Alipin life ห้องเสื้อคุณผู้ชาย

Alipin life ห้องเสื้อคุณผู้ชาย I love fishing, that's all.

เครียดทุกวัน
01/12/2019

เครียดทุกวัน

ผลวิจัยชี้ชัดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพมากถึง 18.8% ของประชากรจาก 9 ประเทศ มาจากความเจ็บป่วยที่เกิดจากป....

แบงก์ช่วยคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง
28/11/2019

แบงก์ช่วยคนอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง

แบงก์พาณิชย์หั่นดอกเบี้ย ช่วยกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์โครงการ “บ้านในฝัน รับปีใหม่” กระหน่ำอัดโปรฯ ลด แลก แ.....

ผู้ประกอบการโฮมสเตย์พร้อมยัง ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่
27/11/2019

ผู้ประกอบการโฮมสเตย์พร้อมยัง ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่

สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการโฮมสเตย์ (Homestay) และที่พักนักเดินทาง (Home Lodge)" อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-5 คงที่ 4.20% ต่อปี ให้กู.....

โอกาสดีๆ แบบนี้ต้องรีบกันแล้ว
26/11/2019

โอกาสดีๆ แบบนี้ต้องรีบกันแล้ว

กระทรวงการคลังร่วมกับ ธอส. และ 3 สมาคมอสังหาฯ สานฝันคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองเปิดโครงการ “บ้านในฝัน รับ...

26/11/2019

รมช.ต่างประเทศจีน เรียกตัวทูตสหรัฐเข้าพบ แสดงจุดยืนค้านร่างกฎหมายสนับสนุนการประท้วงในฮ่องกง

แฟรนไชส์วันนี้ก็ต้องปรับตัวแล้ว
25/11/2019

แฟรนไชส์วันนี้ก็ต้องปรับตัวแล้ว

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท และมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งเราเองก็ตามไม่ทัน โดยเฉพาะเมื่อเรา...

ผลการสำรวจการเสพข่าวสารของคนไทย
25/11/2019

ผลการสำรวจการเสพข่าวสารของคนไทย

การสำรวจพฤติกรรมและแนวโน้มการบริโภคสื่อของไทย พบว่ามีการบริโภคสื่อภาพเคลื่อนไหวมากที่สุด โดยมีผู้รับช....

บุคคลกีฬาและบันเทิงที่สร้างรายได้มากที่สุด ปี 2019
25/11/2019

บุคคลกีฬาและบันเทิงที่สร้างรายได้มากที่สุด ปี 2019

สรุปดีล ซื้อ-ขาย หุ้นร้านอาหารและร้านกาแฟปี 2562
24/11/2019

สรุปดีล ซื้อ-ขาย หุ้นร้านอาหารและร้านกาแฟปี 2562

สรุปกฎหมายเกี่ยวกับ Grab ที่กำลังจะเกิดขึ้นการนำรถส่วนบุคคล มารับจ้างโดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังอยู่ในกระบวนการทำให้ถูกกฎ...
23/11/2019

สรุปกฎหมายเกี่ยวกับ Grab ที่กำลังจะเกิดขึ้น

การนำรถส่วนบุคคล มารับจ้างโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน
กำลังอยู่ในกระบวนการทำให้ถูกกฎหมาย
ซึ่งเรื่องนี้ถ้าทุกคนจำกันได้ เป็นหนึ่งนโยบายตอนหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย
มาวันนี้เรื่องนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง

โดยล่าสุดมีร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับออกมาจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งอยู่ในการทำประชาพิจารณ์
แล้วร่างกฎกระทรวงนี้ ระบุไว้ว่าอย่างไรบ้าง
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง

ทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้ปัญหาที่คนเรียกแท็กซี่เจออยู่บ่อยครั้ง คือ
-เรียกแล้วแท็กซี่ไม่ไป
-ถ้าเป็นชาวต่างชาติ เรียกแล้ว แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์
-ถ้าบ้านอยู่ในซอยลึก หรือในหมู่บ้าน ไม่สะดวกออกมาเรียกแท็กซี่
นั่นจึงเป็นสาเหตุของการเกิดขึ้นของแอปพลิเคชันสำหรับการรับจ้างโดยสาร

ถ้าถามว่าในประเทศไทยมีแอปไหนบ้างที่ให้บริการลักษณะนี้
เมื่อก่อนอาจจะมี Uber อยู่ในคำตอบ
แต่ตอนนี้ Grab อาจจะเป็นแอปเดียวที่เรานึกถึง เพราะ Grab ได้ซื้อ Uber ไปแล้ว

เรื่องนี้ทำให้ผู้มีรถส่วนตัวสามารถมีรายได้เสริม
ผู้โดยสารก็ได้ประโยชน์คือ สามารถเรียกรถได้สะดวก ลดปัญหาแท็กซี่ไม่ไป
ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ที่ผ่านมา การใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ในขณะเดียวกันก็มีแท็กซี่บางส่วนไม่พอใจ เพราะ Grab เข้ามาแย่งลูกค้าโดยไม่มีใบอนุญาตแบบถูกกฎหมายเหมือนแท็กซี่

ดังนั้น สิ่งที่ทุกคนสงสัยคือ เป็นไปได้ไหมว่า Grab จะถูกกฎหมาย?

ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นหลักที่พรรคภูมิใจไทยใช้ตอนหาเสียงว่าจะทำให้ Grab ถูกกฎหมาย
มาวันนี้พรรคภูมิใจไทยได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นกฎหมายเรื่องนี้ถูกผลักดันตามสิ่งที่พรรคได้รับปากไว้

ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก มีการเปิดให้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับ ผ่านทาง
เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก https://dlt.go.th/th/announce/
เว็บไซต์สำนักงานกฎหมาย กรมการขนส่งทางบก http://elaw.dlt.go.th/

ถ้าเราอ่านจะพบว่า กฎหมายนี้ครอบคลุมเรื่อง หลักเกณฑ์การนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน

รวมไปถึง การขอรับใบอนุญาตประกอบการของบริษัท

เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะถ้ากฎกระทรวงนี้ถูกบังคับใช้ เราจะเป็นประเทศที่ 3 ในภูมิภาคนี้ที่ใช้ Grab ได้ถูกกฎหมาย ตามหลังมาเลเซีย และ สิงคโปร์

แล้วทำไมต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว?

จุดประสงค์ของกฎหมายนี้ระบุว่าปัจจุบันมีผู้นำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างโดยสารเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการยากที่จะต่อต้าน

และเนื่องจากกระแสความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและการใช้รถให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมและกำหนดเงื่อนไขเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับรถยนต์สาธารณะในระบบอีกด้วย

แล้วเนื้อหากฎหมายระบุไว้ว่าอย่างไร?

ลงทุนแมนจะขอสรุปเนื้อหาเบื้องต้นก็คือ

ด้านบุคคล
1. บุคคลที่จะนำรถส่วนตัวมาให้บริการ ต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย
2. บุคคลนั้นต้องมีสิทธิ์ครอบครองรถนั้น
3. บุคคลนั้นต้องมีใบอนุญาตขับรถยนต์
4. บุคคลนั้นต้องผ่านการอบรมตามที่กฎหมายกำหนด

ด้านตัวรถ
1. รถต้องมีเครื่องอุปกรณ์ครบถ้วน มีความสะอาดเหมาะสมสำหรับรับคนโดยสาร
2. รถต้องมีอายุไม่เกิน 9 ปี โดยต้องเป็นรถที่ไม่ถูกดัดแปลง หรือซ่อมแซมจากรถที่ประสบอุบัติเหตุรุนแรง
3. รถต้องมีกระจก ต้องมองเห็นชัด กระจกด้านหน้าถ้าติดฟิล์ม ต้องให้แสงผ่านได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ในกรณีนี้ใครที่ติดฟิล์มมืดมากๆ จะนำรถมาให้บริการไม่ได้
4. ต้องให้บริการในท้องที่ที่รถนั้นจดทะเบียนเป็นหลัก เช่น รถเชียงใหม่ไปให้บริการในกทม.ไม่ได้ รถกทม.ไปให้บริการในเชียงใหม่ไม่ได้
5. ชั่วโมงการทำงานปกติกับการขับรถให้บริการ ต้องไม่เกิน 12 ชั่วโมง เราจะขับรถหามรุ่งหามค่ำไม่ได้
6. รถที่ให้บริการนี้ต้องติดเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ตามที่กำหนด

ด้านบริษัทที่ขอใบอนุญาต
1. บริษัทต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย
2. บริษัทต้องมีพื้นที่ให้บริการที่ครอบคลุม มีโครงสร้างองค์กรที่น่าเชื่อถือ มีระบบเทคโนโลยีเป็นของตนเอง มีหลักเกณฑ์การคิดและแสดงค่าโดยสารตามกฎหมายที่กำหนด
3. มีศูนย์บริการลูกค้าและรับเรื่องร้องเรียน 24 ชั่วโมง และมีระบบจัดการข้อร้องเรียน โดยให้มีการระงับการให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันที และที่น่าสนใจคือ การบริการลูกค้า ต้องมีภาษาให้บริการอย่างน้อย 3 ภาษา นั่นก็คือ ไทย อังกฤษ และ จีน

เมื่อไปดูข้อมูลของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่สำรวจความคิดเห็น มีคนเห็นด้วยมากถึง 95.7% ที่จะให้รถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันถูกกฎหมาย

เหตุผลหลักที่พวกเขาเห็นด้วยก็คือ
1. บริการประเภทนี้ปลอดภัย เพราะมีข้อมูลผู้ขับ และทะเบียนรถเป็นหลักฐานในแอปพลิเคชัน
2. บริการประเภทนี้ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร เรียกใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง
3. บริการประเภทนี้สะดวก ใช้งานง่าย ทั้งเวลาเรียกรถ เวลาจ่ายเงิน

อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ผู้ตอบคำถามอยากให้มีเพิ่มเติม ถ้าเรื่องนี้ถูกกฎหมายแล้วก็คือ
1. เรตอัตราค่าโดยสารต้องยุติธรรม
2. สภาพรถใหม่พร้อมใช้บริการ
3. ควรมีสติกเกอร์หรือสัญลักษณ์บ่งบอกที่ตัวรถที่ให้บริการ

ทั้งหมดนี้น่าสนใจ เพราะดูเหมือนว่าเมื่อก่อน การนำรถส่วนบุคคลมาขับให้บริการจะเป็นอิสระไม่มีใครควบคุม มาวันนี้รัฐเห็นว่าไหนๆ ก็ห้ามไม่ได้ จึงตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมากำกับและควบคุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีความปลอดภัยมากขึ้น

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า กฎกระทรวงนี้จะผ่านการประชาพิจารณ์และถูกบังคับใช้เมื่อไร

ต่อไป คนขับ Grab ก็คงไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ
คนใช้บริการ Grab ก็มั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น
บริษัท Grab ก็ต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด

ส่วนแท็กซี่ในระบบเดิมก็จะได้ปรับตัวถูก และได้รับความเป็นธรรม เพราะ Grab ก็ต้องมาอยู่ในกฎกติกาที่ถูกควบคุมไม่ให้ได้เปรียบแท็กซี่เช่นกัน

และสุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ที่สุด
ก็น่าจะเป็นประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้ใช้บริการอย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้นนั่นเอง..

ใครอยากแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงนี้ลองเข้าไปที่ลิงก์
เว็บไซต์กรมขนส่งทางบก https://dlt.go.th/th/announce/
เว็บไซต์ สำนักงานกฎหมายกรมขนส่งทางบก http://elaw.dlt.go.th/
รัฐเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562

Cr.ลงทุนแมน

ไทยส่งออกสินค้าอะไรมากที่สุด ให้แก่ประเทศเหล่านี้ ปี 2018
23/11/2019

ไทยส่งออกสินค้าอะไรมากที่สุด ให้แก่ประเทศเหล่านี้ ปี 2018

ผู้ชนะสงครามการค้า ที่ชื่อเวียดนามสงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนเนื่องจากการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนซ...
22/11/2019

ผู้ชนะสงครามการค้า ที่ชื่อเวียดนาม

สงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน
เนื่องจากการเผชิญหน้ากันระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก 2 ลำดับแรก

เรื่องนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม
ท่ามกลางสงครามดังกล่าว
เวียดนามกำลังได้รับผลประโยชน์อย่างมาก
จนตอนนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ชนะจากสงครามครั้งนี้
ทำไมจึงเป็นแบบนั้น ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน
บริษัทหลายแห่งที่มีฐานการผลิตในจีน จำเป็นต้องมองหาฐานการผลิตใหม่ที่สามารถลดผลกระทบจากภาษีดังกล่าว

ซึ่งเวียดนามคือหนึ่งในประเทศที่หลายบริษัทได้ย้ายฐานการผลิตเข้าไป

แล้วทำไมจึงเป็นเวียดนาม?

หลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามพยายามผลักดันและสร้างบรรยากาศ รวมทั้งสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้เข้ามาเวียดนามมากยิ่งขึ้น

ทั้งการใช้นโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้สูงมาก
การปรับปรุงนโยบายภาษีสำหรับบางอุตสาหกรรม
พร้อมทั้งลงทุนโครงสร้างระบบสาธารณูปโภคต่างๆ

เมื่อมีบริษัทต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนมาก ก็ทำให้เกิดการลงทุน การจ้างงานในประเทศ

ซึ่งนี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของเวียดนามนั้นเติบโตอย่างโดดเด่นหลายปีที่ผ่านมา
โดยเฉพาะในปี 2018 ที่เศรษฐกิจนั้นเติบโตกว่า 7.1% สูงสุดในรอบ 10 ปี

อีกหนึ่งจุดแข็งของเวียดนามคือ
การมีจำนวนแรงงานที่สูงกว่า 56 ล้านคน
โดย 2 ใน 3 นั้นเป็นแรงงานที่อยู่ในช่วงหนุ่มสาวซึ่งมีอายุต่ำกว่า 35 ปี

และสงครามการค้า
เป็นตัวกระตุ้นให้หลายบริษัทจำเป็นย้ายฐานการผลิตมายังเวียดนามเร็วยิ่งขึ้น

Alphabet
บริษัทแม่ของ Google มีการย้ายฐานการผลิตสมาร์ตโฟน Pixel จากจีนมายังเวียดนาม

Nintendo
ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกม และเกม ย้ายฐานผลิตไปเวียดนาม

Samsung
ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก ประกาศปิดโรงงานสมาร์ตโฟนในจีน ก่อนที่จะย้ายฐานการผลิตบางส่วนมายังเวียดนาม

ซึ่งปัจจุบันนั้น เวียดนามเป็นฐานผลิตสมาร์ตโฟนของ Samsung กว่า 60% อีกด้วย

ยังไม่รวมถึงผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง Sharp ที่กำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตโน้ตบุ๊กไปยังเวียดนามเช่นกัน

ลองมาดูสถิติด้านเศรษฐกิจของเวียดนามในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2019 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

จำนวนบริษัทที่ขอจดทะเบียนใหม่เพื่อทำธุรกิจในเวียดนามเพิ่มขึ้นเท่ากับ 2,406 แห่ง คิดเป็น 25%

มูลค่าเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สูงถึง 359,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 7%

ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
แต่เวียดนามเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่การส่งออกยังเติบโตอย่างโดดเด่น
โดยการส่งออกของประเทศอยู่ที่ 5.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 8%
โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมนั้น การส่งออกของเวียดนามสูงสุดเป็นประวัติการณ์เลยทีเดียว
หลายคนคงไม่รู้ว่าตอนนี้มูลค่าการส่งออกของเวียดนามมากกว่าประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว

พอเรื่องเป็นแบบนี้
จึงไม่แปลกที่ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามการค้าเริ่มต้นจนถึงไตรมาส 3 ปี 2019 GDP ของเวียดนามนั้นเติบโตเฉลี่ยกว่า 7%

เรื่องนี้ทำให้หลายฝ่ายคาดว่าทั้งปี 2019 เศรษฐกิจเวียดนามจะโตเกือบ 7% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนที่การเติบโตของ GDP เฉลี่ยอยู่ที่ 4.5%

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ในอดีต เวียดนามเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
โดยประชากรเคยมีรายได้ต่อหัวต่อปีต่ำกว่า 3,000 บาท

อย่างไรก็ตาม หลังปี ค.ศ. 1986 ที่เวียดนามมีการปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ปัญหาความยากจนก็ค่อยๆ ลดลง

ปัจจุบัน รายได้เฉลี่ยต่อหัวของคนเวียดนามต่อปีเท่ากับ 77,400 บาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลา 10 ปี

ขณะที่ในช่วงระหว่างปี 2002-2018 ประชากรเวียดนามจำนวนกว่า 45 ล้านคน หรือประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศ สามารถหลุดพ้นจากความยากจนไปเรียบร้อยแล้ว..

Cr. ลงทุนแมน
References
-https://www.reuters.com/article/vietnam-fdi/vietnam-jan-aug-fdi-inflows-up-63-y-y-to-1196-billion-ministry-idUSL3N25N1ST
-https://tradingeconomics.com/vietnam/gdp-growth
-https://www.reuters.com/article/us-google-vietnam/google-to-move-pixel-smartphone-production-to-vietnam-nikkei-idUSKCN1VI11L
-https://www.businessinsider.com/nintendo-switch-production-vietnam-china-trump-trade-war-2019-7
-https://www.vir.com.vn/sharp-to-relocate-to-vietnam-due-to-us-china-trade-war-69693.html
-https://www.worldometers.info/world-population/vietnam-population/
-https://moneyweek.com/516382/vietnam-winning-trumps-trade-war/
-https://www.gso.gov.vn/default_en.aspx?tabid=626&ItemID=18782
-https://en.wikipedia.org/wiki/Vietnam
-https://www.worldbank.org/en/country/vietnam/overview

ที่อยู่

Pattani
94000

เบอร์โทรศัพท์

0810927432

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Alipin life ห้องเสื้อคุณผู้ชายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Alipin life ห้องเสื้อคุณผู้ชาย:

แชร์