สวท.ยโสธร Yasothon News

สวท.ยโสธร Yasothon News สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดยโสธร FM 90 MHz

“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงาน เร่ง Quick Big Win การค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs ให้เห็นผลภายใน 6 เดือน - 1 ปีนางศุภจี สุธรรมพันธ...
13/08/2026

“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงาน เร่ง Quick Big Win การค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs ให้เห็นผลภายใน 6 เดือน - 1 ปี

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 เพื่อต่อยอดนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการวางโครงสร้างกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจัดตั้งคณะทำงาน 4 คณะ ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy 2. ด้านสินค้าเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร และเกษตรมูลค่าสูง 3. ด้านเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs 4. ด้านการค้าระหว่างประเทศ
ซึ่งมีนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน คณะที่ 1 และ 4 และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน คณะที่ 2 และ 3 หัวใจสำคัญของทั้ง 4 คณะ คือ การจัดทำ Quick Big Win ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 6 เดือน - 1 ปี โดยเน้นการทบทวนและปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรค อำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ควบคู่กับการวาง Big Win สำหรับการปรับโครงสร้างและยกระดับศักยภาพในระยะ 2 - 4 ปี อีกทั้ง กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างมูลค่า อาชีพ รายได้ให้ท้องถิ่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ผ่านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ได้นำเสนอแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย และโครงการ
“ไทยเที่ยวไทย พลัส” ที่ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการให้ทันในช่วง “กรีนซีซั่น” โดยให้ความสำคัญกับการเยียวยาควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เบื้องต้นรัฐบาลจะสมทบค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงแรมที่พักโดยรัฐช่วยสมทบที่ 50 ต่อ 50% หรือ
60 ต่อ 40% โดยไม่แบ่งเมืองหลักหรือเมืองรอง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม ลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท่องเที่ยวในท้องถิ่น และให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหมุนเวียนลงไปถึงเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม

#ศุภจีตั้ง4คณะทำงาน #เร่งQuickBigWin #การค้าท่องเที่ยวเกษตรSMEs #ให้เห็นผลภายใน6เดือนถึง1ปี
#กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงวัฒนธรรม #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

13/08/2026
“มท.๓” สั่ง กปภ. ลุยสอบมิจฉาชีพชุดพนักงาน                                                            อ้างตัดน้ำขู่ตุ๋นเง...
12/08/2026

“มท.๓” สั่ง กปภ. ลุยสอบมิจฉาชีพชุดพนักงาน อ้างตัดน้ำขู่ตุ๋นเงินร้านเสริมสวยอุดรฯ
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กปภ. หลอกเรียกเก็บค่าน้ำประปา ค่าธรรมเนียม หรือค่าติดตั้งประปา ย้ำตรวจสอบข้อมูลและช่องทางการชำระเงินให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง พร้อมแนะหลัก “ไม่มั่นใจ อย่าโอน ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง” เพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สิน
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.๓) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการหลอกลวงประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของหน่วยงานภาครัฐ หรือแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความไว้วางใจและหลอกให้ประชาชนชำระเงินในรูปแบบต่าง ๆ จึงมีความห่วงใยประชาชนและผู้ใช้น้ำของ กปภ. โดยขอให้เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนทำธุรกรรม โดยเฉพาะกรณีมีบุคคลมาเรียกเก็บค่าน้ำประปาถึงบ้าน หรือแจ้งให้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคล โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้น้ำ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของ กปภ. ทั้งนี้ กปภ. ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าน้ำประปาถึงบ้าน และไม่ให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ หากมีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กปภ. และเรียกเก็บเงิน ขอให้ประชาชน อย่าเพิ่งหลงเชื่อหรือโอนเงิน และควรตรวจสอบข้อมูลกับ กปภ. ก่อนทุกครั้ง สำหรับกรณีการขอติดตั้งประปาใหม่หรือการรับบริการอื่น ๆ ขอให้ตรวจสอบรายละเอียด ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายกับ กปภ.สาขาที่ให้บริการโดยตรงก่อนชำระเงิน และหลีกเลี่ยงการชำระเงินผ่านบุคคลหรือช่องทางที่ไม่สามารถตรวจสอบได้
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า กปภ. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้บริการ โดยขอให้ผู้ใช้น้ำยึดหลัก “ไม่มั่นใจ อย่าโอน ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง” และสังเกตความผิดปกติก่อนทำธุรกรรม หากมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ กปภ. เรียกเก็บค่าน้ำประปา ขอให้ปฏิเสธการชำระเงิน รวมทั้งไม่โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลที่อ้างว่าเป็นค่าใช้น้ำหรือค่าธรรมเนียม และกรณีมีการเรียกเก็บค่าติดตั้งประปาหรือค่าบริการต่าง ๆ ควรตรวจสอบกับ กปภ.สาขาที่ใช้บริการให้แน่ชัดก่อนดำเนินการทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ กปภ. ขอแนะนำให้ประชาชนใช้บริการออนไลน์ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ กปภ. เท่านั้น ได้แก่ เว็บไซต์ กปภ. แอปพลิเคชัน PWA Plus Life และ LINE Official หากมีข้อสงสัย พบพฤติการณ์น่าสงสัย หรือต้องการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการ สามารถติดต่อ กปภ.สาขาที่ใช้บริการ หรือ PWA Contact Center ๑๖๖๒ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

‘เจเศรษฐ์’ ลุยชัยนาท ผนึกกำลัง 4 จังหวัดลุ่มน้ำ รับมือสภาพอากาศผันผวน วางเครือข่าย พร้อมส่งกำลังสนับสนุนข้ามพื้นที่วันนี...
12/08/2026

‘เจเศรษฐ์’ ลุยชัยนาท ผนึกกำลัง 4 จังหวัดลุ่มน้ำ รับมือสภาพอากาศผันผวน วางเครือข่าย พร้อมส่งกำลังสนับสนุนข้ามพื้นที่

วันนี้ (12 สิงหาคม 2569) เวลา 13.00 น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามแผนงานและการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์และแผนการเตรียมความพร้อมในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ลพบุรี สิงห์บุรี และอุทัยธานี ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง แม้ในพื้นที่จังหวัดชัยนาทขณะนี้จะยังไม่มีสถานการณ์น้ำท่วมก็ตาม

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงสถานการณ์เฉพาะหน้าว่าพื้นที่ใดกำลังประสบภัย แต่ต้องการติดตามว่า “แผนงานและระบบความพร้อม” ของแต่ละพื้นที่มีประสิทธิภาพเพียงใด ทั้งการวางแผน บุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อให้เมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้นในพื้นที่ใด สามารถสนับสนุนและเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

“ในนามของรัฐบาล ผมขอส่งผ่านความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้เกิดเหตุแล้วจึงเข้าไปแก้ไข แต่ต้องประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า เตรียมกำลังคน เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อม และหากพื้นที่ใดเกิดเหตุและต้องการการสนับสนุน ก็ต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว” นายเจเศรษฐ์กล่าว

พร้อมกันนี้ นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ได้กำชับหน่วยงานด้านการประปาให้เตรียมความพร้อมและบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการติดตามสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำต้นทุน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนในช่วงที่สภาพอากาศมีความแปรปรวน พร้อมให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำในระยะต่อไป

“ผมได้กำชับหน่วยงานด้านการประปาไปพร้อมกันด้วยว่า เรื่องน้ำต้องบริหารให้สมดุล ทั้งการรับมือกับน้ำมากและการเตรียมน้ำไว้สำหรับช่วงที่อาจเกิดน้ำแล้ง ต้องวางแผนล่วงหน้าและดูแลน้ำต้นทุนให้เพียงพอ เพื่อให้มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะมีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรขึ้น” นายเจเศรษฐ์กล่าว

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้ติดตามข้อมูลสภาพอากาศและแนวโน้มปรากฏการณ์ ENSO ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในระยะต่อไป โดยข้อมูลที่ได้รับรายงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอลนีโญกำลังอ่อน และมีแนวโน้มที่จะคงสภาวะดังกล่าวต่อเนื่องไปถึงช่วงต้นปี 2570 ขณะที่ช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 มีโอกาสที่เอลนีโญจะพัฒนาความรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือทั้งสถานการณ์ฝนตกหนักในบางช่วงและความเสี่ยงด้านน้ำในระยะต่อไป

นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและอัปเดตข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ และพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าหรือผ่านพื้นที่ต่าง ๆ จะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและเตรียมตัวได้อย่างปลอดภัย

“ผมขอให้ทุกหน่วยงานอัปเดตข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที เพราะข้อมูลที่เร็วและถูกต้องมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางไปในพื้นที่ หากเรารู้ว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง มีฝนตกหนัก หรือมีสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง ก็จะได้วางแผนการเดินทางและเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่เตรียมหน่วยงานให้พร้อม แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้ข้อมูลและพร้อมไปกับเราด้วย” นายเจเศรษฐ์กล่าว

ภายหลังการประชุม นายเจเศรษฐ์ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท พร้อมตรวจติดตามความพร้อมของเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และสามารถเคลื่อนย้ายเข้าสนับสนุนพื้นที่ประสบภัยได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ

นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 16 ชัยนาท ไม่ได้มีภารกิจเพียงดูแลพื้นที่รับผิดชอบของตนเองเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “กำลังสนับสนุน” ให้กับพื้นที่อื่นเมื่อเกิดสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่พื้นที่ประสบภัยมีความต้องการเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม ซึ่งทรัพยากรจากศูนย์ฯ สามารถระดมและเคลื่อนย้ายเข้าไปสนับสนุนได้ตามความจำเป็น

“ศูนย์ ปภ. ที่ชัยนาทแห่งนี้ ต้องพร้อมช่วยเหลือทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในจังหวัดใกล้เคียง พื้นที่ต่างจังหวัด หรือหากเกิดเหตุการณ์ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในวงกว้าง เราต้องสามารถระดมทรัพยากรที่มีอยู่เข้าไปช่วยได้ทันที หลักคิดของเราคือ เมื่อที่หนึ่งเดือดร้อน ที่ที่มีความพร้อมต้องสามารถเข้าไปช่วยเหลือกันได้” นายเจเศรษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการรับมือภัยพิบัติภายในประเทศ แต่รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่ในภูมิภาค โดยที่ผ่านมาเมื่อประเทศเพื่อนบ้านได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นและมีความจำเป็นต้องระดมความช่วยเหลือ ก็สะท้อนให้เห็นว่าการมีศูนย์กลางด้านเครื่องจักร อุปกรณ์ สิ่งของช่วยเหลือ และบุคลากรที่พร้อมใช้งาน จะทำให้การสนับสนุนสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

“เรื่องภัยพิบัติ เราต้องคิดให้ไกลกว่าพื้นที่ของตัวเอง เพราะภัยไม่ได้หยุดอยู่ที่เส้นเขตจังหวัดหรือเส้นเขตประเทศ หากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นที่ไหนและมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ เราต้องมีระบบที่สามารถส่งต่อกำลังและทรัพยากรไปสนับสนุนได้ นี่คือการทำงานแบบเครือข่ายที่กระทรวงมหาดไทยต้องสร้างให้เกิดขึ้น” นายเจเศรษฐ์กล่าว

จากนั้น นายเจเศรษฐ์ได้ตรวจเยี่ยมคลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกลของอาเซียน (DELSA) เพื่อติดตามความพร้อมของสิ่งของและอุปกรณ์สำหรับสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทั้งในประเทศและในระดับภูมิภาค

นายเจเศรษฐ์ย้ำว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทยต้องมองภาพรวมทั้งประเทศ โดยหากพื้นที่หนึ่งประสบอุทกภัยและมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือทรัพยากรจากพื้นที่อื่น ต้องสามารถประสานและระดมกำลังเข้าไปสนับสนุนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเชื่อมโยงการทำงานของจังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต หน่วยงานส่วนกลาง และเครือข่ายในพื้นที่ให้เป็นระบบเดียวกัน

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงติดตามสถานการณ์สภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงวันที่ 11–13 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักบางแห่งในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอุทกภัยและภัยแล้ง พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลาง จังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่

มท.3 ย้ำว่า “การเตรียมพร้อม” ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนภัยมา ใช้ข้อมูลล่วงหน้าเป็นฐานในการวางแผน และต้องพร้อมใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หากพื้นที่ใดประสบภัย พื้นที่ที่มีความพร้อมต้องสามารถเข้าไปสนับสนุนได้ทันที เพื่อให้มหาดไทยเป็นกลไกเดียวที่เชื่อมโยงการทำงานทั้งประเทศ และดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ชวนสัมผัสเส้นทาง “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” เชื่อมโยงพระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาช...
12/08/2026

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ชวนสัมผัสเส้นทาง “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” เชื่อมโยงพระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเดินทางบนเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร สู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้แนวคิด “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้าย วันพระราชสมภพ 12 สิงหาคม 2569 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ผ่านงานประณีตศิลป์ การแสดงโขน และเรื่องราวของพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาไทย ณ ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาไทย
โดยเฉพาะงานศิลปาชีพ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการธำรงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ ควบคู่กับการสร้างอาชีพและรายได้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสืบทอดองค์ความรู้ด้านงานช่างฝีมือไทยจากรุ่นสู่รุ่น อันเป็นรากฐานสำคัญของการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป

เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงจากพระบรมมหาราชวังสู่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ภายใต้แนวคิด “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” เชิญชวนผู้สนใจเดินทางไปสัมผัสคุณค่าของงานประณีตศิลป์ชั้นสูงของไทย ณ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แหล่งรวบรวมผลงานอันวิจิตรงดงามที่สะท้อนภูมิปัญญา ความประณีต และฝีมือของช่างศิลป์ไทย อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศ

ภายใต้แนวคิด “เกาะเกิดศิลป์ แผ่นดินสยาม” ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้เยี่ยมชม อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน และเรียนรู้คุณค่าของ “โขน” ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่ผสมผสานศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง ก่อนเดินทางด้วยรถรางไปยังพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน เพื่อชมผลงานประณีตศิลป์อันทรงคุณค่า ตลอดจนเลือกชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และของที่ระลึกภายในพื้นที่

เส้นทางดังกล่าวนับเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่เชื่อมโยง ศิลปะการแสดง งานประณีตศิลป์ และภูมิปัญญาไทย เข้าไว้ด้วยกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของ “เสน่ห์ไทย” ผ่านผลงานศิลป์และองค์ความรู้ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ครอบครัว นักท่องเที่ยว และผู้สนใจด้านศิลปวัฒนธรรม ได้เรียนรู้และสัมผัสคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีบริการรถรับ–ส่งฟรี กรุงเทพฯ-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดบริการรถรับ–ส่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างพระบรมมหาราชวังและศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2569 ให้บริการทุกวันพุธ–อาทิตย์ เที่ยวไปรถออกจากบริเวณถนนหน้าพระลาน ตรงข้ามประตูวิมานเทเวศร์ ฝั่งมหาวิทยาลัยศิลปากร กรุงเทพมหานคร เวลา 11.00 น. และเดินทางถึงศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ประมาณ 12.30 น. เที่ยวกลับรถออกจากศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด เวลา 15.30 น. และเดินทางถึงจุดส่ง ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ อาคาร 4 ประมาณ 16.30–17.00 น. ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด โดยรองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามจำนวนที่นั่งของรถในแต่ละรอบ ไม่เกิน 50 ที่นั่ง

ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ททท. จะประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินและอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทยที่มีเอกลักษณ์และทรงคุณค่า ตลอดจนร่วมสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่ https://artofthekingdomfreebus.com/

รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดศรีสะเก...
12/08/2026

รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่จังหวัดศรีสะเกษ

จังหวัดศรีสะเกษ จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นเกียรติสูงสุดแก่ผู้วายชนม์และครอบครัว

วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่เมรุวัดกันทรอมน้อย ตำบลกันทรอม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางครอบครัว ญาติ เพื่อนร่วมงาน ข้าราชการ บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก

พิธีเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา นิมนต์พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ แสดงพระธรรมเทศนา จากนั้นถวายภัตตาหารและเครื่องไทยธรรม เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้วายชนม์ โดยมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานในพิธีช่วงเช้า

จากนั้น เวลา 14.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางถึงบริเวณพิธี และเป็นประธานประกอบพิธีตามหมายรับสั่ง โดยเจ้าหน้าที่เชิญกล่องเพลิงและผ้าไตรพระราชทานเข้าสู่บริเวณพิธี ก่อนอ่านหมายรับสั่ง อ่านสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอ่านประวัติของนายกิตติพงศ์ สมรัตน์
จากนั้นผู้เข้าร่วมพิธีร่วมสงบนิ่งไว้อาลัย และประธานในพิธีทอดผ้าไตรบังสุกุลพระราชทาน จำนวน 5 ไตร โดยมีพระสงฆ์สมณศักดิ์พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล

ต่อมา เวลา 15.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ก่อนที่ประธานสงฆ์ พระสงฆ์ แขกผู้มีเกียรติ ญาติ และผู้ร่วมพิธี จะร่วมกันวางดอกไม้จันทน์ เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี และเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ครอบครัวจะนำร่างกลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจที่บ้านเกิด จังหวัดศรีสะเกษ

การจากไปของนายกิตติพงศ์ สร้างความสูญเสียและความโศกเศร้าให้แก่ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และวงการการศึกษา ขณะที่การได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเป็นเกียรติสูงสุดแก่ผู้วายชนม์และครอบครัว.

#ประเสริฐจันทรรวงทอง #รมวศึกษาธิการ #พิธีพระราชทานเพลิงศพ #โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี #กรมประชาสัมพันธ์ #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ #สวทศรีสะเกษ

รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน “อาหารที่คนทั่วโลกรัก” เดินหน้า “The Lost Taste” ปลุก 231 มรดกอาหา...
12/08/2026

รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน “อาหารที่คนทั่วโลกรัก” เดินหน้า “The Lost Taste” ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว

(12 สิงหาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและเสน่ห์อาหารไทยให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว หลังผลการจัดอันดับ Global Soft Power Index 2026 ของ Brand Finance ระบุว่า ประเทศไทยอยู่อันดับ 7 ของโลกในคุณลักษณะ “อาหารที่คนทั่วโลกรัก” (food the world loves) สะท้อนความนิยมและศักยภาพของอาหารไทยในสายตานานาชาติ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินหน้าต่อยอดจุดแข็งดังกล่าวผ่านโครงการ “รสชาติ...ที่หายไป The Lost Taste” ภายใต้แนวคิด The Living Heritage โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้รวบรวมองค์ความรู้และมรดกอาหารถิ่นที่เสี่ยงเลือนหายแล้วกว่า 231 เมนู เพื่อรักษารสชาติ เรื่องราว และภูมิปัญญาของชุมชน พร้อมนำมาต่อยอดเป็นประสบการณ์ด้านอาหารและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่

“อาหารไทยเป็นหนึ่งในทุนทางวัฒนธรรมที่มีความแข็งแกร่งและได้รับการยอมรับในระดับโลก รัฐบาลจึงต้องการต่อยอดจากความนิยมของอาหารไทยที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ไปสู่การทำให้คนไทยและนักท่องเที่ยวได้รู้จักความหลากหลายของอาหารท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่มากขึ้น เพราะเบื้องหลังอาหารแต่ละจานมีทั้งวัตถุดิบ ภูมิปัญญา วิธีปรุง วิถีชีวิต และเรื่องราวของชุมชน ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นประสบการณ์การเดินทางและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับท้องถิ่นได้” รองโฆษกฯ กล่าว

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้พัฒนาเกณฑ์ Thailand Best Local Food เพื่อส่งเสริมและรับรองคุณค่าของอาหารท้องถิ่น โดยนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 7 คน และความคิดเห็นของผู้บริโภคกว่า 400 ตัวอย่างมาประกอบการพัฒนาเกณฑ์ ให้ความสำคัญกับรากทางวัฒนธรรม วัตถุดิบท้องถิ่น และการรักษาแก่นแท้ของเมนู พร้อมแบ่งการรับรองเป็น 2 สาขา ได้แก่ Classic สำหรับอาหารที่รักษาสูตรและอัตลักษณ์ดั้งเดิม และ Creative + Innovation สำหรับการต่อยอดอาหารในรูปแบบร่วมสมัย โดยยังคงแก่นและคุณค่าของอาหารท้องถิ่นไว้

นอกจากนี้ โครงการได้คัดเลือกร้านอาหารต้นแบบ 5 ร้าน เพื่อถ่ายทอดมรดกอาหารถิ่นผ่านเมนูและประสบการณ์รับประทานอาหาร พร้อมเตรียมจัดกิจกรรม The Lost Taste Special Course ในเดือนกันยายน 2569 เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัส “รสชาติที่หายไป” ในรูปแบบใหม่ ควบคู่กับการถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “5 ซีรีส์ 5 ร้าน” เพื่อขยายการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางตามรอยอาหารท้องถิ่น

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศักยภาพด้านอาหารยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยว โดย Global Soft Power Index 2026 ของ Brand Finance ยังจัดให้ประเทศไทยอยู่อันดับ 12 ของโลกในคุณลักษณะ “เป็นสถานที่น่าไปเยือน” ดีขึ้น 2 อันดับจากปี 2025 สะท้อนโอกาสของไทยในการนำอาหารและวัฒนธรรมมาสร้างประสบการณ์การเดินทาง เพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยว กระจายการใช้จ่ายไปยังพื้นที่ และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

“รัฐบาลมุ่งให้การอนุรักษ์อาหารท้องถิ่นไม่หยุดอยู่เพียงการบันทึกสูตร แต่ต้องทำให้มรดกเหล่านี้มีคนทำ มีคนกิน มีคนเดินทางไปสัมผัส และสร้างรายได้ให้กับชุมชน เมื่อรสชาติท้องถิ่นยังอยู่ ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดได้ และคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญา มรดกอาหารเหล่านี้ก็จะมีชีวิตและส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้อย่างยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

✨ จากมรดกภูมิปัญญา สู่แฟชั่นระดับโลก! ผ่านอัตลักษณ์ผืนผ้าจาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วไทย 🧵 กรมประชาสัมพันธ์ จัดแสดงผลงานนิทรรศ...
12/08/2026

✨ จากมรดกภูมิปัญญา สู่แฟชั่นระดับโลก! ผ่านอัตลักษณ์ผืนผ้าจาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วไทย 🧵

กรมประชาสัมพันธ์ จัดแสดงผลงานนิทรรศการและการเสวนาวิชาการภายใต้แนวคิดทุนทางวัฒนธรรม Legacy สาขาแฟชั่น ในหัวข้อการส่งเสริมภูมิปัญญาและหัตถศิลป์แห่งผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย สู่งานฝีมือในโลกยุคปัจจุบัน (Promoting The Art of Thai Wisdom Reinterpreting Traditional Craftsmanship for today)

🎥 ชวนสัมผัสเสน่ห์งานหัตถศิลป์และเทคนิคการทอผ้าอันประณีตจาก 10 ชุมชน ผู้ประกอบการต้นแบบ ทั่วไทย ที่นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นร่วมสมัย ได้แก่
1️⃣กลุ่ม อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จังหวัดลำพูน – วัฒนธรรมล้านนาแท้ดั้งเดิม สืบทอดภูมิปัญญาทอผ้าไหมยกดอกลายโบราณอันประณีตมีมิติ
2️⃣บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ – ประสบการณ์กว่า 20 ปี ถ่ายทอดกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมทัวร์ชมเวิร์กช็อปสุดน่าประทับใจ
3️⃣บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ – ผ้าไหมมัดหมี่ทอมือประยุกต์ร่วมสมัย การันตีด้วยมาตรฐานผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน
4️⃣กลุ่ม ธ.มณโฑ จังหวัดอุดรธานี – โดดเด่นด้วยเทคนิคการทอขิดและมัดหมี่ ผสานสีย้อมธรรมชาติจากพืชพรรณท้องถิ่น
5️⃣กลุ่ม ขวัญตา จังหวัดหนองบัวลำภู – ศูนย์เรียนรู้ที่เปลี่ยนผ้าทอพื้นเมืองให้กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัย สวมใส่ได้จริง
6️⃣กลุ่ม T.Chattuwan (จัตุวัน) จังหวัดร้อยเอ็ด – เปลี่ยนลายมัดหมี่ดั้งเดิมและแรงบันดาลใจจาก "ทุ่งกุลา" ให้เป็นเสื้อผ้า Ready-to-wear ดีไซน์ล้ำ
7️⃣ กลุ่ม มนตราธิกาญจน์ จังหวัดกาฬสินธุ์ – คนรุ่นใหม่ฟื้นคืนชีพผ้าไหมแพรวา ผ้ายกทอง และผ้ายกเล็ก สื่อถึงความเป็นสิริมงคล
8️⃣กลุ่ม อิมปานิ จังหวัดราชบุรี – พลิกโฉมผ้าขาวม้าไทยสู่สินค้าพรีเมียม ด้วยจับคู่สีสดใส ทันสมัย นวัตกรรมลดเชื้อรา
9️⃣กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี – สืบสานประวัติศาสตร์อาณาจักรศรีวิชัย ถ่ายทอดโทนสีลูกปัดโบราณ ย้อมเปลือกไม้เคี่ยม
🔟กลุ่ม ME-D NATHAP (มีดีนาทับ) จังหวัดสงขลา – แฟชั่นยั่งยืนจากชายทะเลจะนะ โดดเด่นด้วยผ้าบาติกและมัดย้อมสีธรรมชาติจากใบคนทีสอทะเล

ทั้งนี้ นิทรรศการจัดแสดงระหว่างวันที่ 11 - 13 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 - 21.00 น. เข้าชมฟรี!)

#แฟชั่นผ้าไทย #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #กรมประชาสัมพันธ์ #ไอคอนสยาม

https://www.facebook.com/share/p/1BtsgWBqm8/

https://www.facebook.com/share/p/18SVcjvfE1/

12/08/2026
รายงานสถานการณ์น้ำ เขื่อนยโสธร และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางจังหวัดยโสธร ประจำวันที่ 12 สิงหาคม 2569
12/08/2026

รายงานสถานการณ์น้ำ เขื่อนยโสธร และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางจังหวัดยโสธร ประจำวันที่ 12 สิงหาคม 2569

ที่อยู่

19/9 ถ. เทศบาล1 ต. ในเมือง
Yasothon
35000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

045-712154

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.ยโสธร Yasothon Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.ยโสธร Yasothon News:

ทางลัด

แชร์