30/07/2021
📚มีหนังสือดีๆ น่าอ่านสักเล่ม สร้างจินตนาการได้อีกมากมาย นอนพักในบ้านแสนสบาย อากาศดี๊ดีแบบนี้ ความสุขง่ายๆ ที่เราเลือกได้ค่ะ
มีนักอ่านหลายคนมาก ๆ ที่เมื่ออ่านหนังสือไปแล้วสักพัก จินตนาการในหัวมันมากมายเสียจนเก็บไว้ไม่อยู่ จนอยากจะลงมือเขียนหนังสือสักเล่มเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้จะทำยังไง
หรือสำหรับบางคนก็เป็นนักเขียนอยู่แล้ว แต่อยากจะพัฒนางานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นไปอีก แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น
และนี่คือ เคล็บลับ 7 ข้อในการเขียนจากนักเขียนระดับโลก 7 คน
1. นักเขียนที่ดีต้องเป็นนายตัวเอง
พับลิเลียส ไซรัส นักเขียนชาวโรมันซึ่งเกิดเมื่อ 85 ปีก่อนคริสตกาล เคยกล่าวว่า "คุณมีอาณาจักรยิ่งใหญ่หรือไม่? จงเป็นนายของตัวเอง" เขาเปรียบเปรยถึงการเป็นนักเขียนที่ดีจะต้องพึ่งพาตัวเองได้ และควบคุมตัวเองได้
หลายคนต้องคอยอาศัยแรงบันดาลใจจากผู้อื่นในการทำงาน หรือรอแรงกระตุ้นจากคนอื่น แต่นักเขียนที่ประสบความสำเร็จในวงการนี้ ล้วนเป็นคนที่สามารถเป็นนายตัวเองได้ทั้งนั้น สามารถเป็นเผด็จการเหนือตนเอง บังคับให้ตัวเองต้องทำสิ่งที่ต้องทำ นั่นคือ ความมีวินัย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะหยุดพักไม่ได้
จงจำไว้ว่า แม้แต่ดอสโตเยฟสกี (นักเขียนขึ้นหิ้งรัสเซีย) ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองจากการพนันได้
2. นักอ่านที่ดีที่สุดคือนักเขียนที่ดีที่สุด
เจ.เค. โรว์ลิ่งกล่าวว่า "การอ่านเยอะ ๆ สามารถช่วยคุณได้จริง ๆ อ่านอะไรก็ได้ที่คุณสามารถรับมันได้"
การเขียนหนังสือจำเป็นที่คุณจะต้องมีข้อมูลวัตถุดิบมากมายในหัวเพื่อผลิตหนังสือขึ้นมาสักเล่ม และการอ่านหนังสือก็เป็นวิธีการที่ดีและง่ายที่สุดที่คุณสามารถเพิ่มวัตถุดิบให้กับตนเอง
อย่ากลัวที่จะอ่านหลายครั้ง และถ้ารู้สึกว่าหนังสือเล่มใดมันไม่ใช่ ก็แค่เปลี่ยนไปอ่านหนังสือเล่มต่อไป
3. นักเขียนที่ดีที่สุดคือผู้มีประสบการณ์ตรงในโลกแห่งความจริง
ไมเคิล คริชตัน นักเขียนและผู้จัดภาพยนตร์เชื่อมั่นใน "ประสบการณ์ตรง" ในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นอย่างมาก เขาเชื่อว่า ข้อมูลในโลกดิจิตอล หรือสื่อต่าง ๆ บดบังมุมมองของเราเกี่ยวกับโลกความเป็นจริง หรือประสบการณ์ที่เราอาจมีในธรรมชาติ
หนังสือนิยายเกือบทุกเล่มของคริชตันล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ตรงที่เขามีในโลกแห่งความเป้นจริงทั้งสิ้น จากการเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ค้นพบ และสัมผัสมันด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งสมาร์ทโฟน หรือเพื่อน หรือใครก็ตามสำหรับการเสพข้อมูลนั้น ๆ
4. นักเขียนที่ดีที่สุดต้องเขียนทุกวัน
สตีเว่น คิงกล่าวว่า "พวกมือสมัครเล่นนั่งรอแรงบันดาลใจ พวกเราที่เหลือก็แค่ลุกขึ้นไปทำงาน"
การบอกให้ทำงานทุกวันเขียนทุกวันอาจจะเป็นแนวคิดที่เก่าไปเสียหน่อย แต่มันก็เป็นความจริง คุณจะเถียงอะไรได้ หากคำพูดนี้มาจากหนึ่งในนักเขียนที่ร่ำรวยที่สุดและมีอิทธิพลต่อคนอ่านมากที่สุดคนหนึ่ง
คุณไม่สามารถเขียนนิยายเป็นร้อย ๆ เล่มแบบคิงได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าคุณจะเขียนทุกวัน
5. นักเขียนที่ดีที่สุดไม่กลัวที่จะแสดงอารมณ์ออกมา
โรเบิร์ต ฟรอสต์ นักกวีเจ้าของผลงาน A Boy's Will และ North of Boston เคยกล่าวว่า "ถ้าคนเขียนไม่มีน้ำตา คนอ่านก็ไม่มี คนเขียนไม่เซอร์ไพรส์ คนอ่านก็ไม่รู้สึกแปลกใจ"
จงเขียนสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ของคุณ เชื่อว่าคุณสามารถเขียนอะไรบางอย่างที่จะทำให้ตัวเองร้องไห้ได้ คุณก็จะทำได้ จงเชื่อว่าคุณสามารถทำให้ตัวเองประหลาดใจกับงานเขียนของตัวเอง แล้วคุณจะทำได้
สุดท้ายความประหลาดใจดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังผู้อ่าน
6. นักเขียนที่ดีที่สุดเขียนสิ่งที่สังคมและวัฒนธรรมเกลียดชัง
แมเดลีน แลงเกิล เจ้าของหนังสือ A Swiftly Tilting Planet พูดไว้ว่า "คุณต้องเขียนหนังสือที่อยากจะเขียน และถ้าหนังสือนั้นยากเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ คุณก็เขียนมันให้เด็กอ่าน"
วัฒนธรรมมักจะเมินเฉยต่ออารมณ์ที่ไม่เข้าเค้ากับวัฒนธรรมนั้น ๆ ซึ่งแท้จริงแล้ว สังคมใดหรือวัฒนธรรมใดล้วนเป็นลัทธิหนึ่ง เมื่อคุณเลือกที่จะเขียนอะไรก็ตามที่ทำให้คนกลุ่มใหญ่ในสังคมไม่สบายใจ ให้ระวังตัวไว้
วิธีเดียวที่ปลอดภัยในการแบ่งปันความคิดที่ค่อนข้างอ่อนไหวและมีการถกเถียง คือ การเล่าผ่านเรื่องราวที่เรียบง่าย เราจึงมักพบว่า ประเด็นสังคมมากมายมักถูกเล่าผ่าน "เรื่องราวของเด็ก"
7. นักเขียนที่ดีที่สุดไม่มีการศึกษาทางด้านการเขียน
คามิลล์ พาเกลีย เคยกล่าวว่า "จินตนาการไม่สามารถและไม่อาจถูกควบคุม"
นักเขียนส่วนมากที่ได้รับ "การศึกษา" เกี่ยวกับการเขียน มักจะจบลงด้วยการสร้างหนังสือที่สอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองเรียนมามากที่สุด คือเริ่มการจำกัดความคิดเรื่องราวของตัวเอง แล้วควบคุมจินตนาการ
แต่นักเขียนที่เก่งที่สุดหลายคนจะไม่ควบคุมจินตนาการของตน พวกเขาแค่ใช้จินทนาการอย่างรอบคอบ บางครั้งพวกเขาก็ปิดบังความคิดบางส่วนของตนเมื่อเผยแพร่งานสู่สาธารณะ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าวพกเขาจะไม่ซ่อนเรื่องราวหรือความคิดแปลกใหม่ไว้เบื้องหลัง