23/05/2026
“เพชรบุรีเมือง3วัง 3ทะเล 3รส" ซึ่งคำจำกัดความนี้ ได้รวมเอาความโดดเด่นทั้งทางประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมอาหารของจังหวัดเพชรบุรีเอาไว้อย่างครบถ้วนที่สุดครับ
🏛️เพชรบุรี เป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีพระราชวังสำคัญ ของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ถึง 3 รัชกาล (รัชกาลที่ 4, 5 และ 6) เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ ที่สืบต่อมาถึงปัจจุบัน และส่งต่อไปในอนาคต
1.)วังรัชกาลที่4 อยู่ใจกลางเมืองเพชรบุรี วิสัยทัศน์เหนือกาลเวลา เขาวัง (พระนครคีรี) :
กาลครั้งหนึ่งบนยอดเขาสามยอดแห่งเมืองเพชรบุรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงทอดพระเนตรเห็นความงดงามของธรรมชาติ และเล็งเห็นความก้าวของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระนครคีรี” หรือ “เขาวัง” พระราชวังบนยอดเขาที่ผสานศิลปะไทยตะวันตกและจีน รวมถึงความศรัทธาทางพุทธศาสนา และองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์ไว้อย่างลงตัว
สถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงพระราชวัง แต่คือสัญลักษณ์ของวิสัยทัศน์อันก้าวไกลเหนือกาลเวลาของกษัตริย์นักวิทยาศาสตร์แห่งสยาม ปัจจุบัน เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองเพชรบุรี
2.) วังรัชกาลที่5 ริมแม่น้ำเพชรบุรี ในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรีความทันสมัยที่สง่างาม พระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) :
ด้วยแรงบันดาลใจจากการเสด็จประพาสยุโรป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงนำแนวคิดแห่งความทันสมัยและอารยธรรมตะวันตกมาสู่สยาม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “พระรามราชนิเวศน์” หรือ “วังบ้านปืน”
พระราชวังที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรกและอาร์ตนูโว งดงาม หรูหรา และแปลกใหม่ในยุคนั้น ทุกองค์ประกอบสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันเปิดกว้าง การเรียนรู้จากโลกภายนอก และการผสานความงามแบบตะวันตกเข้ากับความเป็นสยามได้อย่างสง่างาม
3.) วังรัชกาลที่6 ริมชายหาดชะอำ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน :
ณ ริมทะเลอันเงียบสงบของอำเภอชะอำ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสร้าง “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนฟื้นฟูพระวรกายและจิตใจ ท่ามกลางสายลมทะเลและธรรมชาติอันร่มรื่น
พระตำหนักไม้สักอันงดงาม ถูกออกแบบให้โปร่งโล่ง ระบายอากาศได้ดี เชื่อมต่อด้วยระเบียงทางเดินยาวทอดผ่านหมู่ไม้ ราวกับเส้นทางแห่งความฝันและความสงบ สถานที่แห่งนี้จึงเปรียบเสมือน “วังแห่งความรักและความหวัง” ที่สะท้อนความอ่อนโยน เรียบง่าย และงดงามเหนือกาลเวลา
🌊🏝️🌫️
“เพชรบุรีเมือง 3ทะเล” ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันอย่างน่าอัศจรรย์
1.)ทะเลโคลน (อ่าวบางตะบูน - บ้านแหลม )พื้นที่แห่งความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน ปากอ่าวตัว “ก”ของทะเลอ่าวไทย เป็นแหล่งเลี้ยงหอยแครง หอยแมลงภู่ และเป็นแหล่งที่อยู่ของ หอยเสียบ รวมถึงกุ้ง หอย ปู ปลา ตามธรรมชาติ
เรียกได้ว่าเป็น “ครัวทะเลของประเทศไทย” และยังเป็นแหล่งหากินของวาฬบรูด้า นอกจากนี้ยังมีนกให้ชมทั้งนกพื้นถิ่นและนกอพยพด้วย
2.)ทะเลทราย (หาดทรายเม็ดแรก•หาดเจ้าสำราญ • หาดชมวาฬ•หาดหัวตาล•หาดปึกเตียน • หาดเสาเอียง•หาดบางเก่า•หาดบางเกตุ•หาดชะอำ )ล้วนเป็นชายหาดทรายขาวละเอียด
บรรยากาศตากอากาศสุดคลาสสิก เหมาะทั้งพักผ่อน เล่นน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้น และใช้เวลากับครอบครัว และเป็นพื้นที่จัดคอนเสิร์ตตลอดเกือบทั้งปีอีกด้วย
3.)ทะเลหมอก (อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน)สัมผัสทะเลหมอก เหนือผืนป่ามรดกโลกอันอุดมสมบูรณ์ ชมวิวสุดอลังการได้เกือบตลอดทั้งปี ณ จุดชมวิวเขาพะเนินทุ่ง
🌴🌊🍋 เพชรบุรี เมือง 3รส (ภูมิปัญญาด้านอาหาร)
วัตถุดิบหลัก 3 ชนิดที่เกิดขึ้นจากสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย หล่อหลอมให้เพชรบุรีกลายเป็น "เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร" (City of Gastronomy) ของ UNESCO:
1. รสหวาน (น้ำตาลโตนด) – ได้จากต้นตาลโตนดที่ปลูกกันมากในพื้นที่อำเภอบ้านลาด เป็นหัวใจหลักของความหวานละมุนในขนมหม้อแกง ข้าวกระแช่ และอาหารคาวหวานเมืองเพชร มากมาย
2. รสเค็ม (เกลือทะเล) – จากนาเกลือในอำเภอบ้านแหลม แหล่งผลิตเกลือสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ให้รสชาติเค็มกลมกล่อมชูรสอาหาร
3. รสเปรี้ยว (มะนาวแป้นเมืองเพชร) – มะนาวแป้นที่ปลูกมากที่สุดในอำเภอท่ายาง ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดี มีชื่อเสียงเรื่องเปลือกบาง น้ำเยอะ และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
"เมืองสามวัง สามทะเล สามรส" เสน่ห์ที่ทำให้เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนน่าหลงใหลครับ!
#ข่าวเพชรบุรี24ชั่วโมง