23/10/2025
"เพราะมีพระเจ้าแผ่นดิน
ไทยเราจึงมีแผ่นดินอยู่ในวันนี้"
๒๓ ตุลาคม
#วันปิยะมหาราช
#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ประเทศมหาอำนาจยังคงคุมเชิงรอโอกาสเหมาะสมที่จะเข้ายึดครองสยาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพยายามหาวิธีปกป้องอธิปไตยของชาติ มีพระราชหัตถเลขาที่ทรงมีถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพความว่า
"...การซึ่งจะรักษามิให้มีอันตรายทั้งภายใน ภายนอกได้มีอยู่ 3 ประการ คือ พูดจากันทางไมตรีอย่างหนึ่ง มีกำลังพอจะรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้อย่างหนึ่ง การปกครองให้เสมอกันอย่างหนึ่ง...”
จึงได้ทรงปรับปรุงพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศในทุกๆ ด้าน ทั้งการปกครอง การทหาร เศรษฐกิจ กฎหมาย แล ขนบธรรมเนียมประเพณีบางประการ
ตลอดจนพัฒนาด้านสาธารณูปโภคความสะดวกสบายและความสวยงามของบ้านเมือง เพื่อมิให้ต่างชาติดูหมิ่นว่าสยามเป็นชาติป่าเถื่อนล้าหลัง และมีผลในการเจรจากันอย่างประเทศที่เสมอภาคกัน
ในเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับกระแสและอิทธิพลการคุกคามของอังกฤษและฝรั่งเศสอย่างหนัก จึงได้ทรงแสวงหามิตรประเทศ โดยมีพระราชประสงค์ให้กษัตริย์ประเทศต่าง ๆ ในยุโรป รู้จักและเข้าใจถึงความเป็นพระมหากษัตริย์แห่งชาติ ที่ดำรงรักษาเอกราชมานานนับร้อยปี มีภาษาขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นของตนเอง อันจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะทำให้มีการเจรจากันอย่างประเทศที่มีความเสมอภาค
เพราะเหตุว่าทรงตระหนักพระทัยเป็นอย่างดีแล้วว่า ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสมีวัตถุประสงค์แน่ชัดในการที่จะยึดครองสยาม ดังปรากฏในพระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่งว่า
“...ด้วยการมาครั้งนี้ที่อื่นก็ไม่พอเปนไร วิตกอยู่แต่อังกฤษกับฝรั่งเศส ที่มันเตรียมจะเปนนายเราอยู่ทั้ง 2 ฝ่าย...”
จึงทรงพยายามมองหามหามิตรที่จะมาคานอำนาจของทั้ง 2 ประเทศนี้
ประเทศที่ทรงหมายพระทัยว่าจะได้รับความช่วยเหลือมากที่สุดขณะนั้นคือประเทศรัสเซีย ซึ่งน่าจะเป็นมหาอำนาจที่ฝรั่งเศสเกรงใจ
แต่การณ์กลับปรากฏว่า รัสเซียกับฝรั่งเศสมีข้อสัญญาผูกมัดกันชนิดที่รัสเซียต้องเป็นฝ่ายเกรงใจฝรั่งเศส เมื่อได้ทรงพบปะสนทนากับประมุขประเทศต่างๆ ก็ยิ่งทรงพบว่าผู้นำของยุโรปแทบจะทุกประเทศต่างก็กำลังตกอยู่ในวังวนของการปกป้องผลประโยชน์ของตนแทบทั้งสิ้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องทรงปรับเปลี่ยนพระราชวิเทโศบายตามสถานการณ์ที่ผันผวนและเหตุการณ์เฉพาะหน้า อีกทั้งทรงตระหนักพระทัยในบัดนั้นว่า
“...ความทุกข์ร้อนอันใดของเราที่จะพึ่งปากผู้อื่นให้ช่วยพูด พึ่งความคิดผู้อื่นให้ช่วยคิดนั้นอย่าได้ฝันเห็นเลยว่าใครจะเปนธุระ...”
ทรงต้องศึกษาถึงเครือข่ายและปัญหาทั้งความขัดแย้งและความเกี่ยวข้องกันของประเทศต่างๆ เพื่อจะได้ปฏิบัติต่อแต่ละประเทศอย่างถูกต้องและเหมาะสม ด้วยการทรงเลือกชาวยุโรปชาติต่างๆ มาร่วมดำเนินการตามนโยบายสร้างความเจริญและความมั่นคงให้แก่สยาม
บุคคลและชาติที่ทรงคัดเลือกล้วนมีนัยยะทางการเมืองทั้งสิ้น เช่น ไม่ทรงว่าจ้างทั้งชาวอังกฤษและฝรั่งเศสเข้ามารับราชการฝ่ายทหาร
แต่กลับทรงจ้างชาวยุโรปประเทศเล็กๆ ที่ไม่หวังผลประโยชน์ทางการเมือง เช่น เดนมาร์กและอิตาลี เข้ามารับราชการทางทหารแทน โดยเฉพาะประเทศอิตาลี เป็นประเทศที่เคยมีคดีแค้นเคืองกับฝรั่งเศส เมื่อครั้งฝรั่งเศสแย่งดินแดนแคว้นตูนิเซีย เป็นเหตุให้อิตาลีต้องหมดอำนาจในแอฟริกา
ทรงว่าจ้างชาวเบลเยียมและอเมริกัน ซึ่งมีนโยบายเป็นกลาง เข้ามาเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ทรงว่าจ้างชาวเยอรมันซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่งในยุโรปเข้ามาดำเนินกิจการรถไฟซึ่งถือเป็นกิจการทางยุทธศาสตร์สำคัญเพราะเยอรมนีเป็น ทั้งคู่แข่งของรัสเซียและยังเป็นศัตรูของฝรั่งเศส
เป็นเหตุให้ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสกังวลใจกับพระราชวิเทโศบายนี้ ไม่อาจที่จะทำการคุกคามเร่งรัดอย่างเดิม เป็นแต่เพียงต่างคุมเชิงยอมให้สยามเป็นรัฐกันชนอันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้สยามรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก