30/03/2026
ตามนั้น
ฉันเพิ่งเข้าใจว่า
เมื่อคนเราจากโลกนี้ไปแล้ว
เสื้อผ้าที่เคยใส่
ผ้าห่มที่เคยห่ม
เตียงที่เคยนอน
รถเข็นที่เคยนั่ง
แม้กระทั่งของใช้ส่วนตัวต่าง ๆ
สุดท้าย…ก็ถูกทิ้งลงถังขยะทั้งหมด
ของบางอย่างที่ตอนมีชีวิต
เราอดออมเก็บรักษาอย่างดี
หรือเสียดายจนไม่กล้าทิ้ง
แม้แต่แก้วชาเก่า ๆ ที่บิ่นไปแล้ว
เมื่อเราจากไป
คนในครอบครัวก็สามารถปล่อยวางมันได้อย่างไม่ลังเล
ไม่มีสิ่งใดถูกเก็บไว้
นอกจาก…บ้านและเงิน
ชีวิตดูเหมือนไม่มีความหมาย
เพราะเพียงสามชั่วคนผ่านไป
กาลเวลาก็ลบเลือนร่องรอยการมีอยู่ของเรา
ลูกหลานในอนาคต
อาจไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของเรา
ตอนที่เรายังมีชีวิต
เรามักถูกจำกัดด้วยสิ่งนั้นสิ่งนี้
แต่เมื่อเราจากไป
ทุกอย่างกลับเป็นไปได้ สำหรับคนที่ยังอยู่
เรามา…โดยไม่ได้นำสิ่งใดติดตัวมา
และไป…โดยไม่อาจนำสิ่งใดติดตัวไป
สิ่งเดียวที่ติดตัวไปได้
อาจมีเพียงตัวตนและนิสัยใจคอของเราเท่านั้น
ชีวิตของคนเรา
อยู่ไปอยู่มา ก็แก่ลง
แก่ไปแก่ไป…ก็เลือนหายไป
ทุกสิ่งในโลก
ล้วนเป็นเพียงความสุขชั่วคราว
ไม่มีสิ่งใดเป็นของเราอย่างแท้จริง
มีเพียงช่วงขณะของชีวิตที่เรากำลังมีอยู่
เท่านั้น…ที่เป็นของเราจริง ๆ
เงินทองมากมาย
ก็ไม่อาจซื้ออายุยืนยาวได้
ผู้มีอำนาจและความมั่งคั่งมากมายเพียงใด
สุดท้ายบางคนก็สูญเสียทุกสิ่ง
มีชีวิต…แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้
ปลายทางของทุกคน
ล้วนเป็นเพียงควันบางเบา
และผืนดินกองหนึ่ง
สิ่งใดก็ตามที่ทำให้คุณทุกข์ใจ
ผู้คนใดก็ตามที่ทำให้คุณไม่สบายใจ
ปล่อยมันไปเถอะ…
เพราะท้ายที่สุดแล้ว
มันก็ไม่สำคัญอะไรเลย
จงจำไว้ว่า
สิ่งที่บั่นทอนใจคุณทั้งหลาย
สุดท้าย…ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไร้ค่าเท่านั้น
....
นุสนธิ์บุคส์