั้งที่เป็นระยะเวลาเท่ากัน

ถ้าวันหนึ่งในอนาคต อายุเฉลี่ยของมนุษย์สูงขึ้นถึง 150 ปี ตัวเลข 80 ที่เรารู้สึกว่า ‘ยาว’ ในวันนี้ก็จะกลายเป็น ‘สั้น’ ขึ้นมาทันที

ความยาว-สั้นจึงเป็นสัมพัทธ์และเป็นมายา

เมื่อเราเอามือแตะน้ำเดือด เรารู้สึกว่ามัน ‘ร้อน’ เมื่อแตะน้ำเย็น เรารู้สึกว่า ‘เย็น’

แล้วเราก็ตั้งเป็นกฎขึ้นมาว่า 100 องศาเซลเซียสคือร้อน 0 องศาคือเย็น

ทว่าสัตว์น้ำหลายพันธุ์ซึ่งอาศัยบริเวณปล่องภูเขาไฟระอุใต้มหาสมุทรกลับอยู่ในน้ำเดือดปุดอย่างสบาย พวกมันไม่รู้สึกว่าบ้านน้ำเดือดของมันร้อนแต่อย่างไร เพราะพวกมันชินของพวกมันอย่างนั้น ถ้าพวกมันรู้สึก ‘ร้อน’ สุดทนทาน ก็คงย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นแล้ว

ค่า ‘ร้อน’ จึงไม่สัมบูรณ์ ไม่ตายตัว ไม่ใช่ความจริงสูงสุด เพราะเราชาวมนุษย์กับสัตว์ใต้ทะเลพวกนั้นเห็นต่างกัน เราบอกว่าร้อนเพราะเราใช้มาตรฐานความเคยชินของเราวัด พวกมันบอกว่าไม่ร้อนเพราะใช้มาตรของพวกมันวัด

ร้อน-เย็นจึงเป็นสัมพัทธ์และเป็นมายาเช่นเดียวกัน

ทุกข์-สุขก็เป็นมายา ไม่ใช่ค่าตายตัว เป็นสัมพัทธภาพขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เราวัดด้วยความรู้สึกและอารมณ์ในแต่ละช่วงเวลา

คนคนหนึ่งเห็นว่าเรื่องหนึ่งเป็นทุกข์มาก อีกคนหนึ่งมองเรื่องเดียวกันว่าทุกข์น้อยหรือไม่ทุกข์เลย มันไม่มีค่าสัมบูรณ์อย่างแท้จริง

สัมพัทธภาพในโลกนี้ก็คือทวินิยม ร้อน-เย็น ยาว-สั้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่เรากำหนดให้ตัวเองรู้สึกเองทั้งสิ้น โดยใช้ตัวเองเป็นบรรทัดฐาน

เวลาต่างกันก็ทำให้มายาเดิมส่งผลต่างกันได้ เช่น ทุกครั้งที่รถคันอื่นแซง จะรู้สึกโกรธ แต่หากวันนั้นได้รับโบนัสห้าเดือน ถูกรถแซง อาจไม่รู้สึกโกรธอย่างที่เคยเป็น สามารถฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ด้วยซ้ำ

ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ทุกข์’ มีหลายระดับ ขึ้นกับความรู้สึกและประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน ไม่เหมือนกันทั้งที่เป็นเรื่องเดียวกัน

ยึดมายาเป็นค่าสัมบูรณ์เมื่อไร เราก็ทุกข์เมื่อนั้น

ความรู้สึกและความเคยชินทำให้เรามองข้ามข้อเท็จจริง แล้วติดฉลากสิ่งที่เราไม่ชอบว่า ‘ปัญหา’

ชีวิตก็คือสัมพัทธภาพ ความยาว-สั้นของเวลาชีวิตเป็นเพียงมายา จะอยู่ในโลกนานขึ้นอีกห้าปี สิบปี อาจไม่แตกต่างอะไร หากเวลาที่เรามีนั้นไร้คุณภาพหรือไร้ความหมาย ดังนั้นถ้าหลงคิดว่าตัวเลขอายุมาก ๆ คือดี ก็อาจหลงทาง มองคุณค่าของชีวิตผิดเพี้ยนไป

ลองถามตัวเองว่าหากมีชีวิตยาวขึ้นอีกวันสองวัน ร้อยวัน สร้างความแตกต่างอะไรหรือไม่ หากไม่แตกต่าง จำนวนวันบนโลกก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เร็วหรือช้าไม่มีผลอะไรต่อโลกอีกแล้ว

บางทีความยาวของชีวิตอาจไม่สำคัญเท่าว่าช่วงชีวิตที่มีลมหายใจ เจ้าของชีวิตทำอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร ที่ทำให้การมีชีวิตอยู่บนโลกของเขานั้นดีกว่าการไม่มี

เมื่อเข้าใจสัมพัทธภาพแห่งชีวิต เราก็จะเข้าใจมายาอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก และเมื่อนั้นเราก็อาจสามารถกำหนดชีวิตของเราได้เอง

เมื่อพบทุกข์ ก็สามารถพิจารณาว่ามันเป็นเพียงระดับความรู้สึกที่เราสร้างขึ้นมาด้วยความเคยชินหรือด้วยประสบการณ์เก่า เมื่อเข้าใจเราก็อาจสามารถลดมาตรวัดความทุกข์ลง ทำให้รู้สึกแย่น้อยลงทั้งที่เป็น ‘ทุกข์’ อันเดิม

ดังนั้นเวลาสุขอย่าลืมตอนทุกข์ เวลาทุกข์อย่าลืมตอนสุข เวลาเศร้าอย่าลืมตอนหัวเราะ เวลาหัวเราะอย่าลืมตอนเศร้า เวลาซึมอย่าลืมตอนสดชื่น เวลาเหงาอย่าลืมตอนมีเพื่อน ฯลฯ

เพราะทุกอารมณ์เป็นเรื่องเดียวกัน ต่างที่ว่าจะไปจับตรงช่วงไหนของเรื่องนั้น


จากหนังสือ #ความสุขเล็กๆก็คือความสุข สนใจซื้อตรงจากนักเขียนที่ http://www.winbookclub.com/shopping.php (หมวดแนวกำลังใจ)

ขอบใจนะ ที่เธออยู่นิ่งๆ
13/03/2022

ขอบใจนะ ที่เธออยู่นิ่งๆ

06/03/2022
08/12/2021

ที่อยู่

55 M. 5, T. Cho Lae
Chiang Mai
50150

เบอร์โทรศัพท์

+66987892995

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านพระยาล้านนา ริมน้ำ โฮมสเตย์ Banphrayalanna Rimnam Homestayผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บ้านพระยาล้านนา ริมน้ำ โฮมสเตย์ Banphrayalanna Rimnam Homestay:

แชร์