26/10/2024
ณสุข เวลเนสรีสอร์ท
Wellness in Na Sook style
******
เวลเนสของ ณสุข
คือ Life Style
คือ รสนิยมในการใช้ชีวิต
คือ การกินดีอยู่ดีมีความสุข
คือ การอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติ
คือ การใช้ชีวิตที่สมดุล ระหว่าง กาย ใจ และสิ่งแวดล้อม
คือ การไม่มีโรคภัยไข้เจ็บที่หนักหนาสาหัส
ทั้งนี้มาจากแนวคิดพื้นฐาน ๗ ประการ
๑.ธาตุสี่ สมดุลธาตุสี่ และความเจ็บไข้ได้ป่วย
หากเราเริ่มจากการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เราก็ควรจะรู้แล้วว่า ร่างกายเราก็ประกอบขึ้นมาจากธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ เช่นเดียวกับทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติที่อยู่บนโลกนี้ รู้ได้ง่ายเมื่อเห็นร่างกายเสื่อมสลายก็จะกลายไปเป็นดินน้ำลมไฟเหมือนที่เคยเป็น ร่างกายอันปกติของคนนั้น ธาตุทั้งสี่นี้จะต้องได้ดุลกันเกาะเกี่ยวพึ่งพิงอิงอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่อาจแยกจากกันได้ไม่อาจขาดธาตุใดไปได้ แต่เมื่อไหร่ที่ธาตุทั้งสี่แยกจากกัน ร่างกายนี้ก็แตกสลายทันที และเมื่อไหร่ที่ธาตุทั้งสี่นี้ไม่ได้ดุลกันหรือขาดธาตุใดไปก็จะเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย ธาตุทั้งสี่จะแตกสลายหรือไม่ได้ดุลกันก็ต่อเมื่อตัวเราเองไปขัดขวางภาวะที่สมดุลตามธรรมชาติของมัน
๒.อาหารเป็นยา และเป็นของแสลง
ร่างกายนี้เกิดขึ้นมาในธรรมชาติ เป็นสิ่งเดียวกับธรรมชาติและบำรุงรักษาด้วยธรรมชาติที่เป็นคุณ
อาหารในธรรมชาติคือสิ่งหนึ่งที่ร่างกายนี้ได้รับธาตุสี่มาบำรุงมารักษาซ่อมแซมส่วนสึกหรอ แต่ในขณะเดียวกันอาหารก็เป็นพิษหรือทำร้ายร่างกายนี้ได้ หากกินไม่เหมาะสม หรือกินสิ่งที่ทำลายสมดุลของธาตุ
๓.กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม
ทุกสิ่งที่ถือกำเนิดบนโลก ผ่านการพัฒนาและปรับตัวมายาวนาน จนกระทั่งสมดุลกลมกลืน ยั่งยืน และเพียงพอ หากต้องการจะอยู่ในโลกอย่างมีความสุขก็มีทางเดียวคือ รู้จัก เข้าใจและทำตัวเองให้กลมกลืนกับธรรมชาติของทุกสิ่งบนโลก
๔.เคารพกฏธรรมชาติ กลางวัน/กลางคืน ฤดูกาล พระจันทร์ขึ้น/แรม
ร่างกายมนุษย์มีการทำงานที่สลับซับซ้อนและมีประสิทธิภาพมีกฎเกณฑ์ของธรรมชาติควบคุมไว้
เป็นกฎเกณฑ์แน่นอนที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย ร่างกายที่แข็งแรงจึงได้มาเนื่องจากการทำตัวเองให้สอดคล้อกับกฎธรรมชาติแต่ถ้าเราไปขัดขวาง หรือไม่ทำตามกฎนั้นก็เท่ากับเราทำลายการทำงานของระบบต่างๆผลสุดท้ายก็คือการค่อยๆทำลายชีวิตของตัวเองกฎสำคัญที่สุดที่ร่างกายนี้จะต้องเคารพและปฏิบัติตามคือกฎของกลางคืนและกลางวัน
มนุษย์เป็นเพียงสิ่งเล็กๆสิ่งหนึ่งของจักรวาลอันกว้างใหญ่ จักรวาลนี้อยู่ได้ด้วยแรงดึงดูดซึ่งกันและกันมีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาลมีความมืดและความสว่างเป็นกลไกที่ทำให้จักรวาลนี้รวมตัวกันอยู่ได้มีความร้อนและความเย็นที่สมดุล ทำให้สรรพสิ่งทั้งสิ่งมีชีวิต คน สัตว์และพืชนานาพันธุ์สามารถดำรงอยู่ได้ อย่างสอดคล้อง ผสมผสานกลมกลืน ต่างให้และรับประโยชน์ซึ่งกันและกันมานับล้านปี นี่คือกฎธรรชาติที่ไม่อาจละเมิดได้
๕.นาฬิกาชีวิต Biological Clock
เราจะทำให้การเคลื่อนไหวทั้งมวลของชีวิตมีจังหวะเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติได้อย่างไรหรือ ในเวลากลางวัน ที่พระอาทิตย์เริ่มให้แสงสว่างจนกระทั่งร้อนแรงและอ่อนแสงลง เราควรจะใช้ชีวิตอย่างไร แล้วในยามกลางคืนที่ความร้อนของจ้าวแห่งจักรวาลค่อยๆลดลง จนเย็นจัดแล้วค่อยอุ่นขึ้นมาใหม่ เราควรทำอะไร ปัจจุบันคนจำนวนมากยอมรับเรื่องนาฬิกาชีวิต หรือ Biological Clock ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายที่หมุนเวียนไปตามกลางวันและกลางคืนกระทั่งแบ่งซอยกันเป็นชั่วโมงตามเข็มนาฬิกาเป็นช่วงๆ เช่นเวลาสองชั่วโมงระหว่างตีหนึ่งถึงตีสาม เป็นเวลาทำงานของตับ ตับซึ่งมีหน้าที่ขจัดสารพิษในร่างกาย จะหลั่งสารเมลาโทนิน(melatonin)และเอนโดฟิน(endophin)ออกมาทำงาน ร่างกายจะเหนื่อยล้า อ่อนเพลียที่สุดส่วนอื่นๆของร่างกายแทบจะหยุดนิ่งหมดเรี่ยวแรงเราก็ต้องนอนหลับให้สนิทในห้องที่ไม่มีแสงสว่าง เพราะในท่ามกลางความมืดต่อมไร้ท่อที่ชื่อไพเนียลสร้างเมลาโทนินได้ดีที่สุด
๖.กิน นอน ขับถ่าย เคลื่อนไหวร่างกาย อารมณ์
นาฬิกาชีวิตชี้ทิศทางในเรื่องเวลากิน เวลานอน เวลาขับถ่ายเวลาเคลื่อนไหวร่างกาย ไว้ได้ครบถ้วน แต่ร่างกายนี้ไม่ได้มีส่วนประกอบแค่ธาตุสี่ร่างกายนี้จะต้องมีจิตใจมีอารมณ์จึงจะนับว่าเป็นชีวิต กระทั่งมีคำพูดที่แสดงถึงความสำคัญของจิตใจว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากรักษาจิตใจให้สดใสร่าเริงมีชีวิตชีวา
อวัยวะส่วนอื่นของร่างกายก็จะตื่นตัวคึกคักไปด้วย เราจึงต้องรู้จักพัฒนาจิตใจให้แข็งแรงสมบูรณ์ สามารถใช้ไปควบคุมกายนี้ได้
๗.ยอมรับความจริงเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย และปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง
เคล็ดลับของการพัฒนาทางด้านจิตใจอยู่ที่ การเคารพสัจธรรมเรื่องเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ว่าสิ่งใดที่ถือกำเนิดมาแล้วในโลกจะต้องเผชิญกับความเสื่อมสลายเป็นแน่นอนท่ามกลางความเสื่อมนั้นก็ย่อมเจ็บปวดทุกข์ทรมาน แต่มันก็จะผ่านไปเพราะในที่สุดร่างกายนี้ก็จะสลายกลายเป็นดินน้ำลมไฟในธรรมชาติหากยอมรับสิ่งนี้ได้ เราจะทุกข์อะไร ถ้าไม่ทุกข์ก็คือ ความสุขตรงนี้เองที่เป็นเป้าหมายของการมีชีวิต
เวลเนสของ ณสุข จึงต้องมี ๔ ด้านประกอบเข้าด้วยกัน
๑.อาหาร ที่จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี
- ฤดูกาล ท้องถิ่น ธาตุ
กินอาหารที่งอกงามตามฤดู กินอาหารที่เกิดในท้องถิ่นที่เราอยู่อาศัย เพื่อให้ได้รับธาตุอาหารที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติ เป็นการปรับธาตุในร่างกายให้สมดุล
- สรรพรส สรรพคุณ
อาหารที่กินต้องอร่อย มีรสชาติ แต่ก็ต้องรู้จักคุณและโทษของอาหารนั้น
- การปรุงอาหารให้บำรุงธาตุ
อาหารแต่ละประเภทจะมีวิธีปรุงเพื่อรักษาสรรพรสและสรรพคุณไว้ให้ครบถ้วน การใช้เตาถ่านหรือไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการหุงหาอาหาร เป็นวิถีคนโบราณ ไม่สะดวก แต่สิ่งที่คนปรุงอาหารในวิถีนี้ หรือที่รู้จักในชื่อ Slow food เป็นการปรุงอาหารที่มีคุณภาพที่สุด
- กิน(เข้า) ถ่าย(ออก)
การกินกับการขับถ่ายจะต้องสมดุลกัน ถ้าไม่ใช่แสดงว่าร่างกายมีปัญหา ไม่ใช่เพราะระบบย่อย ก็ต้องเป็นเพราะอาหารที่กินเข้าไป หรือไม่ก็เพราะอวัยวะที่เกี่ยวกับการนำอาหารไปใช้บกพร่อง
- ของแสลง หรือ ลางเนื้อชอบลางยา
ร่างกายแต่ละคนมีกลไกที่แน่นอนควบคุมอยู่ เป็นกลไกเฉพาะตัวที่เจ้าของร่างกายจะต้องรู้ และปฏิบัติให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยง และเป็นข้อจำกัด
๒.การนอนหลับ
- มีกิจกรรมประจำวันที่สอดคล้องกับธรรมชาติ
กิจกรรมทุกอย่างควรจะจัดให้สอดคล้องกับการทำงานของอวัยวะที่มองไม่เห็นภายในร่างกาย ซึ่งขึ้นต่ออิทธิพลของพระอาทิตย์ กลางวันกลางคืน แสงสว่างและความมืด สิ่งมีชีวิตจะต้องทำกิจกรรมหรือทำงานในเวลาที่มีดวงอาทิตย์ส่องสว่าง และหลับตาเข้านอนพักผ่อนเมื่อพระอาทิตย์ตกและมีความมืด
- ทำสมาธิก่อนนอน หรือ Sound healing
เพื่อให้จิตใจและความคิดได้พักผ่อนไปด้วยกันกับร่างกาย
- นวดผ่อนคลาย ยืดเส้นยืดสาย
ให้กล้ามเนื้อที่ทำงานได้คลายตัวและอ่อนโยนเพียงพอที่จะเคลื่อนไหวได้อีกในวันรุ่งขึ้น
๓.เคลื่อนไหวร่างกาย
- อาบแดดเช้า
เราโชคดีที่เกิดมาในภูมิภาคที่แดดดีที่สุด แต่ก็มีเวลาของแดดที่ให้วิตามินดี กับแดดที่แผดเผาให้ธาตุน้ำในร่างกายเหือดแห้ง ธาตุดินแตกทำลาย แสงแดดที่ดีที่สุดของเราจึงควรเป็นช่วงแดดอ่อน หกโมงเช้าถึงแปดโมง หรือบ่ายสี่ถึงหกโมง
- เหยียบหญ้า กอดต้นไม้ อาบป่า
เพื่อยืมพลังชีวิตของต้นไม้มาเติมให้ร่างกาย ทั้งยังเป็นการถ่ายเทพลังไฟฟ้าที่มีมากเกินออกไป ทำให้ร่างกายกลับมาสมดุล
- โยคะ ชี่กง แอโรบิค
การเคลื่อนไหวร่างกายที่พอเหมาะกับสังขารและโอกาส เป็นเคล็ดลับการมีร่างกายแข็งแรง ไม่ควรออกกำลังกายมากเกินศักยภาพของตัวเอง เพราะนั่นเท่ากับใช้ร่างกายหนักเกินไป ร่างกายนี้ต้องถนอมใช้ให้อยู่กับเราไปนานเท่านาน
- ปลูกต้นไม้ เก็บผัก
การได้เห็นต้นไม้เติบโต การได้สัมผัสพืชที่กำลังงอกงาม เป็นพลังงานแฝงที่มองไม่เห็น สีเขียวของพืชคือพลังงานที่วิ่งตรงไปที่หัวใจ ทำให้จิตใจแจ่มใสร่าเริง
- กีฬากลางแจ้ง
การเดิน วิ่ง เล่นกีฬา ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายเมื่ออยู่กลางแจ้ง ทำให้ร่างกายได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ แลกเปลี่ยนอ็อกซิเจนกับอากาศที่สะอาด
๔.จิตใจ
- เที่ยวธรรมชาติ / ป่าเขา / ทะเล
- วาดรูป / เต้นรำ / ร้องเพลง / เล่นดนตรี ฯลฯ
- ทำงานอดิเรกที่ชอบ
- ฝึกสมาธิ เดินทางสู่ภายใน
ณ สุข หมายถึง ความสุข ที่นี่ เดี๋ยวนี้
Happiness is Here and Now
ณสุขเวลเนสรีสอร์ท เป็นเวลเนสที่ออกแบบไว้สำหรับ
๑.ผู้สูงวัยที่ยังกระฉับกระเฉง
๒.ผู้สนใจการดูแลสุขภาพแนวธรรมชาติบำบัด หรือแบบองค์รวม
๓.เป็นพวกไม่ชอบพบหมอ และอยากเลือกวิธีดูแลสุขภาพด้วยตัวเอง
๔.เป็นบ้านหลังที่สองที่เพื่อนฝูงสูงวัยนัดมารวมตัวกัน ทำกิจกรรมบางอย่างด้วยกัน
การออกแบบอาคารสถานที่ใช้มาตรฐานเวลเนส นโยบาย กิจกรรม ล้วนเน้นไปที่การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ยึดหลักการแพทย์แผนไทยประยุกต์
1.มีห้องอาหารที่เปิดโล่งออกรับอากาศบริสุทธิ์
2.มีสระว่ายน้ำตื้นมีน้ำวนโดยใช้เกลือเป็นสารละลายบำบัดน้ำ
3.เก็บต้นไม้ไว้เป็นสวนป่า
4.มีหนังสือให้อ่าน
5.มีเครื่องดนตรีให้เล่น
6.มีพื้นที่ออกกำลังกายหลายรูปแบบ
7.มีแปลงผักที่นำไปปรุงอาหารได้
8.มีครัวเล็กๆในแต่ละวิลล่าให้ทำอาหารได้เอง
9.มีพืชสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์จำนวนมาก
ณ สุข จะออกแบบแพคเกจมาเสนอกับผู้มาใช้บริการเป็นครั้งคราว ในแพคเกจจะรวมเอากิจกรรมดังต่อไปนี้
1.อาหาร
2.การเคลื่อนไหวออกกำลังกาย
3.การฝึกจิต
4.การนอนหลับ
5.การท่องเที่ยวธรรมชาติ ป่าเขา และทะเล
5.ศิลปะ บันเทิง
สิ่งที่ผู้มาใช้บริการของเราจะได้รับ
๑.รู้จักดูแลตัวเอง
๒.มีความมั่นใจที่จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นตามวัย
๓.รู้จักปรับพฤติกรรมเพื่อให้ชีวิตมีความสุข
๔.ได้พบเพื่อนใหม่ๆ ได้พบปะกับผู้คนที่มีรสนิยมใกล้เคียงกับตัวเอง
ได้แลกเปลี่ยนความรู้ กระทั่งถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตให้ผู้อื่น
๕.ได้เรียนรู้ศึกษาสิ่งใหม่ๆ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น
๖.ได้ทดลองใช้ชีวิตประจำวันตามนาฬิกาชีวิต เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ใช้
และซ่อมแซมอวัยวะต่างๆตรงตามเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
Wellness Learning Center
ณสุข จะเผยแพร่ความรู้เรื่องเวลเนสแก่ผู้สนใจ ผ่านการทำ workshop สม่ำเสมอ เดือนละ ๔-๕ ครั้ง
ทุกปีเราจะจัด Wellness Time เพื่อแนะนำให้ผู้สนใจดูแลสุขภาพด้วยตนเองได้รู้จักกันและกัน ถ่ายทอดแบ่งปันองค์ความรู้ ประสบการณ์ และผลิตภัณฑ์ทางธรรมชาติใหม่ๆ มาแลกเปลี่ยนกัน
ปีนี้ ณสุขจัดเป็น Plant Power แนะนำและเรียนรู้ พลังของพืช จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้าน อาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย การฟังเสียงธรรมชาติ ในวันที่ ๒๖-๒๗-๒๘ ตุลาคม
ติดตามและเรียนรู้ด้วยกัน