04/07/2026
ชี้ชัด "การเมือง" ต้นตอปฏิรูปการศึกษาของประเทศ "ล้มเหลว"
พูดกันมานาน เกี่ยวกับ "ปฏิรูปการศึกษา" และ "ความล้าหลัง" การศึกษาของประเทศ มาบัดนี้รู้แล้วว่า ต้นตอมาจาก "การเมือง"
ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่อยู่กับแวดวงการศึกษาในช่วงหลังเป็นเวลายาวนาน 8 ปี มองว่าปัญหามาจากการเมือง หรือพูดให้สุภาพหน่อย คือ กลไกเชิงสถาบัน
"ปัญหาไม่ได้เกิดจากการขาดเจตนารมณ์ แต่เกิดจากความไม่ต่อเนื่องของการปฏิรูป และการขาดกลไกเชิงสถาบันที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนเห็นผลจริง"
แม้ประเทศไทยจะมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญเมื่อปี 2542 มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การกระจายอำนาจ และการปรับหลักสูตร แต่ในช่วงปี 2542–2560 ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึง 20 คน หรือเฉลี่ยดำรงตำแหน่งเพียง 10–11 เดือนต่อคน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและสิงคโปร์ เปลี่ยนรัฐมนตรีเพียง 4 และ 5 คน ในช่วงเวลา 18 ปีเดียวกัน
การเปลี่ยนแปลงผู้กำหนดนโยบายบ่อยครั้ง ทำให้วาระการปฏิรูปจำนวนมากถูกทบทวน เปลี่ยนทิศทาง หรือยุติลงก่อนเห็นผล เปรียบเสมือนการสร้างบ้านบนผืนทราย ต่อให้วางรากฐานไว้อย่างดี เมื่อคลื่นลูกใหม่ซัดเข้ามา ทุกอย่างก็ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ประสาร หยิบยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าประเทศไทยปฏิรูปการศึกษาครั้งสำคัญ เมื่อปี 2542 มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ การกระจายอำนาจ และการปรับหลักสูตร แต่ในช่วงปี 2542-2560 ประเทศไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการถึง 20 คน หรือเฉลี่ยดำรงตำแหน่งเพียง 10-11 เดือนต่อคน ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและสิงคโปร์เปลี่ยนรัฐมนตรีเพียง 4 และ 5 คนในช่วงเวลา 18 ปีเดียวกัน
ขณะที่ผลการประเมิน PISA ของนักเรียนไทยอายุ 15 ปี กสศ. พบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการเรียนรู้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในระดับมัธยมศึกษา แต่เริ่มสะสมมาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กจากครัวเรือนรายได้น้อย ซึ่งยังขาดทั้งทรัพยากร บุคลากร และการลงทุนด้านคุณภาพการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ
👇 ติดตามเพิ่มเติมในคอมเมนต์
#กสศ #ปฏิรูปการศึกษา #หลักสูตรการศึกษา #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา