Baan Bhavana Khao Yai

Baan Bhavana Khao Yai บ้านพักสำหรับพัฒนาจิตที่เขาใหญ่ บ้านพักสำหรับอบรมพัฒนาจิตที่เขาใหญ่
A place to practice spiritual mindfulness development in Khaoyai

01/04/2026

Check out 2465andfriends’s video.

https://www.facebook.com/share/p/1EDpLJegkf/?mibextid=wwXIfr
20/08/2025

https://www.facebook.com/share/p/1EDpLJegkf/?mibextid=wwXIfr

20 เหตุผลที่ทำให้มูลนิธิกระจกเงาเปลี่ยนของบริจาคเหลือใช้กลายเป็นรายได้เดือนละ 6 ล้านบาท จ้างงานคนเปราะบางได้กว่า 300 คน และสร้างอาชีพต่อเนื่องให้คนได้อีกมากมาย
งาน Sustrends 2026 พี่หนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ จะขึ้นเวทีเล่าระบบการจัดการของบริจาคของกระจกเงาที่มหัศจรรย์มากครับ และมีบูทโชว์เคสที่เซอร์ไพรส์มาก ไปชมกันได้ 27 ส.ค. 68 สิบโมงเช้าถึงหกโมงเย็น ที่พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ
ผมผู้ได้ไปทัวร์โกดังกระจกเงามา (และคิดว่าน่าจัดทริปพาคนไปดูงานมาก) ขอเกริ่นความน่าสนใจให้ฟังสักนิดว่า ทำไมกระจกเงาถึงรับของทุกชนิดแบบไม่ต้องคัด จนแต่ละวันมีรถขับเอาของมาบริจาค 300 คัน (ปีละแสนคัน) และส่งพัสดุมาทางไปรษณีย์อีกวันละ 200 กล่อง ขายของได้เดือนละ 6 ล้าน และจ้างงานคนเปราะบางได้หลายร้อยคน
[1] กระจกเงาทำเรื่องการจัดการของบริจาคผ่าน 19 โครงการย่อย ทุกโครงการมีโมเดลธุรกิจของตัวเอง ควรเลี้ยงตัวเองได้ ค่าเช่าโกดังและค่าบริหารจัดการทั้งหมดจ่ายโดยโครงการต่างๆ คนชราและอดีตคนไร้บ้าน (ของโครงการจ้างวานข้า) ที่มาช่วยคัดแยกวันละ 200-300 คน ได้ค่าแรงคนละ 500 บาท เลี้ยงข้าวเที่ยงฟรี ก็เป็นเงินโครงการ
[2] เสื้อผ้าคือสินค้าที่ทำเงินได้เยอะสุดเพราะมีปริมาณมากสุด มีคนคัดแยกตามชนิดและราคาขาย มีของเข้ามามาก ต้องเคลียร์ของออกให้เยอะที่สุด จึงตั้งราคาขายต่ำมาก เช่นเสื้อผ้าคละยกลังแบบสุ่ม ลังละ 70 บาท ขายดิบขายดี ส่วนใหญ่ซื้อไปขายต่อตามตลาดนัด พ่อค้าตั้งราคาต่ำได้ จะได้ขายง่ายๆ และกลับมาซื้ออีกบ่อยๆ
[3] จุดหนึ่งที่ทำให้กระจกเงาเป็นที่นิยมของผู้บริจาคคือ รับหมด ไม่โอเคจะทิ้งให้ การทิ้งของที่ใช้ไม่ได้ไม่ใช่ปัญหาเลย อย่างเสื้อผ้าและของที่เผาได้ จะส่งไปเผาผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ซึ่งโรงงานมารับถึงที่ทุกวันเสาร์
[4] เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้คนแก่ (ช้าการช่าง) และอดีตคนไร้บ้านที่เคยเป็นช่าง เอามาซ่อมด้วยการแกะอะไหล่จากตัวนึงมาใช้อีกตัวนึง (ไม่ซื้ออะไหล่ใหม่) ซ่อมแล้วก็ขายในราคาประมาณ 30% พัดลมกับไมโครเวฟ 200-300 บาท ขายดีมาก โครงการนี้เวิร์คมากจนเตรียมต่อยอดไปทำศูนย์ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ชิ้นที่ซ่อมไม่ได้ก็แกะขายไปรีไซเคิล และเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์
[5] หนังสือคุณภาพดีคัดไปขายในร้านหนังสือของกระจกเงา หนังสือเรียนตำรามอบให้โรงเรียนฟรี ถ้าสภาพไม่ดีแล้ว จะชั่งกิโลขายเป็นเศษกระดาษซึ่งทำเงินได้วันละ 40,000 บาทเลยนะ
[6] ของทั้งหมดขายในร้านแบ่งปัน เหมือนห้างย่อมๆ มีหลายแผนก หลายสาขา เติมของทุกคืน พอเปิดร้านตอนเช้าพ่อค้าแม่ขายหลายร้อยคนจะกรูกันเข้ามาแย่งกันคัดของ พวกเขาทุนน้อยเลยไม่ได้ซื้อไปเยอะ บางคนมีทุนแค่หลักร้อย เอาไปขายเป็นของมือสองตามตลาดนัด หลักคือตั้งราคา 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เทียบกับใครก็ถูกกว่า เอาไปบวกราคาขายแล้วคนรายได้น้อยยังเข้าถึงได้ สินค้าหลากหลายมาก เครื่องดนตรี ไม้กอล์ฟ จักรยานวินเทจ อุปกรณ์แคมปิ้งก็ยังมี ทุกร้านมียอดขายรวมกันได้เดือนละ 6 ล้านบาท
[7] นี่ไม่ใช่ร้านที่ขายของตามมีตามเกิด แต่เน้นเคลียร์ของ ต้องทำโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม เพื่อให้ของออกให้หมด แต่ถ้าไม่หมดจริงๆ ก็จะเอาสมทบกับโครงการที่บริจาคของให้หน่วยงานที่ต้องการ
[8] โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อน้องเอาคอมพิวเตอร์เก่ามาซ่อม ด้วยการใช้อะไหล่จากเครื่องอื่น ซ่อมเสร็จลงโปรแกรมเรียบร้อยจะขายให้โรงเรียนเครื่องละ 1,000 บาท พร้อมประกันตลอดชีพ! โรงเรียนที่จะซื้อได้ต้องมีครูวิชาคอมพิวเตอร์เท่านั้น โครงการนี้ขายคอมได้เดือนละ 500 เครื่อง ส่วนที่เหลือใช้ก็เอาไปแยกส่วนขาย (ซากคอมของเรา คือ เงินเดือนละห้าแสนของเขา)
[9] บางโครงการก็ตั้งขึ้นมาเพื่อบริจาคต่ออย่างเดียว เช่น สินค้าพวกสื่อการเรียนการสอน เครื่องเขียน จะบริจาคให้โรงเรียน ถ้วยรางวัลแกะป้ายออก ก็เอาไปใช้ต่อได้แล้ว โซนที่สนุกคือ ให้อาสาทดสอบว่าปากกายังเขียนได้ไหม เด็กประถมก็ช่วยงานอาสาโซนนี้ได้อย่างสนุกสนาน โครงการนี้ไม่มีรายได้ โครงการที่หาเงินได้เยอะจะมาช่วยจ่ายค่าจ้าง ค่าบริหารจัดการให้
[10] ที่นี่มีอุปกรณ์สำนักงานเยอะมาก ยิ่งถ้ามาจากออฟฟิศ เฟอร์นิเจอร์สำนักงานจะสภาพดีมาก องค์กรเอ็นจีโอไหนจะเปิดออฟฟิศใหม่ มาเลือกซื้อของที่นี่ไปใช้ได้ ไม่มีเงินก็ผ่อนได้ ออฟฟิศของกระจกเงาเองก็ใช้ของบริจาคเกือบทั้งหมด ยกเว้นแอร์ และพวกเขามีความฝันว่าจะเปิดร้านเครื่องเขียนให้ฟรีกับคนทำงานด้านสังคม อยากได้อะไรมาเอาได้ที่ร้านนี้
[11] ของบริจาคมีหลายแบบ ของใหม่เอี่ยมก็มี เช่น ซื้อมาใช้แล้วเหลือ ของเคลียร์สต็อก (แบรนด์แฟชั่นดังก็มี พร้อมเงื่อนไขว่า ห้ามขาย ต้องแจกเท่านั้น) ของแปลกๆ ก็มี เช่น แผ่นยิปซั่ม ที่นี่มีกฎว่า ไม่ปฏิเสธ จะรับหมด มีคนบริจาคตู้เย็นให้ 56 ตู้ก็รับ ตอนนี้ของที่มาหลายร้อยชิ้นแล้วไม่ค่อยออกไปคือ ชักโครก
[12] เฟอร์นิเจอร์เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนต้องหาช่างมาซ่อมเพื่อให้มันเอากลับไปใช้ต่อได้ โดยจะไม่มีการเสียเงินซื้ออะไหล่ใหม่เด็ดขาด ยกเว้นแค่น็อต คนที่มาบุกเบิกทำให้เกิดศูนย์นี้คือ อิเกีย เขาพาไปดูโกดังและระบบการซ่อม ทำให้เข้าใจปรัชญาการซ่อมเฟอร์นิเจอร์ รับช่างไปฝึก ตอนนี้อิเกียทำบันทึกข้อตกลงกับกระจกเงาว่า จะส่งเฟอร์นิเจอร์มาซ่อมที่กระจกเงา (โดยอิเกียจะส่งอะไหล่มาให้) บริษัทเครื่องมือช่างบางแห่งก็ทำแบบเดียวกัน อุปกรณ์ที่ลูกค้าส่งซ่อม เขาก็เอามาจ้างกระจกเงาซ่อม หมายความว่า อดีตคนไร้บ้านและคนแก่จะมีงานมีรายได้
[13] ช่างคือหัวใจของร้านมือสอง ที่นี่ก็เช่นกัน ช่างเก่งๆ ถูกดึงตัว แต่เขาแทบไม่ไป เพราะที่นี่อยู่กันแบบครอบครัว นับถือกันเป็นญาติ มีความสุขดีแล้ว และเป็นงานที่ทำแล้วมีความหมายกับชีวิตเพราะมันได้ช่วยคนอีกมากมาย
[14] หลักที่ว่าไม่ซื้ออะไหล่ใหม่ ทำให้ของหลายประเภทต้องถูกทิ้ง ก็เลยเกิดโครงการใหม่ จับของเหลือจากสินค้าประเภทต่างๆ มาสร้างเป็นสินค้าชิ้นใหม่ มาดูกันได้ในงาน Sustrends 2026
[15] ทุกงานต้องคิดเยอะ และบริหารจัดการทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด เช่น วันที่เอาเตียงออกไปส่ง ต้องใช้รถใหญ่และคนไปกับรถ 3 คน วันนั้นเมื่อส่งเตียงแล้ว ต้องรับเตียงที่คนบริจาคกลับมาด้วย
[16] เฉลี่ยแล้วมีคนมาเป็นอาสาปีละ 10,000 คน แต่ปีนี้ถึงตอนนี้ก็ทะลุ 15,000 คนแล้ว บางทีแรงงานเหลือ ก็ส่งไปช่วยเช็ดตัวผู้ป่วยติดเตียง ไปช่วยทำความสะอาดบ้านคนแก่ที่อยู่คนเดียว
[17] ขอเล่าเรื่องโครงการจ้างวานข้าสักนิด เริ่มแรกไม่มีคนเชื่อว่าคนแก่จะทำงานได้คุ้ม เลยไม่มีคนจ้าง กระจกเงาเลยส่งไปให้ใช้ฟรี เพื่อแสดงให้เห็นว่า คนแก่ทำงานได้ (โครงการเอาเงินตัวเองจ่ายค่าแรง 500 บาทให้) พอลูกค้าเริ่มเห็นว่าทำได้ เขาก็ขอจำนวนคนเพิ่ม กระจกเงาก็รับคนเพิ่มทำให้กองกำลังใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวนรองรับงานได้ พอติดใจก็ขอเก็บเงิน 50% เพิ่มเป็น 80% และเต็มราคา งาน Sustrends ก็ใช้บริการจ้างวานข้าเช่นกัน
[18] หัวหน้าโครงการทั้งหลายของกระจกเงามีสิ่งที่เหมือนกันคือ มีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะปัญหาให้ได้ ไม่ได้ไม่เลิก พวกเขาไม่มีเอาติ้ง ไม่มีกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีในทีม แต่การลงพื้นที่ลุยงานภัยพิบัติร่วมกัน ช่วยหลอมรวมให้ทุกคนสนิทกันได้อย่างดี
[19] กระจกเงามีพนักงานประจำเกือบ 200 คน ทำโครงการมากมาย เช่น ตามหาคนหาย ใช้เงินในการทำงานมหาศาล ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่มีรายได้จากการขายของมากกว่าเงินบริจาค ถ้าคิดแบบธุรกิจ ขายของมือสองแทบไม่มีใครมาแข่งด้วย แต่การขอทุนคู่แข่งเยอะมาก ถ้าอยากสเกลแต่ละโครงการให้ได้ ต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อน ทำให้ทุกโครงการต้องคิดแบบผู้ประกอบการด้วย
[20] กระจกเงาได้รับของบริจาคจากองค์กรขนาดใหญ่จำนวนมาก แบรนด์ดังของไทยและของโลกก็เอาของจำนวนมากมาให้แบบไม่ได้หวังจะเป็นข่าว มีแม้กระทั่งแพลตฟอร์มจองที่พัก เอาห้องพักมาบริจาคให้ญาติผู้ป่วยพักเวลาเดินทางจากต่างจังหวัดมาหาหมอในกรุงเทพฯ ตอนนี้กระจกเงาเลยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางในการส่งต่อทรัพยากรเหล่านี้ไปยังองค์กรอื่นๆ ที่ต้องการด้วย
มาติดตามเรื่องราวเต็มๆ ของกระจกเงา
และเรื่องความยั่งยืนอื่นๆ รวมถึงงานอาสาสมัครวิธีคิดใหม่ได้ในงาน Sustrends 2026 และสมัครเป็นอาสาของกระจกเงาที่นี่ได้ด้วย
⭐️ พบกับ
- 45 เทรนด์ความยั่งยืนที่กำลังจะเปลี่ยนโลกจาก 15 วงการ
- 50 งานอาสาสมัครรูปแบบใหม่จาก 40 องค์กร
- 40 โปรเจกต์สังคมสุดอิมแพคที่น่าร่วมงาน
- 20 กิจกรรมมีความหมายที่ชวนพนักงานไปร่วมได้
- 10 ร้านอาหารโดยกลุ่มเปราะบาง

☘️ พุธที่ 27 ส.ค. 68
⏰ 10.00-18.00 น.
📍พิพิธภัณฑ์สวนป่าเบญจกิติ

เข้าร่วมงานฟรี! ข้อมูลเพิ่มเติม : https://readthecloud.co/activity/sustrends-2026/
ลงทะเบียน : https://www.zipeventapp.com/e/Sustrends-2026

#มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิกระจกเงา

08/02/2025

เพื่อนนักปฏิบัติธรรมที่ต้องการพ้นทุกข์ครับ ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกไม่ว่าจะเป็นยูเครน ฉนวนกาซา ทรัมป์ ทักษิณ อุ้งอิ้ง จะเป็นอย่างไร-มันก็เป็นของมันเช่นนั้นเอง เพราะมันเป็นโลกสมมติ มีเหตุก็เกิด-หมดเหตุก็ดับตามเหตุปัจจัย เราวิตกวิจารณ์ไป=เรากำลังจะเดินทางไปสู่โลกวิมุตที่ว่างเปล่าใสสะอาด แต่ระหว่างทางเรากลับเก็บขยะติดตัวไปกับเราด้วยนะครับ!

ตอนอายุ 15 เรียนจบมศ.3ได้เขียนบนสมุดเฟรนด์ชิพให้เพื่อนคนหนึ่งใจความว่า “เราเซ็งจริงๆ ชีวิตเป็นสิ่งสมมุติทั้งหมด เราก็เลย...
12/10/2024

ตอนอายุ 15 เรียนจบมศ.3ได้เขียนบนสมุดเฟรนด์ชิพให้เพื่อนคนหนึ่งใจความว่า “เราเซ็งจริงๆ ชีวิตเป็นสิ่งสมมุติทั้งหมด เราก็เลยบ้าบอไปกับโลกที่สมมุติขึ้น จนกว่าเราจะพบกับหลักธรรมอะไรสักอย่างหนึ่ง สุดท้ายนี้ขอให้เธอจงมีความสุข คู่กับความทุกข์ตลอดไป“ (เพื่อนส่งมาให้ดูหลังจากไม่ได้เจอกันราว 40 ปี)

สมัยเรียนม.ต้น เราเกเรมากเพราะมีความคิดว่าชีวิตเหมือนละคร แต่ละคนเกิดมาเล่นละครที่เราเป็นผู้เขียนบทจากกรรมของเรา และที่สุดก็ตายจากโลกไป ชีวิตเฮงซวยอย่างงี้หรือ!

หลังจากเล่นละครมาเกือบ 50 ปี ก็พบว่า ชีวิตก็คือกระบวนการปรุงแต่งของขันธ์ห้า ขันธ์ห้าไม่ใช่เรา ที่คิดว่าเป็นเราจริงๆแล้วคือธาตุรู้

ธาตุรู้เดิมทีมีหน้าที่เป็นผู้รู้-แค่รู้-แค่เห็นกระบวนการปรุงแต่งของขันธ์ห้า(สิ่งที่ถูกรู้) รู้ซื่อๆ รู้แล้ววาง สักแต่ว่ารู้เท่านั้น แต่ธาตุรู้ของเรามันโง่ เพราะอวิชชาจึงเสือกไปทำเกินหน้าที่ ไม่ได้แค่รู้แต่ดันไปร่วมด้วยช่วยกันผสมกลมกลืนไปกับกระบวนการทำงานของขันธ์ห้า แล้วไปยึดว่าขันธ์ห้าคือเรา! สร้างภพชาติ เวียนว่ายตายเกิดไม่จบสิ้น!

ถ้าเราอยู่กับธาตุรู้ และให้ธาตุรู้เป็นเพียงแค่รู้-แค่ดู-แค่เห็นบ่อยๆ ธาตุรู้จะเปลี่ยนจากจิตอวิชชา-จิตปรุงแต่งกลับไปสู่สภาพเดิมเป็นจิตเดิมแท้(ว่าง สว่าง สะอาด บริสุทธิ์) ไม่กลับมาสู่สังสารวัฏอีกต่อไป!

ลองฟัง 3 คลิปจากคุณหมอ 3 คนเรื่องวิธีใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ หนึ่งในนั้นคือการเจริญสติและปัญญาhttps://youtu.be/_5z46ZpEGho...
21/07/2024

ลองฟัง 3 คลิปจากคุณหมอ 3 คนเรื่องวิธีใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ หนึ่งในนั้นคือการเจริญสติและปัญญา

https://youtu.be/_5z46ZpEGho?si=LEYV5e64qTIZGo59

https://youtu.be/XM6EPluzbNo?si=L8xmjASaE7GC-cjR

https://youtu.be/-CxA3ueKNwQ?si=cgmDMbU5_4UU9bq9

เจาะใจ เสาร์นี้ พบกับ นายแพทย์สันต์ ใจยอดศิลป์ กับเรื่องราวๆดีที่จะทำให้เรามีสุขภาพดีได้ด้วยตัวเองจากรู....

18/04/2024

จะเทพอย่างไรก็ต้องดูแลสุขภาพ

27/03/2024

ฝากคลินิกกายภาพบำบัดของูวกสาวด้วยครับ

คลินิกกายภาพบำบัด | วัชรพล / รามอินทรา | MRT สายสีชมพู สถานีรามอินทรา กม.6

ที่อยู่

Pong Ta Long, Pak Chong
Nakhon Ratchasima
30450

เบอร์โทรศัพท์

+66931245945

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Baan Bhavana Khao Yaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Baan Bhavana Khao Yai:

แชร์